กลับมาเพื่อสร้างตำนาน ‘เสก โลโซ' กับชีวิตใหม่หลังพ้นโทษ เดินหน้าทำเพลง เล่นคอนเเสิร์ตใหญ่ที่ใช้ทุนร่วม 100 ล้านบาท “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” 21 พ.ย. ราชมังคลากีฬาสถาน
LOSO ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2539 ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาคือเครื่องยืนยันว่า LOSO คือหนึ่งในวงร็อกระดับตำนานของประเทศไทย ผู้สร้างบทเพลงที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและความทรงจำของคนไทยหลายเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็น ซมซาน ใจสั่งมา อะไรก็ยอม อมพระมาพูด แทบขาดใจ เราและนาย ฝนตกที่หน้าต่าง เคยรักฉันบ้างไหม พันธ์ทิพย์ ฯลฯ
จากบทเพลงที่ถูกขับร้องต่อกันมาทุกยุคสมัย สู่การกลับมาครั้งสำคัญในคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งวงในชื่อ “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 เพื่อมอบประสบการณ์คอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่แฟนเพลงรอคอยมาอย่างยาวนาน
‘เสก โลโซ’ หรือ เสกสรรค์ ศุขพิมาย ผู้ก่อตั้งและฟร้อนท์แมนของ LOSO ประกาศก้องในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” ที่จัดขึ้น ณ Lico Connect เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมาว่าจะมุ่งมั่นทำเพลงและเดินหน้าเล่นคอนเสิร์ตต่อไปเหมือนวงรุ่นพี่ที่เป็นตำนานของวงการเพลงไทย
โดย ‘เสก โลโซ’ เปิดใจว่า เขาผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายมาเยอะแยะมากมาย แถมยังพูดออกมาตรง ๆ ไม่ประดิษฐ์คำพูดให้สวยหรูตามประสา “ชาวร็อค” ถึงเรื่องที่ตัวเองใช้ยาเสพติดและครอบครองอาวุธปืนจนเป็นเหตุให้ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน 20 วัน แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จำคุกจริงเพียง 1 ปี 1 เดือน 3 วัน โดยเขาบอกว่าการติดคุกครั้งนี้เปรียบเสมือนการได้ผ่านมหาวิทยาลัยชีวิตที่ทำให้ตาสว่าง พร้อมปฏิญาณว่ามุ่งมั่นทำเพลง เล่นคอนเสิร์ต สร้างประโยชน์ให้สังคมเหมือนวงรุ่นพี่ที่เป็นตำนาน
“ต่อไปนี้ ผม ในฐานะที่เป็นหัวหน้าวง ผมจะนำพาวงโลโซสืบต่อจากวงคาราบาว สืบต่อจากพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ สืบต่อจากพี่ ๆ วงไมโคร และวงต่าง ๆ ทัวร์คอนเสิร์ตตลอดไป ผมเชื่อว่าสิบปีข้างหน้า สิบห้าปีข้างหน้าคุณก็ยังได้ดูคอนเสิร์ตโลโซอยู่ครับ”
“วงโลโซได้ความรักจากแฟนคลับ จากพี่น้องประชาชนคนไทย พี่น้องทั่วโลกที่เราได้พบเจอเวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตในต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเรารู้สึกว่าเรามีคุณค่า มีประโยชน์ เราสร้างความสุขให้พี่น้องประชาชนได้ เราสามารถสร้างอนาคตให้คนรุ่นใหม่ได้ เหมือนเวลาที่ผมฟังเพลงของรุ่นพี่คาราบาว ความรักทั้งหมดที่ได้รับมาทำให้ผมอิ่มเอมใจและภาคภูมิใจ ขอสัญญากับเพื่อน ๆ ว่าต่อไปนี้ผมจะเป็นผู้นำที่ดีงาม ไม่มีเรื่องของยาเสพติดที่เป็นอันตรายมาเกี่ยวข้อง จะพยายามเขียนเพลงใหม่ ๆ นำพาความคิดของมวลชนดำเนินต่อไปอย่างดีงามครับ”
ทั้งนี้ เสกยังเผยด้วยว่าตอนอยู่ในเรือนจำเขาเขียนเพลงเอาไว้ร่วม 40 เพลง หนึ่งในนั้นคือเพลง “ไม่เสียชาติเกิด” ที่แต่งให้สมาชิกวง LOSO ทั้งหมด ซึ่งเราจะได้ฟังกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างแน่นอน
งานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” ได้กูรูวงการเพลงอย่าง มาโนช พุฒตาล มาเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งนอกเหนือจากการเล่าประวัติศาสตร์ดนตรีร็อคฉบับย่นย่อให้ได้ฟังกันโดยสังเขป ตั้งแต่การถือกำเนิดขึ้นโดยคนผิวดำในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับความนิยมไปทั่วโลกเพราะเอลวิส เพรสลีย์ การเผยแพร่เข้ามาในบ้านเราโดยเหล่านักเรียนนอก และทหารจีไอในยุคสงครามเวียดนาม จนกระทั่งมาหยั่งรากลึกในประเทศไทย
มาโนช พุฒตาล ยังมีการพูดคุยซักถามความคิดเห็นของ ‘เสก โลโซ’ ในหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ LOSO มีแฟนเพลงครอบคลุมตั้งแต่คนยุคสงครามเวียดนามมาจนถึงเจนซี เจนอัลฟ่า ซึ่งเสกมีมุมมองว่าเป็นเพราะคนยุคนี้เข้าถึงเพลงได้ง่ายขึ้น มีหลากหลายช่องทางให้เลือกฟัง ประกอบกับเพลงของวงโลโซเกี่ยวข้องกับชีวิตคน มีทั้งเพลงให้กำลังใจ เพลงรัก เพลงร็อค เพลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงรอยยิ้มนักสู้ แม่ ผู้ชนะ เราและนาย ฯลฯ ทำให้คนทุกรุ่น รวมถึงเด็กรุ่นใหม่เข้าถึงได้
“ถ้าฟังเพลงโลโซคุณจะได้ยินเสียงของ The Beatles เสียงของ The Rolling Stones เสียงของ Nirvana อยู่ในเพลง คุณจะได้ยินเสียงของคาราบาว เสียงของพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์อยู่ในนั้น เพราะว่าท่านเหล่านี้เป็นอาจารย์ของพวกเราเช่นกัน วงโลโซที่อยู่มาได้ถึง 30 ปีนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความฟลุค ผมว่ามันมาจากการที่เราได้ศึกษา (เรื่องดนตรี) มาอย่างถ่องแท้ สมาชิกทุกคนฟังเพลงมาเยอะมาก หัวใจของผมมีความร็อคแอนด์โรล และมีความป็อปอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นเวลาทำเพลงมันก็เลยไม่ยากที่พวกเราจะช่วยกันเรียบเรียงดนตรีใส่เข้าไปในบทเพลง ผมเชื่อเหลือเกินว่าคุณจะได้ยินเสียงของความเป็นร็อคแอนด์โรลในบทเพลงของเราทั้งหมด”
ทั้งนี้ “เสก โลโซ” ยังเผยด้วยว่าหลังพ้นโทษจำคุกเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตัวเขาและสมาชิกวง LOSO ได้ตระเวนเล่นคอนเสิร์ตมาแล้วร่วม 30 โชว์ โดยคิวแน่นชนิดที่ได้หยุดพักเพียงวันเดียว แล้วระหว่างที่ไปเล่นคอนเสิร์ตนั้น มีเด็กรุ่นใหม่หอบกีตาร์มาให้เขาเซ็นเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า LOSO เป็นขวัญใจเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้แค่ฟัง แต่ยังนำเพลงไปศึกษาเรียนรู้ด้วย
คอนเสิร์ต “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” จัดโดยบริษัท SL Global Entertainment โปรโมเตอร์รุ่นใหม่ที่เดินหน้าสร้างสรรค์งานบันเทิงระดับประเทศ ภายใต้การทำงานและดูแลของ โบว์ ลลิดา วงศ์เบญจรัตน์ และลูกหนุน ศุภรา วงษ์กระจ่าง สองเพื่อนซี้ที่มีความตั้งใจในการนำเสนอความบันเทิงในคอนเสิร์ตทั้งไทยและต่างประเทศ
ด้วยความร่วมมือของทีมงานมืออาชีพ คอนเสิร์ตครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการแสดงดนตรี แต่คือ มหกรรมแห่งความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะรวบรวมทุกช่วงเวลาสำคัญตลอดเส้นทาง 30 ปีของ LOSO ผ่านบทเพลงระดับตำนาน ด้วยโปรดักชัน แสง สี เสียงเต็มรูปแบบ และบรรยากาศแห่งความประทับใจที่แฟนเพลงทุกคนจะได้สัมผัสร่วมกัน
เตรียมพบกับค่ำคืนที่บทเพลงของ LOSO จะกลับมากระหึ่มอีกครั้งบนเวทีที่ยิ่งใหญ่พร้อมร่วมร้อง ร่วมคิดถึง และร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
เปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา 6,500 / 6,000 / 5,000 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,400 และ 1,200 บาท ทางเว็บไซต์ All Ticket และเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven ทั่วประเทศ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook / Instagram / Tiktok : slglobal.th และ X: slglobal_th
อย่าพลาดที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ต “30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ” วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เสียงทุกเสียงมีความหมาย เราและนายมาร่วมสร้างตำนานของวงการเพลงไทยไปด้วยกัน
#LOSO30TH #นานเท่าไรก็รอ #SLGlobalTH


