คุยกับ “ใหม่ ดาวิกา” ถึงความท้าทายในการรับบท “คุณยายวรนาฏ” บทผีระดับตำนาน ที่ “โต้ง บรรจง” นำมาตีความใหม่ แตกต่างจากเวอร์ชันก่อน ๆ
KEY POINTS
- ใหม่ ดาวิกา รับบท "คุณยายวรนาฏ" ในภาพยนตร์ "ทายาทอสูร" เวอร์ชันใหม่ ที่มีการตีความตัวละครให้ทันสมัยและแตกต่างจากเดิม
- คุณยายวรนาฏในเวอร์ชันนี้จะใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่สไตล์ "เจน Z" มีความแสบ กวนประสาท และคาดเดาไม่ได้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุคปัจจุบัน
- บทบาทใหม่นี้ถูกนำเสนอให้มีความน่ากลัวและซับซ้อนยิ่งขึ้น รวมถึงฉากคายตะขาบที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบใหม่เพื่อเพิ่มความสยองสมจริง
“ทายาทอสูร” บทประพันธ์สุดคลาสสิกของ “ตรี อภิรุม” ถูกนำกลับมารีเมคอีกครั้งกับ “คุณยายวรนาฏ” ภาพยนตร์แนวลึกลับ สยองขวัญ ผ่านฝีมือการกำกับของ “โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล” โดยได้ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” มารับบทนำ แต่ในเวอร์ชันนี้ “วรนาฏ” จะถูกตีความใหม่ ทันสมัย ก้าวทันโลกแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
“กรุงเทพธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ใหม่ ดาวิกา” ถึงความท้าทายในการรับบทระดับตำนาน รวมถึงการทำงานกับ “โต้ง บรรจง” อีกครั้งหลังจากเคยร่วมงานแล้วใน “พี่มาก..พระโขนง”
ทายาทอสูร เคยถูกทำเป็นละครโทรทัศน์มาแล้ว 3 ครั้ง โดยมี “เหมียว ชไมพร จตุรภุช” “นก สินจัย เปล่งพานิช” และ “เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา” รับบทคุณยายวรนาฏ ในเวอร์ชันปี 2535, 2544, 2559 ตามลำดับ โดยมีฉากสุดไอคอนิกอย่างการคายตะขาบออกจากปาก เพื่อส่งต่อวิญญาณอสูรและพลังไสยเวทให้กับทายาทคนต่อไป จนกลายเป็นที่มาของสำนวน “คายตะขาบ” ซึ่งหมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ทักษะต่าง ๆ ให้แก่เด็กหรือศิษย์
ใหม่เล่าว่า ตอนเด็ก ๆ เธอได้ดูละครทายาทอสูร เวอร์ชันนก สินจัยกับคุณแม่ ซึ่งใหม่ยอมรับว่าละครเรื่องนี้น่ากลัวมาก แต่ขณะเดียวกันเธอรู้สึกว่าคุณยายวรนาฏสวยมาก จนอยากนั่งมองทั้งวัน โดยเธอเล่าว่า “ตอนเด็ก ๆ ไม่อยากเป็นคุณยายวรนาฏเลย อยากเป็นหลาน อยากได้ตะขาบ อยากอยู่ใกล้ ๆ คุณยายมากกว่า”
ทายาทอสูร ถือเป็นละครระดับตำนานที่ทุกคนรู้จักกันอยู่แล้ว และถูกรีเมคบ่อย ดังนั้นในเวอร์ชันภาพยนตร์ของโต้ง บรรจง จึงถูกนำมาตีความใหม่ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้ชม โดยเปลี่ยนภาพจำของคุณยายวรนาฏในแบบฉบับของใหม่ ดาวิกา จึงกลายเป็น “สาวสมัยใหม่” มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสไตล์วัยรุ่น ทั้งการออกไปเที่ยวกลางคืน ปาร์ตี้ตามผับ และสวมใส่ชุดบิกินี เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน คุณยายก็จะมีความแข็งแรง ลึกซึ้ง และไม่ซ้ำรอยกับเวอร์ชันใดในอดีต
“คนที่เกิดมา 800 ปี สะสมองค์ความรู้ทุกอย่าง เห็นทุกอย่างเปลี่ยนไป เขาก็ต้องปรับตัวไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้มายุคเจน Z ทั้งตะขาบและคุณยายก็ต้องปรับตัวไปตาม” ใหม่กล่าว
นอกจากนี้ แฟชั่นของคุณยายวรนาฏในเวอร์ชันนี้ ยังสร้างภาพจำแปลกใหม่ที่แข็งแรง โดยทุกครั้งที่วรนาฏปรากฏตัวจะมาพร้อมกับชุดที่ออกแบบให้มีความโดดเด่น สวยงาม นำสมัย และส่งเสริมให้ตัวละครดูเก๋า แสบ กวนประสาท และซ่อนความน่ากลัวไว้ภายใต้ความสวย ซึ่งหลาย ๆ ชุดก็มีกิมมิกเล็ก ๆ ซ่อนตะขาบเอาไว้อีกด้วย
“คุณยาย ไม่ได้หัวโบราณ มีความแสบ กวนประสาท และคาดเดาไม่ได้ ชีวิตเขาขับเคลื่อนด้วยความแค้น เพราะตระกูลนี้ก็ทำกับยายไว้หนักอยู่ ซึ่งคนดูอาจจะคิดว่าได้ว่าก็สมควรแล้วที่ยายทำแบบนี้ หรือจะมองว่าสิ่งที่ยายทำอาจจะเกินเรื่องไปก็ได้” ใหม่พูดถึงคาแรกเตอร์คุณยายวรนาฏ
ใหม่ระบุว่า “คุณยายวรนาฏ” เป็นการนำ “ทายาทอสูร” มาตีความใหม่ โดยโต้ง บรรจงได้ดีไซน์ปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง เพื่อให้คนดูรู้สึกว่ามีอะไรใหม่ ๆ ให้ได้ติดตาม ไม่ได้เหมือนกับละครหลาย ๆ เวอร์ชันที่เคยดูมาก่อนแล้ว และยังคงมีความน่ากลัวตามฉบับหนังผีไทยอย่างแน่นอน
หนึ่งในฉากสำคัญที่เป็นไฮไลต์ของเรื่องคือ “ฉากคายตะขาบ” ที่เป็นการเคลื่อนย้ายวิญญาณจากร่างเดิมที่กำลังจะตายไปสู่ร่างใหม่ ซึ่งต้องมีทั้งอาการขย้อน ตาแดง น้ำตาไหล และความรู้สึกหายใจไม่ออกไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งมีการใช้กล้องขนาดเล็กใส่เข้าไปในช่องปากของใหม่ เพื่อเจาะถ่ายให้เห็นมุมภาพลึกไปถึงบริเวณโคนลิ้นและลิ้นไก่ ซึ่งถือเป็นมุมกล้องที่แปลกใหม่และเพิ่มความสยดสยองสมจริงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
แม้จะเป็นบทที่ท้าทายความสามารถทางการแสดง แต่ใหม่ยอมรับว่านี่คือ “มาสเตอร์พีซ” ของเธอ โดยกล่าวว่า “ใหม่ไม่กล้าบอกว่ามันดีที่สุด ใหม่ยังต้องพัฒนาและปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ แต่เรื่องนี้คุ้มค่าตัวแน่นอน” พร้อมกล่าวเสริมว่า “บทนี้เป็นบทที่ใหม่แฮปปี้ที่สุด เพราะเหมือนได้อำนาจพระเจ้า เราอยู่สูงสุดแล้ว ทำอะไรกับใครก็ได้ ปั่นหัวคนในบ้านได้หมด” ซึ่งเป้าหมายเดียวของคุณยายคือการเข้ามาเอาเรือนร่างของหลานสาวตามแผนการที่วางไว้
เมื่อวงการบันเทิงและโลกปัจจุบันเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ มีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและนักแสดงรุ่นใหม่เกิดขึ้น ใหม่ยอมรับว่าต้องปรับตัวตามยุคสมัยเหมือนกับคุณยายวรนาฏ จากเดิมที่ไม่เคยต้องบริหารจัดการโซเชียลมีเดีย เธอก็เรียนรู้การปรับตัวและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ โดยเลือกปรับสไตล์และการทำงานให้เหมาะสมกับวัย และยังคงรักษาความเป็นตัวเองไว้เพื่อใช้วิถีชีวิตได้อย่างมีความสุข
“ใหม่ปรับตัวได้เหมือนยายวรนาฏเลยตอนนี้ แต่ต้องคงความเป็นตัวเองไว้ ไม่ใช่เปลี่ยนตัวเองหมดเลย แต่ต้องอยู่กับน้อง ๆ ให้ได้ อยู่กับโปรดักชันแบบใหม่ได้ แล้วก็อยู่ด้วยความสุข ยอมรับให้ได้ แล้วใหม่ว่าชีวิตมันก็จะโอเค”
อย่างไรก็ตาม ใหม่ไม่ได้อยากจะมีชีวิตยืนยาวถึง 800 ปี ขออยู่แค่ประมาณอายุ 70 ปีก็เพียงพอแล้ว โดยเธอได้กล่าวติดตลกว่า แค่ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีตั้งแต่การเล่น Instagram มาจนถึง TikTok เธอก็เริ่มตามไม่ไหวแล้ว จึงไม่อยากอยู่ยาวนานไปจนถึงยุคอนาคต
“ใหม่หาข้อดีของการอยู่ 800 ปีไม่ได้เลย แค่คิดว่าจะต้องเสียคนรักไป... ก็ไม่เอาดีกว่า มันต้องเหงามากเลยนะ ต่อให้มีเงินใช้ไม่หมดแล้วไง? สุดท้ายใช้คนเดียว” ใหม่กล่าว
ใหม่ ดาวิกา กล่าวว่าในตอนนี้เธอพอใจในจุดที่เธอยืนอยู่และสิ่งที่มี เพราะชีวิตและเส้นทางการแสดงของเธอในปัจจุบันนั้นเดินทางมาไกลเกินฝันไปมากแล้ว เธอจึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไขว่คว้าหาความดังที่ทะลุไปไกลกว่านี้ หรือวิ่งตามกระแสแรง ๆ ที่ทำให้เหนื่อยและสร้างความเสี่ยงต่อจิตใจ แต่เลือกที่จะรักษาสภาพชีวิตที่ยั่งยืน ได้ใช้ชีวิตในแบบที่อยากมี ได้ทำสิ่งที่รัก และอยู่ล้อมรอบไปด้วยคนที่รักและดูแลได้อย่างทั่วถึง
“อันนี้มันคือความพอเพียงในจิตใจคน ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากไปกว่านี้ แค่ต้องการที่จะได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองอยากมี ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แล้วก็มีคนรักในจำนวนที่เราพอใจ”





