วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม 2569

Login
Login

งานกดดัน! Gen Z หาที่พักใจ หนีเข้าโรงหนัง ร้องไห้ในห้องลองเสื้อ

สำหรับคนทำงานส่วนใหญ่ "ช่วงพักเที่ยง" อาจเป็นเวลาสำหรับการกินข้าว เดินเล่น หรือพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่บางคน ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งชั่วโมงกลับมีความหมายมากกว่านั้น

บางคนยอมซื้อตั๋วหนังทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจเข้าไปดูภาพยนตร์ เพียงเพื่อหาที่เงียบๆ คลายเครียด งีบพักสายตาสักพัก ก่อนกลับไปทำงานต่อ บางคนเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้า ไม่ใช่เพื่อเลือกซื้อสินค้า แต่เพื่อเข้าไปหลบร้องไห้ในห้องลองเสื้อ

ฟังดูเหมือนเรื่องขำๆ ที่เกิดขึ้นแล้วถูกแชร์บน TikTok แต่เบื้องหลังคลิปไวรัลเหล่านี้ กำลังสะท้อนความรู้สึกของวัยทำงานคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ที่กำลังพยายามหาวิธีรับมือกับความเครียดและแรงกดดันจากการทำงานในแต่ละวัน

เมื่อโรงหนังกลายเป็น "ห้องงีบ" ของพนักงานออฟฟิศ Gen Z

หนึ่งในคลิปที่ได้รับความสนใจบน TikTok เป็นเรื่องราวของ เบน แซนเดอร์สัน (Ben Sanderson) พนักงานออฟฟิศในนครนิวยอร์ก

แทนที่จะไปทานมื้อเที่ยง หรือนั่งชิลๆ พร้อมเครื่องดื่มที่คาเฟ่ ในช่วงพักกลางวัน เขากลับเลือกซื้อตั๋วหนังราคา 15 ดอลลาร์ (ราวๆ 500 บาท) ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจดูหนังแม้แต่นาทีเดียว แต่ใช้พื้นที่นี้เพื่อเอนตัวลงบนเก้าอี้ ดึงหมวกไหมพรมลงมาปิดหน้า แล้วหลับยาวประมาณ 90 นาที เมื่อถึงเวลาตื่น เขาเดินกลับไปทำงานต่อทันที

"มันเป็นการงีบที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต" แซนเดอร์สันบอกถถึงความรู้สึกหลังได้งีบสักพัก พร้อมเล่าต่อว่า สำหรับคนทำงานในนิวยอร์กที่บ้านอยู่ไกล โรงภาพยนตร์อาจเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับการพักผ่อนระหว่างวัน

หลังจากเขาแชร์ประสบการณ์ดังกล่าวลงบน TikTok คลิปดังกล่าวมียอดรับชมมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง และมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแนะนำ "สถานที่งีบหลับ" ในเมืองที่ตัวเองชื่นชอบ

ห้องลองเสื้อ กลายเป็น "พื้นที่ปล่อยโฮ" ของคนทำงาน

ไม่ใช่ทุกคนที่มองหาสถานที่เพื่อพักสายตาระหว่างวัน แต่สำหรับบางคน..กลับมองหาสถานที่สำหรับ "พักใจ" ผ่านการหาสถานที่เงียบๆ มีความเป็นส่วนตัว เพื่อ "ร้องไห้ระบายอารมณ์" ความเครียด ความกดดัน ที่ตนเองได้เผชิญมาจากที่ทำงาน

ยกตัวอย่างเคสของผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ใช้ชื่อ @posh_vip กลายเป็นไวรัลหลังโพสต์รายชื่อสถานที่ในนครนิวยอร์กที่เหมาะสำหรับการแอบไปร้องไห้ระหว่างวัน

รายชื่อดังกล่าวมีตั้งแต่ สถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่ง สะพานวิลเลียมส์เบิร์ก (Williamsburg Bridge) ไปจนถึงห้องลองเสื้อของร้าน Zara สาขาโซโห (Zara Soho) โดยเธออธิบายแบบติดตลกว่า "คุณสามารถปล่อยโฮตรงนั้นได้อย่างสบายใจ"

แม้คลิปดังกล่าวจะทำขึ้นในบรรยากาศขำๆ แต่ข้อมูลจากงานวิจัยกลับสะท้อนว่า ปัญหาความเครียดของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องเกินจริง โดยมีผลสำรวจพบว่า พนักงานออฟฟิศ Gen Z เกือบ 50% เคยร้องไห้เพราะความเครียดจากการทำงาน

คนรุ่นใหม่ เผย งานที่ต้องเข้าออฟฟิศ กำลังดูดพลังชีวิต

ย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจยังพอจำคลิปไวรัลเมื่อปี 2023 ของหญิงสาว Gen Z ที่ร้องไห้หลังเริ่มทำงานประจำ ที่เข้างานตามกรอบเวลา 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นได้ 

ในเวลานั้น คลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปทั่วโลก พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หลายคนมองว่าเธออ่อนแอ และตั้งคำถามว่า "เธอเพิ่งรู้หรือไงว่าการทำงานจริงเป็นแบบนี้"

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลสำรวจหลายชิ้นกลับพบว่า คนรุ่น Gen Z จำนวนมากรู้สึกไม่ต่างจากเธอ พวกเขามองว่า งานประจำแบบเดิมๆ กำลังทำให้ชีวิตหมดพลัง หมดไฟ และแทบไม่เหลือเวลาให้กับตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยจึงเริ่มมองหาเส้นทางอาชีพรูปแบบอื่น บางคนสร้างรายได้จากหลายช่องทางพร้อมกัน บางคนลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยหันไปสู่ "สายงานช่าง" เช่น ช่างเชื่อม ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ช่างไฟฟ้า-ประปา ซึ่งกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ 

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ "รับมือไม่ไหวกับงานประจำ" ของคนรุ่นนี้ ยังสอดคล้องกับผลสำรวจขนาดใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักรในปี 2025 ที่พบว่า พบว่า พนักงานจบใหม่ราว 40% เคยคิดอย่างจริงจังว่า จะลาออกจากงานประจำภายในปีแรกของการทำงานในองค์กร

หลายคนมีภาระ ลาออกไม่ได้ ยอมทนทำงานแม้เจอ Toxic

แม้คนรุ่นใหม่จำนวนมากจะรู้สึกเหนื่อยล้ากับการทำงาน แต่ความเป็นจริงคือ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถลาออกได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ตลาดแรงงานแข่งขันรุนแรง และ AI กำลังเข้ามาแทนที่งานระดับเริ่มต้นมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจึงยอมทนสู้งานต่อไป และใช้วิธีต่างๆ ข้างต้นเพื่อรับมือกับความเครียดและความกดดันแทน

ไม่เพียงเท่านั้น หากพูดถึงสาเหตุที่ทำให้พนักงาน Gen Z เผชิญแรงกดดัน และเสี่ยงหมดไฟในที่ทำงานมากขึ้น หนึ่งในนั้นมากจากสาเหตุ "คำสั่ง RTO" หรือ การบังคับให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศ (Return-to-Office)

นโยบายนี้ทำให้หลายคนกลับไปเผชิญปัญหาเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็น การเมืองในออฟฟิศ การโยนความผิด การแย่งผลงาน หรือการจงใจทำให้เพื่อนร่วมงานล้มเหลว (ปัญหาเหล่านี้เคยหายไปในยุค Work From Home) ยืนยันจากรายงานของ Resume Now ที่เผยผลสำรวจ ว่า 61% ของพนักงานเคยถูกเพื่อนร่วมงานโยนความผิด และเกือบ 1 ใน 3 เห็นพฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ 

อีกงานวิจัยหนึ่งยังพบว่า เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2025 สถานที่ทำงานในสหรัฐฯ มีเหตุการณ์ความไม่เป็นมิตรในออฟฟิศเกิดขึ้นมากกว่า 208 ล้านครั้งต่อวัน ทั้งการตำหนิต่อหน้าคนอื่น การควบคุมกดดันทีมเกินไป และการบิดเบือนความจริงเพื่อทำลายเพื่อนร่วมงาน

นี่ยังไม่นับ การที่พวกเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่า คนรุ่นนี้มักเป็นคนทำงานที่รับแรงกดดันไม่ได้ แต่งตัวไม่เหมาะกับออฟฟิศ และอีกไม่นาน AI ก็จะเข้ามาแทนที่งานของพวกเขาอยู่ดี เมื่อโดนพลังงานและทัศนคติเชิงลบเหล่านี้บ่อยๆ ก็ไม่แปลกใจว่าทำไม Gen Z ถึงต้องการพื้นที่ เพื่อหลบพักใจช่วงเบรกระหว่างวัน มากกว่าคนรุ่นก่อนๆ 

คนรุ่นใหม่ไม่ได้อ่อนแอ แต่โลกการทำงาน "อยู่ยาก" กว่าเดิม

ความรู้สึกอิ่มเอมกับชีวิตของคนรุ่นใหม่ "ลดลง" อย่างเห็นได้ชัด จนงานวิจัย Harvard Flourishing Measure ซึ่งศึกษาและติดตามคุณภาพชีวิตของคนวัยทำงานมานาน ได้ค้นพบผลวิจัยสุดอึ้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในอดีต คนวัยหนุ่มสาวมักเป็นช่วงวัยที่มีความสุขมากที่สุด ก่อนความสุขจะค่อยๆ ลดลงในวัยกลางคน แล้วกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งเมื่ออายุมากขึ้น แต่วันนี้ รูปแบบดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป

โดยพบว่า ระดับความสุขของคนรุ่นใหม่กลับอยู่ในระดับต่ำตั้งแต่ต้นอาชีพ และทรงตัวอยู่ในระดับนี้ยาวนาน ไปจนถึงช่วงอายุประมาณ 50 ปี ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนภาวะหมดไฟและความเครียดของคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจกำลังส่งสัญญาณว่า ความเหนื่อยล้าของคนทำงานรุ่นใหม่ ไม่ใช่เกิดจากปัญหาด้านการปรับตัวไม่ได้ แต่อาจเป็นผลลัพธ์ของโลกการทำงานที่เปลี่ยนไป ทั้งความคาดหวังที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่กดดันมากกว่าเดิม

เครียด-แอบงีบ-หลบร้องไห้ วิธีประคองชีวิตให้ผ่านไปได้แต่ละวัน

เมื่อความเครียดกลายเป็นเรื่องที่ต้องรับมือทุกวัน การแอบงีบในโรงหนังหรือการหลบไปร้องไห้ในห้องลองเสื้อ จึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นวิธีที่คนทำงานบางส่วนใช้ประคองตัวเองให้ผ่านวันทำงานไปได้อีกหนึ่งวัน

บางที สิ่งที่ควรถูกตั้งคำถามจึงไม่ใช่ว่า "ทำไม Gen Z ถึงรับแรงกดดันไม่ไหว" แต่อาจเป็นว่า องค์กรและโลกการทำงานในปัจจุบัน กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนทำงานมีสุขภาวะที่ดีมากพอแล้วหรือยัง

และหากการมีพื้นที่เล็กๆ สำหรับพักใจ กลายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้คนคนหนึ่งกลับไปทำงานต่อได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า สิ่งที่ควรได้รับการแก้ไข ไม่ใช่ตัวคนทำงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ทุกวันด้วย

 

 

อ้างอิง: Fortune, RTO and layoffs, Backstabbing office norm, standard UK, Place to Nap, Place to Crash out