วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

ถอดรหัสปรากฏการณ์คาเฟ่สวนส้มบนเกาะเชจู พลิกสวนส้มเก่าเป็นคาเฟ่สุดชิค นำรากเหง้าเดิมมารีโนเวทใหม่ เสิร์ฟเครื่องดื่มสไตล์ฟิวชั่น กลางสวนส้มสุดฮีลใจ จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

KEY POINTS

  • ส่องปรากฏการณ์ของคาเฟ่สวนส้มบนเกาะเชจู พลิกสวนส้มเก่าเป็นคาเฟ่สุดชิค
  • นำรากเหง้าเดิมมารีโนเวทใหม่ สะท้อนภาพของพื้นบ้านก็หรูหราและพรีเมี่ยมได้
  • เสิร์ฟเครื่องดื่มฟิวชั่น แวดล้อมด้วยบรรยากาศสวนส้มสดใส มุมถ่ายรูปสไตล์เกาหลี
  • เปิดเมนูซิกเนเจอร์สายส้ม แทงเจอรีน ลาเต้ / ฮัลลาบง อเมริกาโน่ รสชาติชวนจิบ

'เกาะเชจู' เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ  ดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนภาพวาดของธรรมชาติที่สรรค์สร้างขึ้นจากร่องรอยการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก ผสมผสานขนบธรรมเนียมท้องถิ่นที่เปี่ยมเสน่ห์ และรสชาติอันโอชะของอาหารทะเลสดใหม่ เปลี่ยนอดีตเกาะภูเขาไฟแห่งนี้ให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ผู้เขียนและคณะเคยไปสัมผัสมนต์เสน่ห์เกาะเชจูเมื่อ 8 ปีที่แล้ว นั่งเครื่องบินจากกรุงโซลมาลงที่สนามบินของเกาะ จากนั้นเช่ารถขับเที่ยวรอบเกาะประมาณ 3-4 วัน แทบจะไปมาหมดแล้วสำหรับแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ แล้วก็มีโอกาสจิบชาเชียว 'มัทฉะ' ที่ปลูกบนเกาะเชจู ซึ่งมีชื่อเสียงในระดับโลก และเป็นคู่แข่งสำคัญของมัทฉะจากญี่ปุ่น

หากพูดถึงร้านกาแฟตามรายทางหรือตามแหล่งท่องเที่ยว ตอนนั้นมีจำนวนน้อย ตัดภาพมาที่ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีความหนาแน่นของร้านกาแฟเยอะมาก โดยเฉพาะ 'คาเฟ่ในสวนส้ม' ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด เป็นจุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจูไปแล้ว

จำได้ว่าคณะทัวร์ของเราไปเช่าบ้านพักในสวนส้มแห่งหนึ่งของเมืองซอกวิโพ ลืมไปแล้วว่าเป็นสวนส้มสายพันธุ์อะไร แต่จำได้ว่ารอบ ๆ แปลงส้มมีการนำหินสีดำขรุขระมาทำเป็นแนวกันลม ถามคุณลุงเจ้าของสวนส้ม ได้ความว่านั่นคือหินภูเขาไฟที่เกิดจากลาวาเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว หินพวกนี้พบได้ทั่วไปบนเกาะ

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

กาแฟลาเต้ส้มแมนดาริน ของร้านคาเฟ่ เดนดริ มีแยมส้มแมนดารินเป็นส่วนผสม คัดเฉพาะผลส้มสีเขียว  (ภาพ : instagram.com/cafe.dendri)

สวนส้มบนเกาะเชจูไม่ได้เป็นแค่สวนผลไม้ธรรมดา แต่เป็นคอมมูนิตี้และจุดเช็กอินท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง มีลักษณะผสมผสานระหว่าง 'ไร่เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม' และ 'คาเฟ่แนวดีไซน์สุดเก๋' บางแห่งเปิดร้านสไตล์วินเทจและมินิมอลกลางสวนส้ม บางแห่งรีโนเวทโรงนาหรือโกดังเก็บส้มเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่เรือนกระจก บางแห่งได้ทายาทรุ่นใหม่เข้ามาอัพเกรดส้มเชจูให้กลายเป็นเครื่องดื่มระดับพรีเมียมและเบเกอรี่ชั้นเลิศ

คาเฟ่ในสวนส้มแทบทุกแห่งพยายามสร้างสรรค์เมนูดึงดูดใจใหม่ ๆ นิยมนำวัตถุดิบที่มีชื่อเสียงบนเกาะมาฟิวชันกับกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ รวมไปถึงเบเกอรี่ เกิดเป็นเมนูยอดฮิตหลายประเภท เช่น

- เชจู แทนเจอรีน ลาเต้ (Jeju Tangerine)

เมนูกาแฟนมฟิวชันระดับซิกเนเจอร์ที่นำ 'ส้มกัมกยูล' (Gamgyul ) ซึ่งเป็นส้มแมนดารินสายพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกบนเกาะ มีรสหวานอมเปรี้ยวและหอมสดชื่น มาผสมผสานกับความเข้มข้นของช็อตเอสเพรสโซและนมสด เป็นเมนูฮิตที่พบได้ตามคาเฟ่สวนส้มและร้านกาแฟพิเศษทั่วเกาะ

อ้าว...แล้ว 'แทนเจอรีน' คืออะไร มาจากไหนล่ะ คำนี้เป็นชื่อเดิมของส้มกัมกยูล  แต่เมื่อเกาะเชจูถูกผลักดันให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และวงการคาเฟ่เติบโตขึ้น ทายาทรุ่นใหม่และร้านกาแฟต่าง ๆ จึงเลือกใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า เชจู แทนเจอรีน แทน  เพื่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าใจได้ง่ายขึ้น

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

แทนเจอรีน คาปูชิโน ของคอฟฟี่ เทมเพิล หนึ่งในร้านที่ช่วยจุดกระแสความฮิตของคาเฟ่สวนส้ม  (ภาพ : instagram.com/coffeetemple_jeju)

- ฮัลลาบง อเมริกาโน่ (Hallabong Americano)

เป็นเมนูที่ใช้กาแฟอเมริกาโน่ ที่ผสมผสานกับน้ำส้มคั้นสด, ไซรัปส้ม หรือแยมส้ม จาก 'ส้มฮัลลาบง' ส้มสายพันธุ์ดังที่มีจุกตรงขั้ว รสชาติหวานจัด เปรี้ยวต่ำ กลิ่นหอมแรง ที่เมืองไทยเรียกกันว่าส้มจุกเกาหลี ถือเป็นเครื่องดื่มคู่แข่งตัวฉกาจของเมนู แทนเจอรีน ลาเต้

- ฮัลลาบง ไอน์สแปนเนอร์ (Hallabong Einspänner)

กาแฟฟิวชันที่นำกาแฟสไตล์เวียนนาดั้งเดิมที่เน้นชั้นครีมหนานุ่ม มาผสมผสานเข้ากับส้มฮัลลาบง โดยเมนูนี้จะใช้วิปครีมกลิ่นรสส้มฮัลลาบง ท็อปอยู่ด้านบนของกาแฟอเมริกาโน่เย็น เป็นเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อันโด่งดังของร้าน 'คาเฟ่ กยูลดังรี' (Cafe Gyuldangri) พิกัดร้านอยู่ติดกับหาดพันโพ

- อูโด พีนัท ลาเต้ (Udo Peanut Latte)

เป็นกาแฟลาเต้ที่นำถั่วลิสงจากเกาะอูโด มาบดแล้วผสมกับนมสด ทำเป็นครีมข้น ๆ ท็อปด้านบนแก้ว รสชาติมันนัว หอมกลิ่นถั่วคั่วชัดเจน เกาะอูโดเป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ข้าง ๆ เกาะเชจู

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

เครื่องดื่มของร้านคาเฟ่ มิกัง ประกอบด้วยอเมริกาโน่เย็น,แทนเจอรีน ลาเต้ และทาร์ตไข่  (ภาพ : instagram.com/cafemikkang)

- เชจู มัทฉะ ฮัลลาบง ลาเต้ (Jeju Matcha Hallabong Latte)

การจับคู่กันของ 2 ราชาวัตถุดิบเชจู โดยชั้นล่างสุดเป็นแยมส้มฮัลลาบงรสเปรี้ยวหวาน ตรงกลางเป็นนมสด และท็อปด้านบนด้วยมัทฉะเชจูเข้มข้น สีสันแยกชั้นสวยงาม (เขียว-ขาว-ส้ม) รสชาติมีความฝาดละมุนของมัทฉะตัดกับความหวานฉ่ำของส้ม

- มูสเค้กส้มฮัลลาบง (Hallabong Mousse Cake)

มูสเค้กที่ถูกขึ้นรูปและทำสีให้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับส้มฮัลลาบอง เปลือกนอกเป็นช็อกโกแลตกรุบกรอบสีส้ม ด้านในเป็นมูสเนื้อนุ่มแทรกด้วยซอสส้มฮัลลาฉ่ำ ๆ

สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ หลาย ๆ ร้านเสิร์ฟเมนู 'นมส้มเชจู' (Tangerine Milk) คือทางออกที่ยอดเยี่ยม เป็นเมนูช่วยชีวิตของสายน็อน คอฟฟี่ รวมถึงเด็ก ๆ  เมนูนี้ใช้ซอสส้มผสมกับนมสดแท้ ๆ โดยไม่เพิ่มช็อตเอสเพรสโซ่ลงไป

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

คาเฟ่ เดอะ คอนเทนเนอร์ กับดีไซน์ร้านทรงตะกร้าเก็บส้มยักษ์สีส้ม ข้าง ๆ เป็นอเมริกาโน่เย็น , ขนมพานาคอตต้า และแทนเจอรีน ลาเต้  (ภาพ : instagram.com/cafe_the_container)

คาเฟ่สวนส้มบนเกาะเชจู ได้รับความสนใจทั้งจากคนท้องถิ่นเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการมาเที่ยวในวิถีสโลว์ไลฟ์ และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น ไทย, จีน และไต้หวัน ที่นิยมเช่ารถขับมาถ่ายรูปและทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นกระแสไวรัลในติ๊กต็อกและอินสตาแกรมอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

สำหรับรูปแบบคาเฟ่กลางสวนส้มมีความหลากหลายสูงทีเดียว ไม่ได้ทำกันแค่จัดโต๊ะเก้าอี้ให้ไปนั่งใต้ต้นส้ม แต่ด้วยไอเดียของคนรุ่นใหม่ 'สายโมเดิร์น' ทำให้สไตล์ของคาเฟ่ฉีกออกไปหลายแนว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ มีทั้งสไตล์คอทเทจยุโรป, ชนบทวินเทจ, งานดีไซน์, มินิมอลสีขาว, ฟาร์มครอบครัว, โรแมนติกคันทรี และอบอุ่นแบบโฮมมี่ ๆ ทำให้บางร้านถูกเลือกเป็นโลเคชั่นถ่ายทำซีรีส์เกาหลีชื่อดังด้วย

ถ้าชอบร้านสไตล์นี้ซึ่งอยู่หลายแห่ง ลองแวะไปที่ คาเฟ่ เดนดริ (Cafe Dendri), คาเฟ่ มิกัง (Cafe Mikkang), คาเฟ่ เดอะ คอนเทนเนอร์ (Cafe the Container), คาเฟ่ ดูกัต (Cafe Dogot), เชจูเอ อิน ฟาร์ม (Jejue In Farm), คาเฟ่ กยูลคอต ดารัค (Cafe Gyulkkot Darak), คาเฟ่ กยูล-บัต (Cafe Gyulbate), คอฟฟี่ เทมเพิล (Coffee Temple) และ เชจู เวย์ ทู อีสต์ คาเฟ่ (Jeju WAY TO EAT Cafe)

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

เมนูแทงเจอรีน เบียงโค่ ของร้านคาเฟ่ ดูกัต ผสมผสานระหว่างลาเต้เข้มข้นหอมมันกับแยมส้มแมนดารินที่ร้านทำเอง  (ภาพ : instagram.com/cafedogot)

แต่หากต้องการไปจิบกาแฟ พร้อมสัมผัสบรรยากาศสวนส้ม แล้วก็ได้ชมหินภูเขาไฟสีดำขรุขระที่ถูกนำมาเรียงเป็นกำแพงเตี้ย ๆ ล้อมรอบต้นส้มตามวิถีทางธรรมชาติและภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกาะ ก็แนะนำ ร้าน 'คาเฟ่ ดูกัต' กับ 'คาเฟ่ กยูลคอต ดารัค' บอกเลยว่าร้านหลังนี้โรแมนติกจริง ๆ

หากเป็นคอกาแฟแนวสเปเชียลตี้ นิยมเครื่องดื่มสายคราฟท์ที่ผสมผสานเทคนิคการชงเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่น ต้องแวะที่ "คอฟฟี่ เทมเพิล" ร้านกาแฟพิเศษระดับตํานาน เป็นหนึ่งในร้านที่ช่วยจุดกระแสความนิยมในคาเฟ่สวนส้มอย่างมาก

ร้านนี้ไม่ได้โด่งดังแค่ในโซเชียลมีเดีย แต่ได้รับการยอมรับในระดับผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของร้านคือ 'คุณคิม ซา-ฮง' แชมป์บาริสต้าเกาหลีใต้ปี 2016 เคยไปแข่งขันในเวทีระดับโลกมาแล้ว ทำเลร้านซ่อนตัวในสวนส้มแมนดารินเก่าแก่ ตัวอาคารหลักรีโนเวทมาจากโรงเก็บส้มที่สร้างจากหินภูเขาไฟ ล้อมรอบด้วยกำแพงหินและต้นส้มดั้งเดิม มีโซนที่นั่งแบบเปิดโล่ง ใต้ร่มเงาไม้ขนาดใหญ่ นั่งจิบกาแฟฟังเสียงธรรมชาติ ช่างฮีลใจมากมาย

เมนูห้ามพลาดของร้านนี้ ก็คงไม่พ้น 'แทนเจอรีน คาปูชิโน' (Tangerine Cappuccino) และ 'ซูเปอร์ คลีน เอสเพรสโซ' (Super Clean Espresso) ซึ่งเมนูหลังนี้ คุณคิมใช้แข่งขันในศึกบาริสต้าชิงแชมป์โลกเมื่อปี 2016 ด้วย

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

เชจูเอ อิน ฟาร์ม คาเฟ่แสนสวยในสวนส้มบนเกาะเชจู กับชุดเครื่องดื่มและอาหารของร้าน  (ภาพ : instagram.com/jejue_in_farm)

บาริสต้าแชมป์ระดับประเทศย้ายร้านหนีความวุ่นวายมาจากกรุงโซลมาเปิดร้านที่เกาะเชจู กลายเป็น 'บิ๊กสตอรี่' ที่คนเกาหลีเล่ากันนานทีเดียว หลังจากคุณคิมตัดสินใจปิดร้านคอฟฟี่ เทมเพิล สาขาแรกที่เปิดมานานกว่า 10 ปีในกรุงโซล และย้ายมาเปิดร้านที่เกาะเชจู  เมื่อปีค.ศ. 2019  ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ ความอิ่มตัวในเมืองหลวงและความต้องการแสวงหาธรรมชาติ

กิจกรรม 'เก็บส้ม' ถือเป็นอีกไฮไลท์ของคาเฟ่ในไร่ส้ม เปิดให้คนเข้าไปเดินชมสวน เด็ดส้มสด ๆ ท่ามกลางกำแพงหินภูเขาไฟกันลม สนนราคาก็คิดตามขนาดตะกร้า พอเดินเก็บส้มนาน ๆ ก็เหนื่อย บางสวนเลยนำส้มที่ลูกค้าเก็บมาชงเป็นเครื่องดื่มให้จิบเรียกความสดชื่น

ช่วงพีคที่สุดของการไปเที่ยวคาเฟ่สวนส้มบนเกาะเชจู คือ 'ฤดูหนาว' ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้เห็นผลส้มสด ๆ ห้อยระย้าเต็มต้นท่ามกลางกำแพงหินภูเขาไฟ เรียกกันว่าเป็นฤดูกาลแห่งส้มสีทอง เป็นช่วงเวลาที่ส้มแมนดารินและส้มจุกฮัลลาบงสุกเต็มที่ ทั่วทั้งสวนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสดตัดกับใบไม้สีเขียวและกำแพงหินสีดำ จัดพร็อพถ่ายรูปได้สวยที่สุดในรอบปี

'คาเฟ่ในสวนส้ม' จุดเช็คอินยอดนิยมเกาะเชจู

คาเฟ่ กยูลคอต ดารัค คาเฟ่ในสวนส้มสุดโรแมนติก กับเมนูน้ำส้มโซดา, เชจู มัทฉะ ครีม ลาเต้, และขนมวุ้นถั่วกวนรสส้มแมนดาริน  (ภาพ : instagram.com/cafe_gyulkkot_darak)

คาเฟ่ในสวนส้มบนเกาะเชจู จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่มาถ่ายรูปสวย ๆ หรือจิบเครื่องดื่มรสชาติดีเท่านั้น แต่เป็นโมเดลธุรกิจหนึ่งที่ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีต ผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายโมเดิร์นยุคปัจจุบัน ผ่านสายตาของ 'คนรุ่นใหม่' ได้อย่างมีชีวิตชีวา ครอสโอเวอร์ด้วยดีไซน์และนวัตกรรมร่วมสมัย

เป็นการเปลี่ยน 'ทุนทางวัฒนธรรม' ให้กลายเป็น 'มูลค่าทางเศรษฐกิจ' ไม่ใช่ทุบทำลายอดีตทิ้งเพื่อสร้างสิ่งใหม่ แต่คือการนำรากเหง้าดั้งเดิมมาปัดฝุ่นและเติมลมหายใจแห่งความร่วมสมัยลงไป

การนำรสชาติสากลมาผสมรสชาติโลคอล เช่น การเปลี่ยนส้มโบราณให้กลายเป็นครีมนมเข้มข้นใน 'ฮัลลาบง ไอน์สแปนเนอร์' หรือการทำ 'นมส้มเชจู' ที่แยกเลเยอร์สวยงาม ล้วนบ่งบอกว่า ของพื้นบ้านก็สามารถหรูหราและพรีเมี่ยมได้

บ้านเราก็มีสวนผลไม้หลายประเภท ล้วนแต่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ท่องเที่ยวเชิงเกษตรก็มีแทบทุกพื้นที่ ช่วยกันคิดต่อยอดให้ใหญ่ขึ้น...น่าสนใจครับ

.....................................

เขียนโดย : ชาลี วาระดี