วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

Culture|2030 Indicators ระบบข้อมูลติดตามผลการลงทุนทางวัฒนธรรม

Culture|2030 Indicators กรอบการทำงานที่กระทรวงวัฒนธรรมและยูเนสโกพัฒนาร่วมกัน ใช้ตัวชี้วัด 22 รายการใน 4 มิติหลัก คือ สิ่งแวดล้อม ความมั่งคั่ง ทักษะ และการมีส่วนร่วม

KEY POINTS

  • "Culture|2030 Indicators" คือกรอบการทำงานที่กระทรวงวัฒนธรรมและยูเนสโกพัฒนาร่วมกัน เพื่อสร้างระบบข้อมูลติดตามผลการลงทุนทางวัฒนธรรมให้เห็นผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่าแค่ตัวเลขผู้เข้าร่วม
  • กรอบนี้ใช้ตัวชี้วัด 22 รายการใน 4 มิติหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม, ความมั่งคั่ง, ความรู้และทักษะ, และการมีส่วนร่วม เพื่อสะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างหลักฐานประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย และต่อยอดสู่บัญชีประชาชาติด้านวัฒนธรรม (Culture Satellite Account)

เราจะรู้ได้อย่างไรว่างานเทศกาลหนึ่งงาน จะสร้างประโยชน์ได้มากกว่าจำนวนผู้เข้าชม หรือพิพิธภัณฑ์หนึ่งแห่งมอบอะไรให้สังคมมากกว่ายอดจำหน่ายบัตร คำตอบอาจอยู่ในรายได้ที่หมุนเวียนถึงผู้ประกอบการรายย่อย ทักษะที่เด็กและเยาวชนได้รับ การกลับมามีชีวิตของย่านเมืองเก่า ตลอดจนความรู้สึกเป็นเจ้าของและความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้คน

เพียงแต่ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่ได้ปรากฏชัดในรายงานงบประมาณ และมักกระจายอยู่ในฐานข้อมูลของหลายหน่วยงาน ดังนั้น เมื่อโลกกำลังเข้าใกล้ปี 2030 การวัดผลความก้าวหน้าจึงไม่อาจพิจารณาเฉพาะการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องมองต่อไปว่า การเติบโตนั้นช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มศักยภาพของประชาชน และทำให้สังคมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นหรือไม่

รายงาน “Asia and the Pacific SDG Progress Report 2026” ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือ ESCAP ระบุว่า ภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ยังไม่อยู่บนเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมาย และหากยังดำเนินไปด้วยอัตราเร่งในปัจจุบัน ภูมิภาคอาจพลาดถึงร้อยละ 88 ของเป้าหมายที่สามารถประเมินได้

ขณะเดียวกัน ในปี 2025 ตัวชี้วัด SDG โดยเฉลี่ยเพียงร้อยละ 55 มีข้อมูลอย่างน้อยสองช่วงเวลา ซึ่งเป็นระดับพื้นฐานที่ช่วยให้มองเห็นว่าสถานการณ์กำลังดีขึ้น แย่ลง หรือแทบไม่เปลี่ยนแปลง

เพราะถ้าหากข้อมูลมีเพียงปีเดียวจะบอกได้เพียงสถานะ ณ ขณะนั้น แต่ยังไม่อาจบอกทิศทางได้ ช่องว่างของข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคเท่านั้น หากมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการมองเห็นปัญหา การเลือกแนวทางดำเนินงาน และการประเมินว่าสิ่งที่ลงทุนไปสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงเพียงใด

“วัฒนธรรม” เป็นพลังของการพัฒนาที่อยู่รอบตัว แต่ยังปรากฏในระบบข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะไม่ได้อยู่เฉพาะในโบราณสถานหรือพิพิธภัณฑ์ หากแต่อยู่ในอาหาร งานหัตถกรรม การออกแบบ ภาพยนตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Culture|2030 Indicators ระบบข้อมูลติดตามผลการลงทุนทางวัฒนธรรม

รายงาน “Culture: The Missing SDG” ของ UNESCO ประเมินว่า อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ มีส่วนสร้างมูลค่าร้อยละ 3.39 ของ GDP โลก และมีสัดส่วนเฉลี่ยร้อยละ 3.55 ของการจ้างงานในประเทศที่มีข้อมูล ขณะที่ร้อยละ 93 ของประเทศที่ส่งรายงานยอมรับบทบาทของวัฒนธรรมในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน แม้วิธีเก็บข้อมูลต่างกัน ข้อจำกัดนี้กลับย้ำว่า วัฒนธรรมสร้างคุณค่าอยู่แล้ว แต่ระบบข้อมูลยังสะท้อนคุณค่าเหล่านี้ได้ไม่ทั่วถึง

การยอมรับว่าวัฒนธรรม “มีคุณค่า” จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ประเทศยังต้องตอบว่า คุณค่านั้นเกิดที่ใด เกิดกับใคร ใครยังเข้าไม่ถึง และการลงทุนใดก่อให้เกิดผลลัพธ์ กระทรวงวัฒนธรรมจึงร่วมกับยูเนสโกพัฒนาระบบข้อมูลตามกรอบ Culture|2030 Indicators เพื่อเชื่อมข้อมูลระดับประเทศและท้องถิ่น

กรอบนี้มีตัวชี้วัด 22 รายการใน 4 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อมและความสามารถในการฟื้นตัว (Environment & Resilience) ความมั่งคั่งและการดำรงชีพ (Prosperity & Livelihoods) ความรู้และทักษะ (Knowledge & Skills) และการมีส่วนร่วมและความครอบคลุม (Inclusion & Participation) โดยมีความเท่าเทียมทางเพศและความร่วมมือเชื่อมโยงทุกมิติ

จุดมุ่งหมายไม่ใช่การเปลี่ยนวัฒนธรรมให้เป็นคะแนนเดียว แต่เป็นการเชื่อมให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากร กิจกรรม และผลลัพธ์ต่อประชาชน จำนวนกิจกรรมและผู้เข้าชมยังจำเป็น เพราะบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่พอประเมินผลของนโยบาย

คำถามต่อมาคือ รายได้กระจายถึงคนในพื้นที่เพียงใด เยาวชนได้รับทักษะอะไร ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เข้าถึงได้หรือไม่ และชุมชนดูแลทุนทางวัฒนธรรมต่อไปได้เพียงใด ข้อมูลจึงไม่ควรหยุดที่ “ทำอะไรไปแล้ว” แต่ต้องช่วยให้เห็นว่า “สิ่งที่ทำก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร”

ไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะมีข้อมูลมรดก งบประมาณ การท่องเที่ยว แรงงาน ธุรกิจ การศึกษา และข้อมูลท้องถิ่นอยู่แล้ว โจทย์คือการใช้นิยามและมาตรฐานที่สอดคล้องกัน ระบุปีและพื้นที่ให้ชัด และเก็บข้อมูลต่อเนื่อง หากแต่ละหน่วยงานนิยาม “วัฒนธรรม” ต่างกัน หรือนำข้อมูลคนละปีมาเปรียบเทียบ ภาพที่ได้อาจคลาดเคลื่อน

ขณะที่แรงงานอิสระ ธุรกิจขนาดเล็ก และกิจกรรมชุมชนอาจหายไปจากภาพรวม Culture|2030 Indicators ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นกรอบกลางที่ช่วยให้เห็นว่า ใครถือข้อมูล ส่วนใดพร้อมใช้ ส่วนใดยังขาด และใครควรร่วมรับผิดชอบ

เมื่อระบบเป็นรูปธรรม ข้อมูลที่มีมาตรฐานจะต่อยอดสู่ Culture Satellite Account เพื่อให้เห็นบทบาทในระบบเศรษฐกิจ ศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมแห่งชาติ และ Cultural Mapping ที่ช่วยให้แต่ละพื้นที่มองเห็นทุน ผู้คน เครือข่าย และกิจกรรมของตน ตัวเลขไม่อาจแทนความหมายทั้งหมดของวัฒนธรรม การวัดจึงไม่ใช่การลดทอนให้เหลือเพียงมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการสร้างหลักฐานเพื่อไม่ให้คุณค่าด้านอื่นถูกมองข้าม และช่วยให้ประเทศตอบได้ว่า ควรลงทุนอะไร ที่ไหน เพื่อใคร และจะติดตามผลอย่างไร