วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2569

Login
Login

งานยุ่งทั้งวันแต่สมองไม่พัฒนา หรืองานที่ทำอยู่ ทำให้เราโง่ลง?

ตั้งแต่ AI กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในที่ทำงาน หลายคนรู้สึกว่าการทำงานง่ายขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะใช้มันช่วยเขียนอีเมล ร่างเอกสารหรือช่วยทำพรีเซนต์งาน ร่างสคริป สรุปการประชุม หรือช่วยสรุปข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ แม้แต่งานเขียนหรือการวางแผนหลายอย่าง ก็เริ่มฝากให้ AI ช่วยคิดแทน

ปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้วัยทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองกำลังตั้งคำถามสำคัญว่า ขณะที่ AI เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ สมองของมนุษย์กำลังสูญเสียทักษะการคิดวิเคราะห์ไปด้วยหรือไม่ เพราะโลกการทำงานยุคใหม่ บริษัทต่างๆ เน้นให้พนักงานพึ่งพาเทคโนโลยีมากกว่าการคิดเชิงลึก

แม้คนทำงานจะไม่ได้ "โง่ลง" แบบทันทีทันใด แต่ที่แน่ๆ การที่พนักงานใช้ AI ทำงานทุกวัน ทำให้เผชิญกับภาวะสมองถดถอย ค่อยๆ สูญเสียทักษะสำคัญ ทั้งการคิดวิเคราะห์ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่รู้ตัว

วิถีงานยุคใหม่ อาจไม่ได้ทำให้เราเติบโตก้าวหน้าเสมอไป

คริสเตียน ชโรเทอร์ (Christiane Schroeter) นักกลยุทธ์ด้านอาชีพและพิธีกรรายการพอดแคสต์ Happy Healthy Hustle อธิบายว่า คนทำงานยุคนี้ กำลังตกอยู่ในภาวะที่สมองไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะหลายองค์กรให้รางวัลกับความรวดเร็ว การตอบกลับไว การทำงานเสร็จเร็ว และประสิทธิภาพในการใช้เครื่องมือดิจิทัล มากกว่าการคิดเชิงลึก การสะท้อนความคิด หรือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

เมื่อรวมกับการใช้ AI งานที่ทำซ้ำเป็นประจำ การแจ้งเตือนข้อความงาน แจ้งเตือนอีเมลที่ไม่หยุด และการใช้เวลาหน้าจอที่ยาวนาน สมองจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากการทำงานด้าน "คิดเชิงลึง" ไปเป็นการ "ตอบสนอง" ต่อสิ่งเร้าเหล่านั้นแทน (โหมดคิดวิเคราะห์ในสมองจึงถูกปิดไป)

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ระดับสติปัญญาที่ลดลง แต่คือพฤติกรรมทางความคิดที่ค่อยๆ หายไป เช่น สมาธิสั้นลง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลดลง และความอดทนที่จะแก้ไขปัญหายากๆ เริ่มน้อยลง

ประโยคหนึ่งของชโรเทอร์ที่สะท้อนโลกการทำงานยุคนี้ได้ชัดเจน ก็คือ "หลายคนหยุดเรียนรู้ทักษะงาน ไม่มีเวลามานั่งคิดวิเคราะห์งาน เมื่องานยุ่งอยู่ตลอดเวลา กิจกรรมแจ้งเตือน การประชุมต่างๆ เข้ามาแทนที่การพัฒนาสมองให้ก้าวหน้าเติบโต"

วัยทำงานในสหรัฐ IQ ลดลง AI ทำมนุษย์ไม่มั่นใจในการสื่อสาร

ความกังวลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เมื่องานวิจัยในปี 2023 ที่ศึกษาผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเกือบ 400,000 คน ค้นพบว่า แนวโน้มที่คะแนน IQ ของมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดศตวรรษที่ผ่านมา หรือที่เรียกว่า Flynn Effect เริ่มกลับทิศทาง โดยความสามารถด้านการใช้เหตุผล การคิดเชิงคำพูด และการคำนวณ มีแนวโน้มลดลง! 

ขณะเดียวกัน งานวิจัยอีกชิ้นยังพบว่า คนรุ่นใหม่มีคะแนนด้านคลังคำศัพท์ลดลง แม้ว่าความสามารถด้านการรับรู้ภาพและพื้นที่จะดีขึ้น ซึ่งนักวิจัยมองว่าอาจเป็นผลจากการใช้หน้าจอและสื่อดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบจาก AI ก็เริ่มปรากฏชัดเช่นกัน ผลสำรวจของ Preply ที่สำรวจผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 1,142 คน พบว่า

40.3% รู้สึกว่าการใช้ AI ช่วยสื่อสารบ่อย ๆ ทำให้ความมั่นใจในการพูดคุยต่อหน้าลดลง

44.2% ยอมรับว่า เวลาต้องพูดคุยต่อหน้า กลับคิดคำพูดไม่ออก เพราะไม่สามารถกลับไปแก้ไขประโยคเหมือนเวลาพิมพ์ให้ AI ช่วยได้

62.7% เคยใช้ AI เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องยากกับเพื่อนร่วมงาน

มีเพียง 32.1% เท่านั้นที่มั่นใจว่าสามารถสื่อสารได้ดีโดยไม่ต้องพึ่ง AI

สมองไม่ซับซ้อน ฝึกใช้บ่อยก็แข็งแรง ไม่ใช้ก็ถดถอย

ชารอน กรอสแมน (Sharon Grossman) นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะหมดไฟ อธิบายว่า สมองของมนุษย์จะเฉียบแหลมและพัฒนามากขึ้นได้จากการเรียนรู้ 3 สิ่งนี้ คือ ความแปลกใหม่ ความท้าทาย และการลงมือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

แต่หากการทำงานเต็มไปด้วยกิจวัตรซ้ำๆ หรือปล่อยให้ AI คิดแทนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการร่างเอกสาร การตัดสินใจ หรือแม้แต่การเขียนอีเมล สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ การคิดวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ ก็จะถูกใช้น้อยลงเรื่อยๆ

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของระบบประสาทที่เรียกว่า "Use it or Lose it" หรือพูดง่ายๆ คือ ยิ่งใช้สมอง สมองก็จะยิ่งแข็งแรง แต่ถ้ายิ่งไม่ใช้มันเลย ความสามารถทางความคิดก็จะค่อยๆ ถดถอยลงนั่นเอง

กรอสแมน ยอมรับว่า AI ทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็ทำให้หลายคนเผลอ "ขี้เกียจคิด" โดยไม่รู้ตัว

ทำอย่างไรไม่ให้ AI คิดแทนเราทุกเรื่อง

ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนเห็นตรงกันว่า วิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ใช่การเลิกใช้ AI เพราะ AI ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือ การเลือกให้ถูกว่า งานแบบไหนควรให้ AI ทำ และงานแบบไหนควรเก็บไว้ให้สมองของเราฝึกคิดเอง

งานที่ทำซ้ำ ไม่ต้องใช้การตัดสินใจมาก หรืองานที่เป็นขั้นตอนเดิมๆ งานแบบนี้ แนะนำว่าให้พนักงานโยนให้ AI ช่วยทำแทนได้ แต่.. งานที่เป็นลักษณะ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาที่ยุ่งยาก การตัดสินใจสำคัญ การเขียนที่ต้องใช้มุมมองเฉพาะตัว หรือการพูดคุยเรื่องละเอียดอ่อน ควรเป็นพื้นที่ทำงานที่มนุษย์ยังต้องลงมือทำเอง!

นอกจากนี้ วิธีปรับปรุงฟื้นฟูสมองให้วัยทำงานไม่เสี่ยงโง่ลง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วัยทำงานควรสร้างช่วงเวลาที่ทำให้ "สมองได้ออกกำลังกาย" อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น
1.การเรียนรู้ทักษะใหม่
2.การหมุนเวียนรูปแบบงาน
3.การอ่านเรื่องที่ไม่คุ้นเคย หรือการฝึกอยู่กับปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบในทันที

เป้าหมายของการทำงาน ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด แต่คือการทำให้ตัวเองพัฒนาทักษะงานให้เติบโต จนสามารถรับมือกับงานที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคตได้

สุดท้ายแล้ว คนที่ได้เปรียบในโลกงานยุคใหม่ อาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI เก่งที่สุด แต่คือคนที่รู้ว่า เมื่อไรควรใช้ AI และเมื่อไรควรบังคับให้สมองได้ฝึกคิดมากขึ้น เพราะในโลกที่เทคโนโลยีช่วยเราทำงานได้เกือบทุกอย่าง คุณค่าของการทำงานที่แท้จริง  ไม่ใช่การทำงานให้เร็วกว่าเดิม แต่คือการรักษาทักษะการคิดที่ AI ยังทดแทนไม่ได้ต่างหาก

 

 

อ้างอิง: NewsweekPsyche, ScienceDirectPreply