ปรากฏการณ์ห้างแตก! เมื่อ heytea Lab ชาแบรนด์ดังจากจีน ปักหมุดสาขาแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ สาวกชาแห่ต่อคิวแถวยาวกว่า 300 เมตร ในวันแรกที่เปิดบริการ 25 ก.ย. 69
KEY POINTS
- heytea เปิดตัว "heytea Lab" แห่งแรกในไทยและในอาเซียน ที่เซ็นทรัลเวิลด์ สาวกชาแห่เข้าคิวรอซื้อจนเกิดปรากฏการณ์ห้างแตก
- เป็นสาขาคอนเซ็ปต์แล็บทดลองที่รวม Tea LAB, Bake LAB และ Gelato LAB ไว้ในที่เดียว
- นำเสนอ 3 เมนูพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบไทย มีจำหน่ายเฉพาะสาขานี้ ได้แก่ teaAir Rock Oolong Jackfruit ทาร์ตไข่ไส้ชาไทย และเจลาโต้รสชาไทยโรยผิวมะนาว
ปลุกวงการเครื่องดื่มชาจนเป็นกระแสสุดปังอีกครั้ง เมื่อ heytea แบรนด์ชาชั้นนำระดับโลก ได้เปิดตัว "heytea Lab" สาขาแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเป็นทางการ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Beacon นำเสนอคอนเซ็ปต์ในรูปแบบแล็ปทดลอง ที่อยากให้ลูกค้าได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การทดลองทางรสชาติที่ครบครันที่สุดของแบรนด์
โดยบรรยากาศในการให้บริการวันแรก ได้เกิดปรากฏการณ์ห้างแตก ผู้บริโภคมารอต่อคิวยาวเหยียดกว่า 300 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก ทั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญของ heytea Lab สาขากรุงเทพฯ คือ การนำวัตถุดิบไทยและผลไม้ไทยมาออกแบบเป็นเมนูพิเศษ 3 เมนู ที่หาทานได้เฉพาะสาขานี้สาขาเดียว มีทั้งเมนูเครื่องดื่ม เมนูขนมอบ และเมนูไอศกรีมเจลาโต้
ทั้งสามเมนูถือเป็นรสชาติใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย นำเสนอสู่สายตาคนรักชาทั่วโลก นอกจากนี้ ยังนำเสนอเมนูขายดีที่สุดของแบรนด์อีกหลากหลายเมนูที่น่าสนใจอีกด้วย
ปรากฏการณ์ห้างแตก! heytea เปิดร้านวันแรก บรรยากาศสุดคึกคัก
แม้ทั่วกรุงเทพมหานครจะมีฝนตกหนัก แต่กระแสตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับล้นทะลักหน้าร้าน heytea Lab ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการมีผู้มารอต่อแถวคิวยาวเหยียดกว่า 300 เมตร จำนวนมากกว่า 500 คน และต้องใช้เวลารอคิวสั่งซื้อนานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสกับรสชาติเครื่องดื่มและขนมหวานระดับตำนาน
สำหรับใครที่อาจยังไม่รู้จักแบรนด์นี้มากนัก และสงสัยว่าทำไมเครื่องดื่มชาเจ้านี้ถึงมีกระแสความนิยมมาแรงมาก? ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสไวรัลเมนูฮิตระดับโลกอย่าง Triple Matcha Latte ของแบรนด์ heytea ได้เคยสร้างปรากฏการณ์จำหน่ายหมดเกลี้ยงในหลายประเทศทั่วโลกหลังจาก ลิซ่า (Lisa) ศิลปินชาวไทย ได้โพสต์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อปี 2025
เมื่อมีการเปิดสาขาใหม่ครั้งแรกในไทยและอาเซียน จึงเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งยังถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ ด้วยการมาเปิด heytea Lab เป็นสาขาที่ 6 ของโลก หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น สาขาเมืองเสิ่นเจิ้น กวางโจว และเซี่ยงไฮ้ ในประเทศจีน ตามมาด้วยสาขานอกประเทศจีนอย่าง Times Square ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และ Toronto Eaton Centre ในโตรอนโต ประเทศแคนาดา
ตำนาน 'ชาชีส' ระดับโลก สู่ยุทธศาสตร์ใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ
แมทธิว หนึ่งในทีม Global PR ของ heytea ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ให้ฟังว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง มีเสน่ห์ทั้งเรื่องบรรยากาศ อาหารไทยอร่อยๆ และความน่ารักของผู้คน ทางแบรนด์จึงได้เลือกวางตำแหน่งให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับสากล
สอดคล้องกับบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่ได้รับการจัดอันดับที่ 8 จาก Time Out ประจำปี 2026 พร้อมฐานผู้บริโภครุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เขายังได้เล่าถึงจุดเด่นสำคัญของเครื่องดื่ม heytea ที่แตกต่างจากเครื่องดื่มชานมแบรนด์อื่นๆ ไว้ว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 ในยุคที่ตลาดชานมทั่วไปยังคงใช้ "ชาผง" ผสม "นมผง" เป็นหลัก แต่ heytea เป็นแบรนด์แรกๆ ในสมัยนั้นที่ออกแบบเมนู "ชาชีส" (Cheese Tea) โดยใช้ชีสแท้ๆ เป็นเจ้าแรกในท้องตลาด
ขณะที่ตัวน้ำชาเองก็ใช้ใบชาแท้คุณภาพสูงมาต้มสดๆ เช่นกัน จากนั้นนำมาท็อปด้วยโฟมชีส (Cheese Cloud) จนเกิดเป็นหมวดหมู่เครื่องดื่มยุคใหม่ (New-Style Tea) ที่จุดกระแสให้แบรนด์ชาจีนและวัฒนธรรมการดื่มชารูปแบบใหม่ขยายตัวไปทั่วโลก
สำหรับการเข้ามาปักหมุดสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ทางแบรนด์ได้เลือก "ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์" ใจกลางย่านราชประสงค์ ด้วยว่าเป็นจุดหมายปลายทางด้านการค้าปลีกระดับโลก เพื่อเปิดตัว heytea Lab แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นแห่งที่ 3 นอกประเทศจีน ชี้ให้เห็นว่ากรุงเทพฯ คือหมุดหมายสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมการดื่มชาร่วมสมัย เข้ากับคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้ แบรนด์มีการนำเสนอเมนูของร้านในสองรูปแบบด้วยกัน หากนับสาขาเป็นร้าน heytea รูปแบบร้านชาทั่วไป และร้านคอนเซ็ปต์พิเศษที่เป็นรูปแบบ heytea Lab รวมกันแล้ว พบว่ามีการขยายสาขาไปทั่วโลกกว่า 4,000 แห่ง โดยมีมากกว่า 120 สาขานอกจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเติบโตขึ้นเกือบ 6 เท่าในช่วงปีที่ผ่านมา
นวัตกรรม LAB น้ำชา ผสานเสน่ห์จาก "ตลาดน้ำไทย" เปิด 3 เมนูพิเศษมีเฉพาะที่นี่
สำหรับความโดดเด่นของ heytea Lab สาขากรุงเทพฯ คือการรวมพื้นที่ทดลอง 3 รูปแบบไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกในภูมิภาค ได้แก่ Tea LAB, Bake LAB และ Gelato LAB พร้อมการออกแบบเคาน์เตอร์แบบเปิด (Open Counter) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รับชมกระบวนการปรุงเครื่องดื่ม การอบขนมสดใหม่ และการทำเจลาโต้แบบสดๆ ได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ร้านยังได้รับการออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก "ตลาดน้ำ" วิถีชีวิตริมน้ำอันยาวนานของไทย ตัวอาคารด้านหน้าที่หันออกสู่ลานกิจกรรมได้รับการออกแบบด้วยรูปทรงของเรือไม้ดั้งเดิม ขณะที่พื้นที่นั่งภายในถ่ายทอดเส้นสายโค้งมนของริมฝั่งน้ำ ผสานวัสดุไม้ธรรมชาติเข้ากับดีไซน์โลหะร่วมสมัย
ไม่เพียงเท่านั้น กรุงเทพฯ ยังได้รับเลือกให้เป็นพื้นที่เปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่ระดับโลกอย่าง "teaAir" หรือ "tea cloud" เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมโฟมฟูนุ่มโดยใช้ชาชงสด มะพร้าว นม และอากาศ เข้าด้วยกัน แล้วเอามาพัฒนาเป็นเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษ ซึ่งในสาขากรุงเทพฯ นี้ก็มีการใช้ teaAir เป็นส่วนหนึ่งของเมนูด้วย ทั้งนี้มี 3 เมนูพิเศษที่มีจำหน่ายเฉพาะสาขากรุงเทพฯ เท่านั้น ได้แก่
1. teaAir Rock Oolong Jackfruit
ประเดิมนวัตกรรมโฟมฟูนุ่มโดยใช้ชาชงสด มะพร้าว นม ที่เป็นโฟมครีมนุ่มละมุนนำมาใช้เสิร์ฟในเมนู "teaAir Rock Oolong Jackfruit" ที่จับคู่ชาอูหลงเข้ากับขนุนสด มะละกอ และมะพร้าว เสิร์ฟพร้อมโฟมครีม teaAir และขนุนอบแห้ง
2. Thai Milk Tea Croissant Egg Tart
เมนูขนมอบและของหวานที่นำรสชาติไทยๆ มาตีความใหม่ นั่นคือ การใช้ชาไทยมาเป็นไส้ของขนมทาร์ตไข่ โดยแป้งทาร์ตมีเลเยอร์หลายชั้น หอมเนย อบออกมาได้อย่างพอดี กรุบกรอบ ไม่แข็งไม่ร่วนจนเกินไป ส่วนไส้ชาไทยก็หอมหวานนุ่มนวลกำลังดี
3. Lime Thai Milk Gelato
ไอศกรีมเจลาโต้เนื้อเนียนนุ่ม อัดแน่นไปด้วยครีมสดธรรมชาติคุณภาพสูง นำมาผ่านขั้นตอนการทำอย่างพิถีพิถันใน Gelato LAB ของทางร้าน จนได้ไอศกรีมเหนียวหนึบเนียนในทุกคำที่ทานเข้าไป พร้อมตกแต่งด้วยผิวมะนาว ยิ่งเพิ่มความหอมสดชื่นให้เมนูนี้มากขึ้นไปอีก ทานได้เพลินๆ จนหมดถ้วย
เมนูเครื่องดื่มไฮไลต์ ผสานวัฒนธรรมป๊อปและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่ม 3 คอร์สไฮไลต์ของทางแบรนด์ ที่สะท้อนถึงดีเอ็นเอของแบรนด์ เริ่มต้นที่ คอร์สที่ 1: Aqua Jasmine Tea (ชามะลิชีสต้นตำรับ) ซึ่งแนะนำเทคนิคการดื่มตามแบบฉบับโลโก้แบรนด์ โดยให้จิบโฟมชีสคลาวด์ (Cheese Cloud) จากขอบแก้วโดยไม่ใช้หลอด เพื่อสัมผัสความนุ่มนวล หอมนัว กลมกล่อม จากนมสดเกรดพรีเมียมไร้สารสังเคราะห์ ก่อนจะคนให้เข้ากับชามะลิเพื่อรสชาติที่ลงตัว
ต่อด้วย คอร์สที่ 2: เมนูยอดฮิตระดับโลก (Global Favorite Series) ประเดิมด้วย Coconut Mango Boom (มะม่วงมะพร้าวบูม) เมนูขายดีระดับตำนานด้วยยอดขายทะลุ 75 ล้านแก้วทั่วโลก ที่จัดเต็มด้วยโครงสร้าง 3 ชั้น ทั้งสาคูด้านล่าง เยลลี่มะพร้าวเคี้ยวเพลินตรงกลาง และมะม่วงสลัชชี่ปั่นผสมชามะลิชั้นบน
ปิดท้ายด้วย Kale Boost Tea (ชามะลิและผักเคล ใส่เมล็ดเจีย) เมนูสายสุขภาพที่เปิดตัวครั้งแรกช่วงโอลิมปิกปารีส 2024 ด้วยการนำซุปเปอร์ฟู้ดอย่างน้ำผักเคลและเมล็ดเจีย มาผสมผสานร่วมกับน้ำชามะลิ น้ำแอปเปิ้ลเขียว เลมอน ให้ความสดชื่นและประโยชน์เต็มแก้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา heytea ได้เชื่อมโยงเครื่องดื่มชาเข้ากับวัฒนธรรมป๊อประดับโลก ผ่านการคอลแลบส์กับแบรนด์ชื่อดัง ทั้ง POP MART, Yayoi Kusama, alexanderwang, WICKED รวมถึงการร่วมงานกับสถาบันศิลปะระดับโลกอย่าง Guggenheim Museum
การเปิดสาขา heytea Lab ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปิดร้านเครื่องดื่มใหม่ แต่เป็นการปักหมุดไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่นำวัฒนธรรมการดื่มชารูปแบบใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ





