วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ไทย Top 6 โลก ดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้ง สัญญาณ Microdrama โตแรง

Microdrama ในไทยโตแรง! ปี 2025 ไทยติดอันดับ 6 ของโลกในการดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้ง ยอดการซื้อภายในแอปสูงเป็นอันดับ 3 มูลค่าราว 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

KEY POINTS

  • ไทยติดอันดับ 6 ของโลกด้านยอดดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้ง หรือ Microdrama ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025
  • รายได้จากการซื้อภายในแอปของไทยสูงเป็นอันดับ 3 ของตลาดนอกประเทศจีน โดยมีมูลค่าราว 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก
  • Microdrama คือซีรีส์สั้นสำหรับมือถือ ตอนละประมาณ 1-2 นาที มีเนื้อเรื่องกระชับ เดินเรื่องเร็ว และจบแบบทิ้งปมให้อยากติดตามต่อ
  • จำนวนผู้ใช้งานในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก AIS ระบุว่า มีผู้ใช้งานถึง 9 ล้านรายต่อเดือน และเพิ่มขึ้น 56% จากปีก่อน

ละครหนึ่งตอนเคยใช้เวลาเกือบชั่วโมง แต่วันนี้เรื่องเดียวกันอาจถูกแบ่งเป็นตอนละเพียง 60-90 วินาที ดูจบได้ระหว่างรอรถ รออาหาร หรือก่อนนอน นี่คือ Microdrama หรือ Short Drama ซีรีส์ที่ออกแบบมาเพื่อหน้าจอมือถือโดยเฉพาะ เรื่องหนึ่งอาจมีตั้งแต่หลายสิบตอนไปจนถึงหลักร้อย แต่ละตอนเดินเรื่องเร็ว มีปมและจุดหักมุมถี่ และมักจบตรงช่วงที่ทำให้คนอยากกดดูตอนต่อไป 

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่การทำละครให้สั้นลง แต่คือการออกแบบวิธีเล่าเรื่องให้เข้ากับช่วงเวลาสั้น ๆ ที่กระจายอยู่ตลอดวันของผู้ชม รูปแบบนี้เติบโตจากจีน ก่อนขยายไปยังสหรัฐฯ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตลาดอื่นทั่วโลก

การเติบโตในช่วงหลังทำให้ Microdrama เริ่มถูกมองมากกว่าเป็นกระแสชั่วคราว ในปี 2025 แอป Short Drama มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกราว 2.3 พันล้านครั้ง ขณะที่เวลาที่ผู้ชมใช้บนแอปเหล่านี้เพิ่มขึ้น 311% จากปีก่อน ที่น่าสนใจคือ ในสหรัฐฯ ผู้ใช้ ReelShort ใช้เวลาบนแอปเฉลี่ย 35.7 นาทีต่อวัน เทียบกับ Netflix บนมือถือที่ 24.8 นาที Amazon Prime Video 26.9 นาที และ Disney+ 23 นาที 

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า ReelShort ใหญ่กว่า Netflix เพราะฐานผู้ใช้และรูปแบบบริการแตกต่างกัน แต่ช่วยให้เห็นว่า แม้หนึ่งตอนจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที Microdrama ก็สามารถดึงเวลาของผู้ชมไว้ได้ไม่น้อย และเริ่มเข้ามาแข่งขันกับความบันเทิงรูปแบบอื่นบนหน้าจอมือถืออย่างจริงจัง

ภาพเดียวกันเริ่มปรากฏในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงาน e-Conomy SEA 2025 ของ Google, Temasek และ Bain พบว่า ใน 6 ตลาดหลักของภูมิภาค ยอดดาวน์โหลด Short Drama Apps ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้น 120% จากปีก่อน และจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 200% 

ในทางกลับกัน กลุ่ม Subscription Video on Demand (SVOD) ที่มีเฉพาะละครและซีรีส์แบบยาว มียอดดาวน์โหลดลดลง 10% และจำนวนผู้ใช้งานลดลง 15% ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่เพียงพอจะสรุปว่า คนกำลังเลิกดู OTT (Over-the-Top: บริการคอนเทนต์สตรีมมิ่ง) แล้วหันมาดู Microdrama แทน แต่บอกว่า พฤติกรรมการดูวิดีโอกำลังกระจายออกไปหลายรูปแบบมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากวิธีออกแบบการรับชมที่ต่างออกไป Microdrama ไม่ได้พยายามให้ผู้ชมนั่งอยู่หน้าจอนาน ๆ ในครั้งเดียว แต่แบ่งเรื่องออกเป็นตอนสั้นและสร้างเหตุผลให้กลับมาเปิดดูบ่อย ๆ 

ข้อมูลของ Adjust บริษัทที่ให้บริการวัดผลและวิเคราะห์การใช้งานแอป พบว่า ผู้ใช้ Short Drama ทั่วโลกที่ยังใช้งานต่อเนื่อง เมื่อถึงวันที่ 30 หลังติดตั้งแอป จะกลับเข้าไปดูเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้งต่อวัน และใช้เวลารวมเกือบ 38 นาทีต่อวัน สิ่งที่ Microdrama ทำให้สั้นจึงเป็น “หนึ่งตอน” ไม่ใช่เวลารวมทั้งหมดที่ผู้ชมใช้กับเรื่องนั้น ต่างจากการดูซีรีส์แบบเดิมที่อาจนั่งดูครั้งละหนึ่งชั่วโมง 

วิธีหารายได้ก็ถูกออกแบบให้เข้ากับพฤติกรรมนี้ หลายแพลตฟอร์มเปิดให้ดูฟรีในช่วงแรก ก่อนให้ซื้อเหรียญเพื่อปลดล็อกตอนต่อไป บางแห่งใช้ระบบสมาชิกรายเดือน โฆษณา หรือเชื่อมเนื้อหาเข้ากับการขายสินค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า แพลตฟอร์มอาจเปิดให้ดูฟรีประมาณ 10-15 ตอน เพื่อทำให้ผู้ชมติดตามเรื่องก่อนเข้าสู่ช่วงที่ต้องจ่ายเงิน ขณะที่รายงานของ Adjust ระบุว่า เฉพาะรายได้จากการซื้อภายใน Short Drama Apps ทั่วโลกอยู่ที่ 2.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 

โมเดลนี้จึงมีบางอย่างคล้ายเกมมือถือ ผู้ชมไม่จำเป็นต้องตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าจะสมัครบริการทั้งเดือนหรือไม่ แต่ค่อย ๆ ตัดสินใจว่าอยากรู้ตอนต่อไปมากพอที่จะจ่ายหรือเปล่า สำหรับแพลตฟอร์ม วิธีนี้ยังช่วยให้ทดลองได้ทั้งราคา จำนวนตอนฟรี รูปแบบโฆษณา และเนื้อเรื่อง พร้อมดูข้อมูลได้ค่อนข้างเร็วว่าผู้ชมเลิกดูหรือยอมจ่ายตรงไหน 

ขณะเดียวกัน เส้นแบ่งระหว่าง Microdrama กับ OTT ก็เริ่มไม่ชัดเหมือนเดิม Google, Temasek และ Bain มองว่าแพลตฟอร์มวิดีโอในภูมิภาคกำลังขยายไปสู่รูปแบบความบันเทิงที่หลากหลายขึ้น ขณะที่ Adjust ระบุว่า TikTok เปิด PineDrama และผู้เล่นอย่าง Disney, Fox, Amazon และ Netflix ต่างเริ่มพัฒนากลยุทธ์เกี่ยวกับ Short-form Serialized Content ของตัวเอง นั่นหมายความว่า Microdrama อาจไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทน OTT แต่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่แพลตฟอร์ม Streaming นำเข้าไปอยู่ในบริการของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การผลิตได้เร็วและใช้ต้นทุนต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะง่ายขึ้น เมื่อผู้เล่นเพิ่มขึ้น การแข่งขันเพื่อให้คนเห็นคอนเทนต์ก็รุนแรงขึ้นตามไปด้วย ปลายปี 2025 มีบริษัทมากกว่า 700 แห่งลงโฆษณาเพื่อโปรโมต Short Drama Apps ในแต่ละเดือน และจำนวนชิ้นงานโฆษณาต่อบริษัทเพิ่มขึ้น 145% จากปีก่อน 

ภาพนี้สะท้อนความย้อนแย้งของตลาดใหม่ได้ดี แม้ต้นทุนในการผลิตคอนเทนต์อาจลดลง แต่ต้นทุนในการทำให้คนเห็นและเลือกดูคอนเทนต์อาจสูงขึ้น ขณะเดียวกัน หากทุกเรื่องพยายามเดินเรื่องให้เร็ว สร้างจุดหักมุมให้แรง และผลิตให้ได้จำนวนมาก ความแตกต่างและคุณภาพของเรื่องก็อาจกลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างได้ยากกว่าเดิม

สำหรับไทย แม้ปัจจุบันยังไม่มีการประเมินมูลค่าตลาด Microdrama รวมอย่างเป็นทางการ แต่มีสัญญาณจากฝั่งผู้ชมที่น่าสนใจ ในครึ่งแรกของปี 2025 ไทยมียอดดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้งสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ขณะที่รายได้จากการซื้อภายในแอปในไตรมาสแรก อยู่ที่ประมาณ 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับ 3 ของตลาดนอกจีน รองจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น 

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก AIS ที่ สนค. อ้างถึงระบุว่า มีลูกค้า AIS ใช้แอปซีรีส์แนวตั้งประมาณ 9 ล้านรายต่อเดือน และการใช้งานเพิ่มขึ้น 56% จากปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้ช่วยยืนยันได้ว่า ทั้งการรับชมและการจ่ายเงินกับคอนเทนต์รูปแบบนี้กำลังเกิดขึ้นจริงในไทย โอกาสของผู้ผลิตไทยจึงอาจไม่ใช่การนำละครหนึ่งชั่วโมงมาตัดเป็นคลิปหนึ่งนาที แต่คือการเรียนรู้วิธีคิดแบบใหม่ ตั้งแต่การออกแบบเรื่องให้เหมาะกับหน้าจอมือถือ การทดลอง IP ด้วยต้นทุนที่เล็กลง การใช้ข้อมูลตอบรับของผู้ชม ไปจนถึงการวางรูปแบบรายได้และการพาคอนเทนต์ไปสู่ตลาดต่างประเทศ 

Microdrama อาจไม่ได้มาแทนซีรีส์ยาว แต่กำลังเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ในวันที่ทุกแพลตฟอร์มมีเรื่องให้ดูมากเกินกว่าที่คน ๆ หนึ่งจะดูได้หมด สิ่งที่มีจำกัดที่สุดจึงอาจไม่ใช่จำนวนคอนเทนต์ แต่คือ “เวลาของผู้ชม” และเหตุผลที่ดีพอที่จะทำให้เขากลับมาดูตอนต่อไป