ความฝัน.. ใครๆ ก็มีกันได้ แต่การจะทำฝันให้เป็นจริงได้หรือไม่นั่นก็อีกเรื่อง! แต่สำหรับหนุ่มนักฝันคนนี้ ไม่ใช่แค่มีฝัน และทำมันให้เป็นจริง
ตอนยังเด็ก เรามักมีความฝันอยากเป็นอะไรมากมาย ไม่ว่าหมอ ครู จิตรกร หรือ นักบินอวกาศ แต่พอโตขึ้น ยังไม่ต้องพูดถึงการเดินตามฝัน เอาแค่เคยฝันอะไรไว้บ้างนั้น หลายคนอาจลืมเลือนไปหมดแล้ว
ยิ่งถ้าเป็นใครสักคนที่มุ่งมั่นทำตามฝันให้กลายเป็นจริง แถมยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะนั่นยังเป็นฝันเพื่อ 'คนอื่น' ด้วยนั้น ดูเหมือนจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ไม่ใช่สำหรับ 'แอนดรูว์ ปาร์กเกอร์' หนุ่มชาวนิวซีแลนด์วัย 30 ปี ที่เดินทางมาแล้วเกือบทั่วโลก และเมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งจะได้มาเยือนเมืองไทย
..การมาของหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา เพราะเขาลัดฟ้ามาแดนสยามโดย 'บอลลูน'
- ฝันในวัยเยาว์
แอนดรูว์ เป็นนักบินบอลลูนจากเมืองแฮมมิลตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการของโครงการฟลายอิ้ง ไฮ ฟอร์ คิดส์ เวิลด์ บอลลูน โปรเจคท์ (Flying High For Kids World Balloon Project) เขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจเรื่องสิทธิเด็กและปัญหาเกี่ยวกับเด็กมากขึ้น และนั่นก็คือสาเหตุที่เขาบินมาประเทศไทยในครั้งนี้ ทั้งเพื่อทำพิธีจุดบอลลูนเพื่อยูนิเซฟ และเปิดตัวโครงการการตรวจสุขภาพเด็กพิการทางสติปัญญาที่เชียงใหม่
เขาเล่าว่า ในชีวิตเขามีความฝันใหญ่ๆ อยู่ 2 เรื่อง หนึ่ง คือการเป็นนักบินบอลลูน และ สอง คือการได้ทำประโยชน์ช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะกับเด็กๆ
ความฝันแรก เขาทำให้มันเป็นจริงด้วยวัยไม่ถึงยี่สิบปี และต่อมาในวัยสามสิบ แอนดรูว์ก็ต่อยอดสู่ความฝันที่สองที่ยิ่งใหญ่กว่า และกำลังทำมันให้เติบโต
ย้อนหลังกลับไป 24 ปีก่อน เด็กชายแอนดรูว์ ปาร์กเกอร์ ในวัย 6 ขวบ ได้เห็นบอลลูนปรากฏโฉมบนท้องฟ้า ลอยผ่านหลังคาบ้านไปเป็นครั้งแรก มันเป็นความตื่นตาตื่นใจ และกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของเขาที่บอกกับตัวเองว่า โตขึ้นจะต้องเป็นนักบอลลูนให้ได้
ไม่ใช่แค่คิด แต่เด็กชายแอนดรูว์ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินจากงานพิเศษรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์ จนในที่สุดเขาก็ได้สัมผัสกับประสบการณ์ขึ้นบอลลูนเป็นครั้งแรกในชีวิตตอนอายุได้ 11 ขวบ
...ก้าวเล็กๆ แต่เป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้เขามุมานะที่จะเป็นนักบินบอลลูนอย่างจริงจัง จนได้เริ่มต้นเรียนการบินบอลลูนตอนอายุ 16 และสอบใบอนุญาตการบินบอลลูนได้ครั้งแรกตอนที่อายุ 19 ปีที่ประเทศออสเตรเลียบ้านใหม่ของแอนดรูว์
เมื่อเข้าสู่วัย 'ผู้ใหญ่' ซึ่งโดยมากมักเป็นจุดพลิกของหลายๆ คนที่จำต้องทิ้งฝันเพื่อเดินตามครรลองชีวิตในความจริง แต่สำหรับชายคนนี้ เขาสามารถบาลานซ์ระหว่าง 'งานเลี้ยงชีวิต' กับ 'ความฝันที่หล่อเลี้ยงหัวใจ' ได้ด้วยการเอาความฝันมาทำเป็นงานเสียเลย
แอนดรูว์เริ่มต้นธุรกิจเกี่ยวกับบอลลูนในวัยเพียงยี่สิบต้นๆ และยังทำงานเกี่ยวกับการบินบอลลูนมาแล้วทั้งในรัสเซีย บราซิล ฝรั่งเศส และตุรกี รวมถึงเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ เกือบ 40 ประเทศทั่วโลกด้วยบอลลูนมาแล้ว..
"ผมชอบการบินบอลลูน เพราะมันเป็นการบินที่มีความเฉพาะตัวมาก การบินขึ้นในแต่ละครั้ง เราไม่สามารถคาดเดาอะไรล่วงหน้าได้ นั่นทำให้บอลลูนเป็นสิ่งที่น่าค้นหาและท้าทาย ที่สำคัญมันเป็นการบินที่ทำให้เราได้สัมผัสกับทุกอย่างอย่างใกล้ชิด ทั้งธรรมชาติ และท้องฟ้าแบบที่พาหนะอื่นๆ ไม่สามารถให้ประสบการณ์แบบนี้ได้" นั่นคือ เสน่ห์ของบอลลูนที่ทำให้แอนดรูว์หลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
- ฝันสูง.. ต้องบินให้สูงกว่า
หลังจากฝันแรกกลายเป็นจริงแล้ว อีก 6 ปีต่อมา เขาก็ได้เริ่มต้นทำความฝันที่สองให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น ซึ่งแม้จะมาทีหลัง แต่ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจเขามาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น โดยแอนดรูว์บอกว่า เขารู้สึกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า "อยากจะได้มีส่วนในการช่วยเหลือสังคมโดยมีบอลลูนที่เขารักเป็นส่วนหนึ่งของงาน"
...โครงการฟลายอิ้ง ไฮ ฟอร์ คิดส์ เวิลด์ บอลลูน โปรเจคท์ จึงได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น
"ผมมีแรงบันดาลใจมานานแล้วว่าอยากจะแชร์ความรักในบอลลูนให้กับผู้คนอื่นๆ และอยากใช้มันเพื่อทำประโยชน์ จนเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ผมเลยขอความเห็นจากผู้อำนวยการ ยูนิเซฟ นิวซีแลนด์ และโครงการนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ผมมีแผนจะขับรถบรรทุกบอลลูนไปใน 100 ประเทศทั่วโลกเพื่อยูนิเซฟระดมทุนโดยเฉพาะเพื่อการทำงานในเรื่องสิทธิเด็กและการศึกษา เพราะผมเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมากในสังคม และเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคต ผมจะไปเยี่ยมโรงเรียน และชุมชนต่างๆ ใน 100 ประเทศ ในระยะเวลา 4 ปีนับจากนี้ เพื่อแสดงบอลลูนให้คนนับแสนได้ชม และหวังว่าจะช่วยระดมทุนได้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐจากสาธารณชน และภาคธุรกิจ และหวังว่าบอลลูนจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่เด็กๆ"
แม้ฝันครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเกินตัว โดยเขาตัดสินใจครั้งสำคัญที่ท้าทายที่สุดอีกครั้งในชีวิตด้วยการขายกิจการทั้งหมดของตัวเองเพื่อเป็นทุนตั้งต้นสำหรับโครงการนี้
"ผมคิดว่า ถ้าจะทำโครงการนี้ ก็คงไม่มีเวลาดูแลบริษัท เพราะต้องเดินทางไกลเป็นเวลานาน จึงตัดสินใจขายกิจการทั้งหมด ได้เงินทุนมาประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเป็นเงินทุนตั้งต้นในการทำโครงการ การเดินทางและอื่นๆ" เขาบอก
โครงการฟลายอิ้ง ไฮ ฟอร์ คิดส์ เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 โดยเขาออกเดินทางจากประเทศนิวซีแลนด์ และมีแผนว่าจะไปจบลงในอีก 4 ปีข้างหน้าที่ประเทศชิลี แต่แผนการเดินทางอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการเมือง จนถึงตอนนี้แอนดรูว์ได้พาบอลลูนท่องไปในหลายประเทศ ตั้งแต่นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และประเทศไทย
แอนดรูว์บอกว่า ตั้งแต่เริ่มทำมา ยังไม่พบสิ่งที่เป็นปัญหาในการเดินทางมากนัก อาจจะมีบ้างเกี่ยวกับเรื่องของพิธีการศุลกากรหรือการผ่านแดนต่างๆ แต่ที่เป็นปัญหามากกว่านั้น คือเรื่องของเงินทุน ที่ยังขาดสปอนเซอร์ในระยะยาว
ด้วยความตั้งใจว่าจะช่วยระดมทุนให้ได้ 1 ล้านเหรียญ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างๆ เขาจึงออกเอง รวมกับเงินบริจาคผ่านเว็บไซต์ของโครงการ Flying High for Kids และการหาสปอนเซอร์ช่วยสนับสนุน โดยเงินที่ได้รับมาทั้งหมดเมื่อหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ก็จะมอบให้กับทางยูนิเซฟทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ขาดโอกาสทั่วโลก
เขายอมรับว่า เรื่องการระดมเงินทุนยังเป็นปัญหาที่ยากพอสมควร ช่วงนี้พร้อมๆ กับการเร่งสร้างโปรไฟล์ของโครงการให้เห็นเป็นรูปธรรม ทริประดมทุน ระดมฝันรอบโลกของเขายังต้องพักเบรคเป็นระยะๆ เพื่อเจ้าตัวจะต้องหันมาทำการบินบอลลูนพาณิชย์ร่วมด้วยเพื่อหาเงินมาต่อลมหายใจให้กับโครงการ
- เติมพลังจากรอยยิ้ม
แม้ฟังดูแล้วจะเป็นเรื่องยาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนุ่มนิวซีแลนด์รายนี้ท้อแท้แต่อย่างใด เขามองว่ากำลังได้ทำในสิ่งที่รักสองสิ่งในเวลาเดียวกัน และเมื่อเริ่มต้นทำแล้ว ก็คงยากที่จะหยุด
นอกจากความตั้งใจที่จะต้องบรรลุภารกิจให้ได้แล้ว ระหว่างการทำเพื่อ 'คนอื่น' เขาก็ยังได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ มิตรภาพ และได้ค้นพบความสวยงามมากมายในรายทางอีกด้วย
โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่ทำให้เขามีแรงใจในการสานฝันต่อไปได้ นั่นก็คือ รอยยิ้มของเด็กๆ เมื่อได้เห็นการแสดงบอลลูน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นบอลลูนกันมาก่อน และมองว่า มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ไม่ต่างกับที่เขารู้สึกตอนเป็นเด็ก
"อย่างตอนที่เด็กๆ จากโรงเรียนกาวิละอนุกูลที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ บางคนได้มีโอกาสขึ้นบนบอลลูนกับผม (แม้จะไม่ได้ลอยขึ้นฟ้า) และเด็กๆ ที่เหลือยังช่วยผมพับเก็บบอลลูน ดูพวกเขามีความสุขและตื่นเต้นมาก" เขากล่าวว่ามันเป็นกำลังใจชั้นเยี่ยมและไม่มีอะไรจะทดแทนได้
นอกจากนั้นระหว่างการเดินทางไปในประเทศต่างๆ แอนดรูว์ยังทำหน้าที่เป็น 'บุรุษไปรษณีย์แห่งมิตรภาพ' ด้วยการนำโปสการ์ดผลงานของเด็กๆ จากที่หนึ่งไปแลกกับโปสการ์ดของเด็กๆ ในที่อื่นๆ ที่เขาเดินทางไปถึง
"ในงานแสดงบอลลูน ผมจะมีการแลกเปลี่ยนโปสการ์ดกับเด็กๆ ซึ่งเป็นโปสการ์ดท่พวกเขาทำเอง ผมนำเอาโปสการ์ดจากนิวซีแลนด์มาแลกกับเด็กๆ ที่เชียงใหม่ แล้วก็จะนำเอาโปสการ์ดของเด็กๆ จากที่นี่ไปแลกกับเด็กที่อื่นๆ ต่อ โปสการ์ดแต่ละใบที่เด็กวาด อาจะเป็นภาพที่แสดงสัญลักษณ์ของเมืองหรือประเทศของเขาตามจินตนาการหรือความรู้สึก ซึ่งก็เป็นสื่อเรียนรู้ให้กับเด็กในที่อื่นได้เป็นอย่างดี เพราะเขาอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักเมืองที่อยู่อีกซีกโลกก็ได้ วัตถุประสงค์ของผมก็คือ การสร้างมิตรภาพของเด็กๆ จากทั่วโลก และอยากให้เด็กได้เรียนรู้วิถีชีวิตและยอมรับความแตกต่างของคนในแต่ละสังคมในแต่ละวัฒนธรรม"
แม้โครงการดังกล่าวจะอยู่แค่ระยะเริ่มต้น และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะบรรลุได้อย่างที่หวังหรือไม่ หนำซ้ำยังมีแรงเสียดทานจากคนภายนอกที่ไม่น้อยมองดูสิ่งที่เขาทำ และลงความเห็นว่า มันบ้าบิ่นมาก ที่เขาเทหมดหน้าตักเพื่อมุ่งมาทำโครงการช่วยเหลือเด็ก แต่แอนดรูว์ก็ยืนยันว่า เขามีความสุขกับการเดินตามความฝัน โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับบอลลูน
"สิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำเพราะเป็นงาน หรือเป็นภารกิจที่ผมตั้งขึ้นมาเอง มันไม่สำคัญเลยว่าคืออะไร ถ้ามันเกี่ยวกับบอลลูน ผมก็ทำมันด้วยความรัก" เขาย้ำส่งท้ายด้วยรอยยิ้ม
ผู้สนใจสามารถติดตามเรื่องราวภารกิจบอลลูนเพื่อเด็กของแอนดรูว์ ปาร์กเกอร์ และบันทึกเรื่องราวการเดินทางของเขาไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงร่วมสนับสนุนให้กับโครงการฟลายอิ้ง ไฮ ฟอร์ คิดส์ เวิลด์ บอลลูน โปรเจคท์ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://flyinghighforkids.com/ หรือ facebook : flyinghighforkidsproject
หมายเหตุ : เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการจุดประกาย





