วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

ตลาดน้อย ติดอันดับ 14 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก 2026 จาก 40 ย่านทั่วโลก

จากอู่ซ่อมรถสู่คาเฟ่สุดฮิป “ตลาดน้อย” ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ติดอันดับ 14 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลกปี 2026 คว้าอันดับดีที่สุดเท่าที่เคยทำได้ จากทั้งหมด 40 ย่านทั่วโลก

KEY POINTS

  • ตลาดน้อย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 14 จาก 40 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลกประจำปี 2026 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Time Out ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดที่กรุงเทพฯ เคยทำได้
  • เสน่ห์สำคัญที่ทำให้ตลาดน้อยได้รับเลือกคือการผสมผสานระหว่างของเก่าและของใหม่ได้อย่างลงตัว โดยยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมของย่านธุรกิจอะไหล่เก่าไว้คู่กับร้านกาแฟและพื้นที่สร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่
  • สำหรับอันดับ 1 ในการจัดอันดับครั้งนี้คือย่าน Jongno 3-ga ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ตามด้วย L’Ocean District ของโมร็อกโก และ Neos Kosmos ของกรีซ

ตลาดน้อย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 14 จาก 40 ย่านทั่วโลก ในการจัดอันดับ “ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลกประจำปี 2026 ของ Time Out นับเป็นอันดับที่ดีที่สุดที่กรุงเทพฯ เคยทำได้บนลิสต์นี้ ขณะที่อันดับ 1 ตกเป็นของย่าน Jongno 3-ga ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนย่าน L’Ocean District ของโมร็อกโก, ย่าน Neos Kosmos ของกรีซ คว้าที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

เสน่ห์ของการเที่ยวเมืองใหญ่ บางครั้งไม่ได้อยู่ที่การไปเช็กอินตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่อยู่ที่การได้เดินหลงเข้าไปในย่านเล็ก ๆ ที่มีร้านเก่า ร้านใหม่ คาเฟ่ บาร์ อาหารท้องถิ่น และผู้คนในชุมชนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน จนทำให้รู้สึกเหมือนได้สัมผัส “ชีวิตจริง” ของเมืองนั้น ๆ 

นี่คือสิ่งที่ Time Out พยายามค้นหาในการจัดอันดับ 40 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลกประจำปี 2026 โดยคัดเลือกย่านต่าง ๆ จากเครือข่ายนักเขียนและบรรณาธิการท้องถิ่นทั่วโลก ก่อนให้ทีมบรรณาธิการของ Time Out พิจารณาเลือกย่านท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และจัดอันดับให้แต่ละสถานที่ โดยมีการวิเคราะห์จากหลายปัจจัย ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ไนต์ไลฟ์ วัฒนธรรม ธุรกิจอิสระ คุณภาพชีวิต และความเป็นชุมชน

และหนึ่งในย่านที่ได้รับเลือกในปีนี้คือ “ตลาดน้อย” กรุงเทพฯ ที่คว้าอันดับ 14 ของโลก ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 15 และกลายเป็นผลงานที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ในประวัติศาสตร์การจัดอันดับนี้

จากย่านท่าเรือเก่า สู่ชุมชนที่คนรุ่นใหม่เข้ามาเติมสีสัน

เหตุผลที่ตลาดน้อยโดดเด่นจนโดนใจทีมคณะกรรมการ ไม่ได้มาจากการถูกปรับปรุงรีโนเวทบรรยากาศใหม่ให้ทันสมัยไปเสียทั้งหมด แต่เป็นเพราะว่าที่นี่สามารถนำ “ของเดิม” กับ “ของใหม่” มาอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติและผสมผสานกันได้อย่างลงตัว 

ในอดีต ตลาดน้อยเคยเป็นพื้นที่ท่าเรือสำคัญของกรุงเทพฯ ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นย่านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอะไหล่และเครื่องยนต์ ซึ่งภาพของอู่ซ่อมรถและร้านอะไหล่ยังพบเห็นได้ตามตรอกซอกซอยจนถึงทุกวันนี้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร้านกาแฟ บาร์ แกลเลอรี และพื้นที่สร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ก็เริ่มเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ได้ทำให้ธุรกิจเก่าหายไป

ภาพที่ Time Out ยกขึ้นมาอธิบายเสน่ห์อันน่าทึ่งของตลาดน้อยได้ชัดเจน ก็คือ บนถนนเดียวกันอาจเห็นช่างซ่อมรถกำลังทำงานกับเครื่องยนต์ ขณะที่ชั้นบนของอาคารเดียวกันมีร้านกาแฟที่กำลังชงกาแฟให้ลูกค้า

นี่จึงเป็นเสน่ห์สำคัญของตลาดน้อย เพราะการเปลี่ยนแปลงของย่านเก่าแก่ ไม่ได้เกิดจากการรื้อของเก่าแล้วสร้างใหม่เสมอไป แต่เป็นการค่อย ๆ เติมธุรกิจและกิจกรรมรูปแบบใหม่เข้าไปในชุมชนเดิม

เดินเที่ยวตลาดน้อยหนึ่งวัน มีอะไรให้ดูบ้าง?

สำหรับ "ตลาดน้อย" เป็นย่านที่สามารถใช้เวลาเดินเล่นเที่ยวชมวิถีชุมชนได้ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงกลางคืน เพราะมีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร พื้นที่สร้างสรรค์ สถาปัตยกรรมเก่า และสถานที่ทางวัฒนธรรมอยู่รวมกัน หนึ่งในจุดที่ถูกพูดถึงคือ Mother Roaster ร้านกาแฟขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ภายในอู่ซ่อมรถ ทำให้ภาพของร้านกาแฟสมัยใหม่กับธุรกิจดั้งเดิมของตลาดน้อยมาอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างชัดเจน

อีกจุดหนึ่งคือ 965bkk ซึ่งอยู่ในอาคารห้องแถวอายุกว่า 200 ปี และปรับพื้นที่ให้เป็นทั้งคาเฟ่ บาร์ และพื้นที่สร้างสรรค์ ขณะที่บริเวณใกล้เคียงยังมี โบสถ์กาลหว่าร์ (Holy Rosary Church) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1787 และศาลเจ้าโจวซือกง หรือศาลเจ้าโรงเกือก สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของย่านนี้

ส่วน บ้านโซวเฮงไถ บ้านจีนฮกเกี้ยนเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ก็ยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้ตลาดน้อยมีเอกลักษณ์ เพราะพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ยังถูกใช้งานอยู่ ไม่ได้กลายเป็นเพียงอาคารเก่าที่ตั้งไว้ให้คนมาถ่ายรูป เมื่อเดินต่อไปตามตรอกซอกซอย นักท่องเที่ยวยังจะพบภาพวาดบนกำแพง ร้านเล็ก ๆ ริมน้ำ และอาคารเก่าที่อยู่ร่วมกับธุรกิจรุ่นใหม่อย่างคาเฟ่และบาร์

เปิดโผ Top 5 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก มีที่ไหนบ้าง?

แม้ตลาดน้อยจะสร้างชื่อให้กรุงเทพฯ ด้วยการคว้าอันดับ 14 แต่ย่านที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของปีนี้ตกเป็นของ "Jongno 3-ga ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้" โดยมีจุดเด่นคือ เป็นย่านชุมชนค้าขายอาหารริมทาง ที่กำลังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ทั้งนี้ Jongno 3-ga เคยติดอันดับ 3 ในลิสต์รายการนี้เมื่อปี 2021 ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในปีนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การกลับมาคึกคักของร้านอาหารริมทางช่วงค่ำ หรือ pocha ซึ่งจากเดิมเป็นร้านราคาประหยัดสำหรับคนทำงานและแรงงาน กลายเป็นจุดนัดพบของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามานั่งกินอาหาร ดื่ม และใช้เวลายามค่ำที่นี่มากขึ้น ขณะเดียวกัน ถนน Seosulla-gil ซึ่งอยู่ใกล้กับ "ศาลเจ้าจงมโย" ก็มีร้านงานฝีมือ สตูดิโอเครื่องประดับ และบาร์อิสระเข้ามาเปิดมากขึ้น ทำให้พื้นที่ประวัติศาสตร์ของเมือง มีทั้งบรรยากาศแบบดั้งเดิมและธุรกิจสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่อยู่ร่วมกัน

อันดับ 2 คือ L’Ocean District ในกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก ย่านริมชายหาดที่มีทั้งทางเดินเลียบทะเล สนามกีฬา และร้านค้าอิสระ แม้พื้นที่จะกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่และมีโรงแรม Four Seasons เข้ามาเปิด แต่บรรยากาศของชุมชนท้องถิ่นยังคงอยู่ จุดเด่นของ L’Ocean คือการผสมระหว่างชีวิตริมทะเลกับวัฒนธรรมของคนในย่าน โดยเฉพาะร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจอิสระตามถนนสายเล็ก ๆ รวมถึง Rue Bruxelles ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่คนเดินที่มีคาเฟ่และศูนย์วัฒนธรรมเพิ่มขึ้น

อันดับ 3 คือ Neos Kosmos ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ย่านที่อยู่ระหว่างอะโครโพลิสกับชายฝั่ง Athenian Riviera ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเริ่มดึงดูดคนทำงานสร้างสรรค์และธุรกิจอิสระเข้ามามากขึ้น สิ่งที่ทำให้ Neos Kosmos น่าสนใจ คือ ความหลากหลายของผู้คนในพื้นที่ ทั้งผู้อพยพ นักศึกษา ศิลปิน และคนเก่าแก่ของที่นี่อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกัน ยังมีทั้งร้านอาหารกรีกแบบดั้งเดิม คาเฟ่ บาร์ ร้านเบเกอรี และพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยอย่าง Onassis Stegi ซึ่งทำให้ย่านมีทั้งวิถีชุมชนและกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้ชม

อันดับ 4 คือ Chinatown ในลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ Time Out มองว่าย่านนี้โดดเด่นจากการรักษาประวัติศาสตร์ของชุมชนจีนไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับตัวด้วยร้านอาหาร บาร์ และพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาเติมสีสันให้ย่าน ในช่วงที่ผ่านมา Chinatown มีทั้งร้านอาหารจีน-อเมริกัน ร้านกาแฟ ร้านอาหารฟิลิปปินส์ บาร์ และสถานที่จัดดนตรีเปิดใหม่ ทำให้พื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานยังคงดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งตัวตนเดิมของย่านนี้ไป

ส่วน อันดับ 5 คือ Govanhill ในเมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ย่านที่โดดเด่นเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเป็นชุมชน ในมุมของคนทำธุรกิจท้องถิ่น ได้สะท้อนว่าจุดเด่นของ Govanhill อยู่ที่การเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากหลากหลายพื้นเพเข้ามาอยู่ร่วมกัน ขณะที่ร้านค้าอิสระอย่างร้านหนังสือ Burning House Books รวมถึงบาร์และธุรกิจท้องถิ่นอื่น ๆ ก็มีบทบาทในการสร้างบรรยากาศของย่าน

Aimée Ballinger เจ้าของ Burning House Books บอกกับ CNN ว่า เธอรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Govanhill และได้เลี้ยงลูกที่นี่ ขณะที่ Tommy Nicholls เจ้าของบาร์ LGBTQ+ ในย่าน มองว่า Govanhill เป็นศูนย์รวมของชุมชนและวัฒนธรรมที่หาได้ยากในปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย นอกจากตลาดน้อยที่คว้าอันดับ 14 แล้ว ยังถือเป็นปีที่กรุงเทพฯ กลับมาโดดเด่นบนลิสต์การจัดอันดับในหัวข้อย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก อีกครั้ง หลังจากปี 2025 ไม่มีชื่อย่านจากกรุงเทพฯ ติดอันดับ โดยก่อนหน้านี้ ทรงวาดเคยอยู่ในอันดับ 39 เมื่อปี 2023 และเอกมัยอยู่ในอันดับ 27 เมื่อปี 2024

40 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก ประจำปี 2026

สำหรับรายงาน 40 ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จัดทำโดย Time Out มีลิสต์รายชื่อของย่านต่างๆ ทั่วโลก ดังนี้ 

อันดับ 1  Jongno 3-ga — โซล, เกาหลีใต้
อันดับ 2  L’Ocean District — ราบัต, โมร็อกโก
อันดับ 3  Neos Kosmos — เอเธนส์, กรีซ
อันดับ 4  Chinatown — ลอสแอนเจลิส, สหรัฐฯ
อันดับ 5  Govanhill — กลาสโกว์, สกอตแลนด์ (สหราชอาณาจักร)
อันดับ 6  Kitakagaya — โอซาก้า, ญี่ปุ่น
อันดับ 7  Chapinero Alto — โบโกตา, โคลอมเบีย
อันดับ 8  Koenji — โตเกียว, ญี่ปุ่น
อันดับ 9  Downtown — เซนต์แคเทอรีนส์, แคนาดา
อันดับ 10  Esquilino — โรม, อิตาลี
อันดับ 11  Russafa — บาเลนเซีย, สเปน
อันดับ 12  Tân Định — โฮจิมินห์ซิตี้, เวียดนาม
อันดับ 13  São Bento — ลิสบอน, โปรตุเกส
อันดับ 14  Talat Noi — กรุงเทพฯ, ไทย
อันดับ 15  Slakthusområdet — สตอกโฮล์ม, สวีเดน
อันดับ 16  Humayunpur — เดลี, อินเดีย
อันดับ 17  Laranjeiras — รีโอเดจาเนโร, บราซิล
อันดับ 18  West Town — ชิคาโก, สหรัฐฯ
อันดับ 19  Rákóczi tér — บูดาเปสต์, ฮังการี
อันดับ 20  Jalan Besar — สิงคโปร์
อันดับ 21  Crooswijk — รอตเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์
อันดับ 22  Chacagiales — บัวโนสไอเรส, อาร์เจนตินา
อันดับ 23  Bandra West — มุมไบ, อินเดีย
อันดับ 24  Cathedral Quarter — เบลฟาสต์, สหราชอาณาจักร
อันดับ 25  República — เซาเปาโล, บราซิล
อันดับ 26  Changning — เซี่ยงไฮ้, จีน
อันดับ 27  Oost — อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์
อันดับ 28  Financial District — นิวยอร์ก, สหรัฐฯ
อันดับ 29  New Farm — บริสเบน, ออสเตรเลีย
อันดับ 30  Quartier d’Aligre — ปารีส, ฝรั่งเศส
อันดับ 31  Kalk Bay — เคปทาวน์, แอฟริกาใต้
อันดับ 32  North Hobart — โฮบาร์ต, ออสเตรเลีย
อันดับ 33  Newington Green — ลอนดอน, สหราชอาณาจักร
อันดับ 34  Yulin — เฉิงตู, จีน
อันดับ 35  Mount Pleasant — แวนคูเวอร์, แคนาดา
อันดับ 36  Centro Histórico — ลิมา, เปรู
อันดับ 37  Boavista — ปอร์โต, โปรตุเกส
อันดับ 38  Starstreet Precinct — ฮ่องกง
อันดับ 39  South Melbourne — เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย
อันดับ 40  Distillery District — เล็กซิงตัน, สหรัฐฯ

จากลิสต์รายงานชื่อย่านทั้งหมดข้างต้นจะเห็นว่าความ “เจ๋ง” ของย่านเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงแค่การมีร้านใหม่หรือสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ แต่ให้ความสำคัญกับ ชีวิตของคนในย่าน ธุรกิจท้องถิ่น วัฒนธรรม อาหาร เครื่องดื่ม และความสามารถของย่านในการเปลี่ยนแปลงโดยยังรักษาเอกลักษณ์เดิมไว้ ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ทำให้ตลาดน้อยติดอันดับ 14 ในปีนี้ด้วย

นอกจากนี้ Time Out ระบุว่า ปีนี้มีหลายย่านที่ติดอันดับเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองมากขึ้น สะท้อนการกลับมาคึกคักของศูนย์กลางเมือง หลังจากช่วงโควิด-19 ที่หลายพื้นที่เคยเงียบเหงาและร้านค้าปิดตัวลง โดยปัจจุบันมีทั้งพื้นที่สร้างสรรค์ บาร์ ร้านอาหาร แกลเลอรี และสถานที่จัดกิจกรรมใหม่ ๆ กลับเข้ามาเติมชีวิตให้เมืองอีกครั้ง

 

 

อ้างอิง: CNN, Time Out กรุงเทพฯ, BkkMenu