"โล โคลบี้" ตัวแทนจากสหรัฐอเมริกา คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2026 ในรอบตัดสินฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด Empower Every Voice โดยไทยคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 แสดงความเท่าเทียมและศักยภาพของทรานส์เจนเดอร์ระดับสากล
KEY POINTS
- โล โคลบี้ ตัวแทนจากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2026 ในวาระครบรอบ 20 ปีของการประกวด
- ธีรชยา พิมพ์กิตติเดช ตัวแทนจากประเทศไทย ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 และ ซากิ อิวาอิ จากประเทศญี่ปุ่น ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2
- การประกวดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Evolving Legacy” เพื่อเฟ้นหาตัวแทนสาวทรานส์เจนเดอร์ที่มีความสามารถและวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำสร้างความเท่าเทียม
การประกวด “Miss International Queen® 2026” รอบ The Crowning Finale จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี “Miss International Queen®” ซึ่งก่อตั้งและจัดการประกวดโดยบริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด เวทีที่เปิดพื้นที่ให้สาวทรานส์เจนเดอร์จากทั่วโลกได้แสดงตัวตน ความสามารถ และถ่ายทอดจุดยืนทางสังคม ภายใต้แนวคิดหลัก “The Evolving Legacy: Empower Every Voice” ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา
ในวาระครบรอบสองทศวรรษ “อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน” กรรมการผู้จัดการบริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จำกัด และประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจัดงานในปีนี้ใช้แนวคิด “The Evolving Legacy” เพื่อให้ทั่วโลกได้เห็นพัฒนาการและการยอมรับที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนานาประเทศต่างให้ความเคารพในฐานะเวทีริเริ่มที่ช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของสังคมที่มีต่อทรานส์เจนเดอร์
“เราอยากให้คนทั้งโลกเห็นว่า Miss International Queen มองมากกว่าเรื่องเพศ เราดูความสามารถ บียอนด์กว่าความสวย เป็นลีดเดอร์ในสิ่งถูกต้องสำหรับโลกนี้ได้” อลิสากล่าว
การประกวดในปีนี้ มีผู้เข้าประกวดมากที่สุด 27 คน อลิสาระบุว่า ปรกติกองประกวดจะจำกัดจำนวนไว้ไม่เกิน 25 คนเพื่อการดูแลที่ทั่วถึง แต่ปีนี้มีผู้สมัครเข้ามาเป็นจำนวนมากจึงขยายเพิ่มขึ้น โดยพยายามไม่ให้เกิน 30 คน เพื่อให้ดูแลทุกคนได้ทั่วถึง โดยมีทั้งระบบ National Licensees ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก ร่วมกับผู้สมัครอิสระที่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เพื่อเฟ้นหาผู้แทนประเทศที่มีคุณสมบัติเปรียบเสมือน “นักการทูต” ประจำประเทศนั้น ๆ
“ตลอด 20 ปีของการประกวด ทำให้ผู้เข้าแข่งขันเกิดความเข้าใจว่ากองประกวดกำลังมองหาอะไร พวกเขาจึงเตรียมตัวมาพร้อม ทั้งโครงการ ชุด และสปีช เพื่อพร้อมเป็นผู้แทนของประเทศตนเอง” อลิสาเปิดเผย
สำหรับผลการตัดสินในปี 2026 ผู้ที่สามารถคว้ามงกุฎไปครอง คือ “โล โคลบี้” ตัวแทนจากสหรัฐ ซึ่งโดดเด่นด้วยบุคลิกภาพ ไหวพริบ และวิสัยทัศน์ในการเป็นตัวแทนสร้างความเท่าเทียม ขณะที่ “ธีรชยา พิมพ์กิตติเดช” ตัวแทนจากประเทศไทย คว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 พร้อมรางวัล Miss Photogenic และ “ซากิ อิวาอิ” จากประเทศญี่ปุ่น ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 พร้อมรางวัล Best National Costume
ผู้ชนะในปีนี้ได้รับ “The Reborn Crown” มงกุฎที่รังสรรค์โดย God Diamonds ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ผีเสื้อ” สัญลักษณ์ของอิสรภาพ การก้าวข้ามข้อจำกัด และการเปลี่ยนผ่านสู่บทใหม่ของชีวิต ประดับด้วย “เพชร” เป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งและพลังจากภายใน ส่วน “ไข่มุก” สะท้อนปัญญา ความสง่างาม และคุณค่าที่ก่อเกิดจากประสบการณ์ชีวิต
ดังนั้นมงกุฎนี้ จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรับผิดชอบของผู้ครองมงกุฎในการใช้ชื่อเสียง พื้นที่ และเสียงของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้อื่น
การประกวดเริ่มต้น เมื่อผู้เข้าประกวดจาก 27 ประเทศก้าวขึ้นเวทีเพื่อแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่รอบชุดราตรีที่สะท้อนรสนิยมและบุคลิกอันโดดเด่น ก่อนเข้าสู่การคัดเลือกตามลำดับจาก Top 12 สู่ Top 6 และ Top 3 โดยผู้ผ่านเข้ารอบต้องแสดงทัศนคติ วิสัยทัศน์ และจุดยืนต่อประเด็นสำคัญของสังคม และการตอบคำถาม ก่อนนำไปสู่การประกาศผู้คว้าตำแหน่ง Miss International Queen® 2026
ในการประกาศผล อดีตผู้ครองตำแหน่งตลอดสองทศวรรษ กลับมารวมตัวและโอบล้อมผู้ครองตำแหน่งคนใหม่ในวินาทีแห่งชัยชนะ สะท้อนความผูกพันของผู้ครองตำแหน่งแต่ละรุ่นและการส่งต่อมรดกแห่งความเท่าเทียมตลอดสองทศวรรษ ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้ชมภายในโรงละครและแฟน ๆ ที่ร่วมรับชมจากทั่วโลก
อลิสาเล่าวว่า ผู้เข้าประกวดรู้สึกว่าประเทศไทยเป็น “ครอบครัว” ที่อบอุ่นและปลอดภัย เพราะนอกจากจะให้พื้นที่การแสดงออกและตำแหน่งบนเวที ยังช่วยสร้างคุณค่า ส่งเสริมศักยภาพ และเปิดโอกาสให้พวกเธอได้ประกอบอาชีพที่มั่นคง มีศักดิ์ศรี และได้รับการยอมรับในหลากหลายสายงาน ขณะที่กองประกวดเองก็มีความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันชีวิตของทุกคนให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
Miss International Queen® 2026 ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้าชมผ่านช่อง YouTube ของ Miss International Queen ถึง 1.9 ล้านครั้ง ภายในคืนเดียว ขณะเดียวกัน การเผยแพร่การประกวด Miss International Queen® ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเครือข่าย National Licensees ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐ และเม็กซิโก สร้างยอดรับชมรวมตลอดการประกวดอีกกว่า 50 ล้านครั้ง
อลิสากล่าวว่า Miss International Queen ไม่ได้มุ่งเน้นการแสวงหาผลกำไรเชิงพาณิชย์ แต่ดำเนินงานในลักษณะงาน CSR เพื่อสังคม ซึ่งต้องอาศัยพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์และพร้อมทุ่มเทเพื่อการขับเคลื่อนสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้นผู้ครองตำแหน่ง Miss International Queen จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนแห่งความงาม แต่ยังมีภารกิจสำคัญในการใช้พื้นที่และพลังของเสียงเพื่อส่งเสริมความเข้าใจ สร้างการยอมรับ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับสากล





