วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม 2569

Login
Login

ความคิดสร้างสรรค์ คือทักษะทำงาน No.1 ที่ AI ไม่มีทางสู้มนุษย์ได้

ในวันที่คนทำงานจำนวนมากกำลังกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนงานของตัวเอง แต่ขณะเดียวกัน คนทำงานในสายงานการพัฒนา AI กลับส่งคำเตือนในทิศทางตรงกันข้าม

โซเฟีย เคียนนี (Sophia Kianni) วัย 24 ปี ผู้นำรุ่น Gen Z ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง เฟีย (Phia) บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI มองว่า แทนที่มนุษย์จะเสียเวลาแข่งทำงานกับ AI ในสิ่งที่มันทำได้ดีกว่า แต่เราควรหันกลับมาพัฒนาทักษะที่ AI ไม่มีวันทำได้เหมือนมนุษย์ นั่นคือ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เพราะต่อให้ AI จะฉลาดขึ้นแค่ไหน มันก็ยังไม่สามารถเป็นต้นกำเนิดของไอเดียใหม่ๆ ได้ 

ทั้งนี้ บริษัท เฟีย (Phia) คือ สตาร์ทอัพด้าน AI ที่พัฒนาแพลตฟอร์มช่วยเปรียบเทียบราคาสินค้าออนไลน์ โดย เคียนนี ได้ร่วมก่อตั้งบริษัทนี้กับ ฟีบี เกตส์ (Phoebe Gates) ลูกสาวของ บิล เกตส์ (Bill Gates) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

แม้พวกเธอจะเป็นวัยทำงานรุ่น Gen Z ที่เสี่ยงโดน AI แย่งงานมากที่สุด แต่พวกเธอเชื่อว่า แม้ AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็วและเข้ามาทำงานบางขั้นตอนแทนมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีคุณสมบัติหนึ่งที่ AI ไม่มีวันลอกเลียนแบบคนเราได้ นั่นคือ "ความคิดสร้างสรรค์"

"ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการคิดสิ่งใหม่ๆ จะเกิดขึ้นจากมนุษย์เสมอ" เธอให้สัมภาษณ์ผ่าน CNBC Make It คำพูดนี้น่าสนใจ เพราะมาจากคนที่ใช้ AI สร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ใช่คนที่มอง AI เป็นคู่แข่ง 

สำหรับเคียนนี AI ไม่ใช่เครื่องมือที่เข้ามาแทนมนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์มีเวลาทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีที่สุด

นักพัฒนา AI ยังเชื่อว่า "ไอเดียใหม่" เป็นทักษะเฉพาะของมนุษย์

แม้ AI จะสามารถเขียนบทความ สร้างรูปภาพ แต่งเพลง หรือออกแบบงานได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที แต่เคียนนีเชื่อว่า สิ่งเหล่านั้นยังแตกต่างจาก "ความคิดสร้างสรรค์" ที่แท้จริง

ในมุมมองของเธอ AI สามารถช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น และทำงานได้มากขึ้นด้วยจำนวนคนที่น้อยลง แต่ต้นกำเนิดของความคิดใหม่ๆ ยังคงมาจากมนุษย์ เธอมองว่า AI ควรเข้ามาเป็นผู้ช่วยของคน ไม่ใช่สิ่งที่มาทดแทนคน

มุมมองนี้สอดคล้องกับ ไรอัน รอสแลนสกี (Ryan Roslansky) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ลิงค์อิน (LinkedIn) และ อานีช รามาน (Aneesh Raman) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายโอกาสทางเศรษฐกิจของบริษัท ที่เคยอธิบายว่า AI มีความสามารถในการนำข้อมูลหรือผลงานที่มีอยู่แล้วมาประมวลผล เรียบเรียง หรือ "ผสมผสาน" ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

แต่สิ่งที่มนุษย์ทำได้เหนือกว่า คือการจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทั้งสองมองว่า ความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นหนึ่งในทักษะที่มีคุณค่ามากที่สุดในยุค AI

AI ไม่ได้แย่งงานครีเอทีฟ แต่กำลังแย่ง "งานที่กินเวลาของครีเอทีฟ"

แทนที่จะใช้ AI มาคิดไอเดียแทนทีม เคียนนีกลับเลือกใช้ AI ในงานที่กินเวลา แต่ไม่ได้สร้างคุณค่าทางความคิด ทั้งทีมของบริษัทเฟีย และทีมผลิตพอดแคสต์ The Burnouts ใช้ AI ช่วยรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลลัพธ์ของคอนเทนต์ และจัดการงานที่ต้องทำซ้ำๆ ซึ่งเดิมต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง

เมื่อไม่ต้องเสียเวลาอยู่กับงานลักษณะนี้ ทีมจึงมีเวลาเหลือสำหรับการระดมสมอง ทดลองไอเดียใหม่ และพัฒนาคอนเทนต์มากขึ้น เธอย้ำชัดว่า "ฉันอยากให้ทีมของฉันได้อยู่ใน 'พื้นที่ที่พวกเขาเก่งที่สุด' "

เธออธิบายว่า สมาชิกในทีมมีความสามารถในการคิดไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจอยู่แล้ว ดังนั้น หน้าที่ของ AI คือช่วยดึงภาระงานที่น่าเบื่อ และงานซ้ำซากที่ต้องใช้เวลามากออกไป เพื่อให้ทุกคนได้ใช้เวลากับสิ่งที่สร้างคุณค่ามากกว่า

แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนวิธีมอง AI จาก "คู่แข่ง" ให้กลายเป็น "ผู้ช่วย" ที่ทำให้วัยทำงานได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่

ให้ AI ทำงานซ้ำซากไป มนุษย์ก็มีเวลาไปทำในสิ่งที่ตัวเองเก่งกว่า

มุมมองเดียวกันนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก แยต ซิว (Yat Siu) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเกมและสินทรัพย์ดิจิทัล แอนิโมกา แบรนด์ส (Animoca Brands) เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า

AI อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เปิดโอกาสให้คนทำงานสร้างสรรค์ ได้กลับไปโฟกัสกับทักษะที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์

เขาหวังว่า ในอนาคต เครื่องจักรจะเป็นผู้รับผิดชอบงานที่ซ้ำซากหรือใช้แรงงาน ขณะที่มนุษย์จะมีเวลาไปกับการคิด การสร้างสรรค์ และการทำในสิ่งที่ทำให้เรา "เป็นมนุษย์" มากขึ้น

ต่อไปโลกการทำงานยุค AI ในอนาคตข้างหน้า เราคงไม่ต้องมาถามกันแล้วว่า "AI จะทำงานอะไรให้เราได้บ้าง" แต่ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า "เมื่อ AI ทำงานซ้ำๆ แทนเราแล้ว เราจะใช้เวลาที่เหลือไปทำอะไรให้สร้างสรรค์กว่าเดิม?"

คนที่ได้เปรียบที่สุดในยุค AI อาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI เก่งที่สุด

สำหรับ ฟีบี เกตส์ (Phoebe Gates) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเฟีย เธอมองว่า คนที่ได้เปรียบในยุค AI ไม่ใช่แค่คนที่รู้วิธีใช้เครื่องมือใหม่ๆ ได้เร็วกว่าใคร หรือไม่ใช่คนที่ใช้ AI ได้เก่งที่สุด แต่คือคนที่กล้าคิด กล้าลงมือ และสามารถผลักดันไอเดียของตัวเองให้เกิดขึ้นจริง

เธอเชื่อว่า AI จะยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้ทำงานได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับขั้นตอนงานที่ซ้ำๆ หรือจมอยู่กับข้อมูลเยอะอีกต่อไป หรือใช้แรงงานเกินจำเป็นเหมือนโลกงานในอดีต

แทนที่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการรวบรวมข้อมูลหรือทำงานเอกสาร พวกเขาสามารถนำเวลานั้นไปคิด วางกลยุทธ์ หรือทดลองแนวคิดใหม่ๆ ได้มากขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ AI ไม่ได้ลดคุณค่าของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่กลับยิ่งขยายศักยภาพของคนกลุ่มนี้ให้โดดเด่นกว่าเดิม

AI ช่วยสร้างคอนเทนต์ได้ แต่ "ความจริงใจ" ยังเป็นสิ่งที่คนอยากติดตาม

การใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้บริษัทเฟียเติบโตก้าวกระโดด เคียนนีและเกตส์ เลือกบันทึกเส้นทางการสร้างบริษัทของตัวเองผ่านพอดแคสต์ The Burnouts ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 900,000 คน ตามข้อมูลบนหน้า LinkedIn ของรายการ

เธอมองว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนติดตาม ไม่ใช่เพราะใช้ AI ผลิตคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชมได้เห็นเบื้องหลังการสร้างธุรกิจจริงๆ ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับผู้ก่อตั้ง และรับรู้ทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด และบทเรียนที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

"มันทั้งจริงใจและเติมเต็มมากกว่า เมื่อเราได้พาผู้ชมเข้าไปเห็นเบื้องหลัง และเรียนรู้ไปพร้อมกับเราแบบเรียลไทม์"

เคียนนียังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการคนอื่นๆ กล้าแบ่งปันกระบวนการทำงานของตัวเองมากขึ้น เพราะนั่นคือวิธีสร้างผู้ติดตามที่ไม่ได้สนใจเพียงสินค้า แต่เชื่อมโยงกับตัวตนและเส้นทางของผู้สร้างจริง ๆ

ข้อมูลจากรายงาน Creators' Toolkit Report 2026 ของ อะโดบี (Adobe) ซึ่งสำรวจครีเอเตอร์กว่า 16,000 คน ทั่วโลก สะท้อนภาพเดียวกัน โดยพบว่า 75% ของครีเอเตอร์ที่ใช้ AI มองว่า AI กลายเป็นเครื่องมือที่ "ขาดไม่ได้" ในการทำงาน

ขณะที่ 87% ระบุว่า AI ช่วยให้ธุรกิจหรือฐานผู้ติดตามเติบโตขึ้น และอีก 63% บอกว่า AI ทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการสร้างสรรค์ผลงานมากกว่าเดิม ..ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนความคิดสร้างสรรค์ แต่กำลังช่วยให้คนสร้างสรรค์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลายคนกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานของมนุษย์ แต่แทนที่จะมานั่งกังวล สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ มนุษย์เราควรฝึกพัฒนาทักษะการคิดสิ่งใหม่ การเล่าเรื่อง การสร้างสรรค์ และการจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อน นี่ต่างหากที่จำทำให้เราทำงานได้เหนือกว่า AI และไม่มีวันตกงานแน่นอน เพราะแม้แต่คนที่กำลังสร้าง AI เอง ก็ยังเชื่อว่า "ความคิดสร้างสรรค์" จะเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากที่สุดในโลกการทำงานยุคนี้ และต่อๆ ไปในอนาคต