กว่าจะสร้างงานไม้แบรนด์ไสยาสน์ คอลเลกชัน ,บ้านไร่ ไออรุณ และDEESAWAT ให้เป็นรู้จักและแตกต่าง ไม่ใช่แค่ดีไซน์ ยังมีอีกหลายอย่างที่เจ้าของแบรนด์ต้องทำ
สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราว บ้านพัก ฟาร์มสเตย์ ร้านกาแฟและร้านอาหารบ้านไร่ ไออรุณ จ.ระนอง คงรู้มาบ้างว่า จุดเริ่มต้นไม่ง่ายเลย ไม่มีทั้งเงินทุน เป็นพื้นที่เกษตรไม่ได้อยู่ในเมือง ทั้งๆ ที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เขาทำได้ดี
ส่วนอีกแบรนด์ไสยาสน์ คอลเลกชัน เดินตามรอยเท้าพ่อ ทำงานไม้แบบศิลปิน งานไม้ชิ้นใหญ่บางชิ้นไม่เหมือนใครในโลก
ยังรวมถึงอีกแบรนด์ DEESAWAT งานไม้ที่ต้องปรับตัวในตลาดโลก แต่คงเอกลักษณ์ในแบบของเขา รวมถึงยังมีกลิ่นอายรักษ์โลก ในยุคที่คนยังไม่สนใจ
เหล่านี้คือ เรื่องเล่าของกูรูงานไม้ 3 แบรนด์ในงาน TIWF2026 (Thailand International Woodworking& Furniture Exhibtion 2026) เรื่องการดีไซน์งานไม้ หัวข้อ Desigh talk : Wood Living 2026 มาช่วยเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับงานไม้ และอนาคตงานไม้ที่พวกเขามั่นใจว่า ไปต่อได้ แต่ต้องปรับตัว และไม่ต้องห่วงเรื่องความยั่งยืน เป็นเรื่องที่ทำมานานแล้ว
- ศิลปะงานไม้ Saiyart Collection
งานไม้แบรนด์ไสยาสน์ คอลเลกชัน (Saiyart Collection) จากคนต้นคิดไสยาสน์ เสมาเงิน กูรูงานไม้ที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาเลือกที่จะทำงานไม้แบบศิลปิน บางชิ้นมีชิ้นเดียวในโลก โดยปัจจุบัน ดุสิต เสมาเงิน (Director of Saiyart Collection)ทายาทรับช่วงธุรกิจต่อ
“ตอนที่พ่อผมเสีย ก็มีคนสงสัยว่า ไสยาสน์ คอลเลกชัน ลูกชายจะทำต่อได้ไหม เพราะพ่อทำไว้ดีมาก ผมก็ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าไสยาสน์ให้โอกาสทำงานชิ้นแรก และได้รับการยอมรับว่า นี่แหละคือไสยาสน์"
สำหรับคนที่ไม่รู้จักไสยาสน์ คอลเลกชัน ดุสิต เล่าว่า ไสยาสน์มีแนวคิดว่า ช่างไม้เป็นศิลปิน สิ่งที่พ่อยกระดับไว้คือ งานไม้ที่ใช้ทั้งทักษะและความคิดสร้างสรรค์ ช่างไม้ไม่ใช่แค่ทำงานซ้ำๆ เหมือนกันทุกวัน งานของไสยาสน์จึงสร้างความหมายเรียกว่า ประติมากรรมเฟอร์นิเจอร์ ยกตัวอย่างเราทำประติมากรรมม้านั่งเห็ดในพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ม้านั่งทุกตัวที่นั่นเป็นแบรนด์ไสยาสน์
พ่อผมเคยทำเก้าอี้ภูเขา สร้างชื่อเสียงให้พ่อมาก ใช้เวลาออกแบบนานมาก พ่อเคยบอกว่า คนที่จะนั่งเก้าอี้ภูเขาก็เหมือนเซียนที่ประสบความสำเร็จในวงการนั้นๆ ตอนนั้นเก้าอี้ภูเขาผลิตออกมาแค่ 30 ตัว ไม่มีอีกแล้ว กระจายตามบ้านเจ้าสัว ดาราดัง นักธุรกิจ”
งานไม้ของไสยาสน์ จึงเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือที่ต่างจากงานไม้ทั่วไป มีทั้งช่างต่อเรือ ช่างบ้านเก่า ช่างแกะสลัก ช่างเหล็ก เพราะงานไม้เป็นเสมือนประติมากรรมที่มีกลิ่นอายธรรมชาติ สร้างสมดุลและความอบอุ่นให้พื้นที่นั้นๆ
- DEESAWAT ไม่เคยหยุดนิ่ง
ในช่วงหลายสิบปี งานไม้จากเมืองไทยเป็นที่ยอมรับในเรื่องความยั่งยืนและความคิดสร้างสรรค์ หนึ่งในนั้น ก็คือ แบรนด์ Deesawat
ธุรกิจครอบครัวที่ทำมานานกว่า 50 ปี
จิรชัย (Thailand International Woodworking& Furniture Exhibtion 2026) เรื่องการดีไซน์งานไม้ หัวข้อ Desigh talk : Wood Living 2026 ก ผู้สร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ระดับโลก เล่าถึงพัฒนางานไม้ของแบรนด์ว่า
"พ่อผมทำธุรกิจส่งออกไม้ไปอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และมีโชว์รูมที่สิงคโปร์และฮ่องกง ผ่านมายุคหนึ่งเปลี่ยนมาใช้ไม้สัก ทำตามออเดอร์ เป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจ ทำส่งให้แบรนด์ต่างๆ ตอนนั้นผมก็มองว่า ทำตามออเดอร์ก็มีความเสี่ยง จึงต้องทำแบรนด์ สร้างตัวตนเป็นไลฟสไตล์เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ พยายามสร้างผลงาน จนได้รางวัลมากมาย เพื่อให้คนทั่วโลกรู้ว่า นี่คือแบรนด์ที่ดี ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อย่างเศษไม้ชิ้นเล็กๆ เก็บเอามาใช้ได้อีก เพราะเราเห็นคุณค่า เรารักษ์โลกก่อนจะเกิดกระแส"
แม้จะเป็นแบรนด์ใหญ่มีลูกค้าชัดเจน แต่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีก เมื่อจิรชัย พบว่า ปัจจุบันลูกค้าที่รักงานไม้แบรนด์ Deesawat ปัจจุบันอายุเยอะขึ้น
"ทำไมลูกค้าอายุต่ำกว่า 40 ปี คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักแบรนด์นี้ เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่สวยของคนแต่ละเจนไม่เหมือนกัน และยิ่งมีคนมาถามว่าไม้สักคืออะไร เราก็ต้องปรับตัว เปลี่ยนมุมมองและวิธีเล่าเรื่อง เหมือนตลาดผ้าไทยที่ขายได้เฉพาะคนสูงวัย เพราะตลาดไม่เหมือนเดิม และนี่คือความท้าทายของตลาดไม้"
บ้านไร่ ไออรุณ:เรียบง่ายจริงใจ
ฟาร์มสเตย์ บ้านพักและร้านอาหารสไตล์ไม้เรียบง่าย มีดีไซน์น่ารักๆ ของบ้านไร่ ไออรุณ อ.กะเปอร์ จ. ระนอง น่าจะเป็นภาพฝันของคนหนุ่มสาวหลายคนที่อยากมีธุรกิจแนวนี้
เรื่องราวของ วิโรจน์ ฉิมมี สถาปนิก เจ้าของธุรกิจบ้านไร่ ไออรุณ แม้จะเป็นที่รู้จัก แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนที่มีความฝัน เพราะเขาเริ่มจากไม่มีเงินทุน มีเพียงพื้นที่เกษตรไม่ได้อยู่ในเมือง มีแค่ความมั่นใจในการสร้างพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นที่พักสวยๆ
ปัจจุบันนอกจากบ้านไร่ ไออรุณ จ.ระนอง ที่คนไทยรู้จักทั้งประเทศ ยังขยายสาขา มีทั้งบ้านไร่ สตูดิโอ ซอยเสรีไทย กรุงเทพฯ เป็นทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารและสำนักงานงานออกแบบ ,บ้านไร่ มหาสวัสดิ์(นนทบุรี) คาเฟ่และร้านอาหาร ,บ้านไร่ แคนคูณ ขอนแก่น,บ้านไร่ ไอทะเล คาเฟ่และร้านอาหาร จ.ภูเก็ต และเตรียมสร้างที่เชียงใหม่อีกแห่ง โดยยึดแนวทางเดิม คือ ใช้ช่างพื้นบ้านในจังหวัดนั้นๆ ใช้ไม้เก่าและวัสดุในท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน
ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้น เขาใช้ความรู้ด้านสถาปัตย์ และความคิดสร้างสรรค์ทำงานในลักษณะ DIY (Do It Yourself) ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง จนมีทีมช่างในท้องถิ่น
"ผมเป็นลูกเกษตรกร พ่อกรีดยาง แม่ทำนา เมื่อผมเป็นตัวแทนของครอบครัวมีโอกาสได้เรียน ก็ต้องกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ผมเรียนสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ทำงานสามปีก็ลาออก เพราะอยากกลับบ้าน เพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นคาเฟ่ บ้านพักและร้านอาหาร
แรกๆ ไม่เป็นอย่างที่คิด ไม่สามารถกู้เงินธนาคาร ผู้จัดการธนาคารบอกว่า โลเคชั่นไม่สามารถเป็นรีสอร์ท เมื่อ 14-15 ปีที่แล้ว ระนองเป็นเมืองรอง และบ้านของเรา อยู่ในซอยลึก ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา
เมื่อยื่นสินเชื่อธนาคารไม่ผ่าน ผมกับพ่อที่ทำงานไม้ได้บ้าง จึงเริ่มปรับปรุงบ้านอยู่อาศัย เพราะที่ผ่านมาแม่ซ่อมบ้านไม่เคยเสร็จ ต้องส่งเงินมาให้ผมเรียน ผมไม่มีทักษะงานไม้ แต่มีทักษะการออกแบบ ผมใช้สิ่งที่มีคือ ความคิดสร้างสรรค์ เริ่มจากดีไซน์แผงผักของแม่ด้วยเงินแค่สองร้อยบาท และสเก็ตภาพบ้านพัก ตอนนั้นคุยกับพ่อก็ไม่ค่อยเข้าใจกัน พ่อจบประถม 4 แม่จบประถม 7 ผมเองก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องประยุกต์ความรู้
โจทย์หลักในการทำบ้านไร่ ไออรุณ ไม่ได้เริ่มจากเอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่เริ่มจากใช้ความคิดสร้างสรรค์ และใช้เงินให้น้อยที่สุด ใช้แรงงานคนในครอบครัวและชุมชนมาช่วยกัน จนทุกคนมีรายได้
"พอมีเงินทุนมากขึ้น ก็ซื้อไม้เก่าจากที่อื่นมาทำบ้านพัก เพราะไม้ไผ่ในหมู่บ้านโตไม่ทัน บ้านไร่ทั้งหมดสร้างจากวัสดุง่ายๆ ในธรรมชาติ นำมาประยุกต์ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และประดิษฐ์สิ่งของ ส่วนทีมช่างก็เริ่มจากคนในหมู่บ้าน เด็กบางคนติดน้ำกระท่อม บางคนเป็นชาวประมง ก็มาทำงานกับเรา จนมีทักษะมากขึ้น ปัจจุบันเรามีทีมงานบ้านไร่ ไออรุณกว่าห้าสิบคน "
เมื่อผ่านจุดยากๆ มาได้ ลำพังแค่ บ้านไร่ ไออรุณ จ.ระนอง ก็เลี้ยงครอบครัวได้สบายๆ แต่วิโรจน์ไม่ได้หยุดแค่นั้น ยังขยายธุรกิจออกไปหลายจังหวัด ไม่ใช่เพื่อความร่ำรวย แต่ต้องการให้คนในพื้นที่มีงานทำ และมีรายได้
"ถ้าเราอยู่ระนองอย่างเดียว เราจะสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในหมู่บ้านได้ไม่มาก ก็เลยชวนชาวบ้านมาทำบ้านไร่ในหลายจังหวัด เพราะเราทำมา 11 ปี ก็น่าจะใช้ทักษะเปลี่ยนแปลงพัฒนาได้ โดยใช้ฝีมือช่างพื้นถิ่นในจังหวัดนั้นๆ คนใช้บริการร้านอาหารและคาเฟ่ก็ภูมิใจที่ทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้ เฟอร์นิเจอร์ที่คนในท้องถิ่นทำ คนที่ชอบก็สั่งจากคนผลิตในท้องถิ่นได้เลย
เพราะมีสไตล์การออกแบบที่ชัดเจน เห็นแล้วรู้ทันทีว่า นี่คือบ้านไร่ สไตล์การออกแบบของวิโรจน์ ซึ่งปัจจุบันบ้านไร่ ไออรุณ กลายเป็นที่พักที่ดีที่สุดและราคาสูงที่สุดในระนอง
- อนาคตงานไม้
เมื่อพูดถึงเรื่องงานไม้กับความยั่งยืน ดุสิต มองว่า ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีคุณค่าและใช้ได้คุ้มค่า คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ต้องใช้แค่ไม้เก่า หรือไม้รีไซเคิล ถ้ามีการจัดการที่ดี ยังสามารถใช้ไม้ในป่าได้
"เมื่อก่อนป่าสาละวินมีการทำสัมปทานไม้เยอะ ไม่มีการจัดการที่ดี ป่าก็หายไป แต่ช่วงหลายปีไม้ใหญ่เติบโต ฟื้นตัว ก็ยังใช้ไม้ได้ เพราะไม้เป็นวัสดุที่ยั่งยืน แต่ก็ต้องมีการอนุรักษ์ไว้ด้วย
แม้ตลาดไม้จะเปลี่ยนไป แต่คุณค่าของไม้ไม่เคยหายไป คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้ว่า ไม้มีความพิเศษอย่างไร ดีไซเนอร์จึงไม่ใช่แค่มีหน้าที่ออกแบบอย่างเดียว ต้องให้ความรู้และสื่อสารสิ่งที่ทำด้วย แบรนด์ไสยาสน์ก็พยายามให้ความรู้เรื่องไม้"
ในส่วนแบรนด์ Deesawat ทายาทที่รับช่วงต่อ ไม่ได้มองข้ามสิ่งเล็กๆ ทั้งเรื่องรสนิยมความชอบงานไม้ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และ ไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ได้เป็นแค่ขยะ
"ในอนาคตเฟอร์นิเจอร์ไม้จะเป็นสินค้าลักชัวรี่ (luxury) ตลาดไม่ใหญ่เหมือนสมัยก่อน แต่มีความพรีเมี่ยมมากขึ้น ไม้ยังอยู่ได้ทุกยุคทุกสมัย
และถ้าพูดถึงเศษไม้ เรื่องนี้อยู่ที่วิสัยทัศน์ของคนทำธุรกิจว่า...จะทิ้ง เก็บ หรือกองไว้หลังบ้าน กลายเป็นกองขยะที่รื้อไม่ได้ ถ้าแยกตามขนาดไว้ นำกลับมาใช้ได้"
ส่วนการประยุกต์งานไม้แบบง่ายๆ ของบ้านไร่ ไออรุณ วิโรจน์เน้นสไตล์ธรรมดาๆ และราคาถูก ส่วนผลิิตภัณฑ์งานไม้ก็หาซื้อได้ทั่วไป
"ผมมีหน้าที่เอาไม้เก่ามาทำสถานที่ เฟอร์นิเจอร์ เพิ่มดีไซน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสถานที่ร้านอาหารและที่พัก แต่การใช้ไม้ก็ผุพังง่าย บ้านพักต้องมีการรีโนเวท ซ่อมแซมตลอดเวลา ทำธุรกิจมาสิบกว่าปี การเปลี่ยนหนึ่งครั้งเท่ากับการสร้างรายได้และโอกาสให้คนในพื้นที่ ผมก็อยากรักษาการทำธุรกิจแบบนี้ต่อไป"
.................





