หัวหน้าที่เข้มงวดเกินไป หัวหน้าที่สื่อสารไม่รู้เรื่อง หรือหัวหน้าที่ชอบใช้อารมณ์จนลูกน้องอยากลาออก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกการทำงานทุกยุคทุกสมัย แต่ในยุค AI ความไม่พอใจต่อหัวหน้าหรือผู้นำ อาจกำลังเดินไปไกลกว่านั้น เมื่อพนักงานรุ่นใหม่บางส่วนไม่ได้แค่บ่นเรื่องหัวหน้าอีกต่อไป แต่เริ่มมองว่า “ปัญญาประดิษฐ์” อาจทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่ามนุษย์จริง ๆ
ผลสำรวจปี 2025 จาก EduBirdie ซึ่งสอบถามวัยทำงานชาวอเมริกันรุ่น Gen Z จำนวน 2,000 คน พบว่า 1 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม อยากให้หัวหน้าของตัวเองถูกแทนที่ด้วย AI ขณะที่ เกือบ 70% ยอมรับว่าพวกเขาพูดคุยกับ ChatGPT อย่างสุภาพเสมอ ทั้งการพิมพ์คำว่า “Please” หรือ “Thank you” ติดท้ายประโยค เผื่อว่าวันหนึ่ง AI จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในโลกการทำงาน
แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจฟังดูเหมือนเรื่องขำขัน ในยุคที่ผู้คนคุ้นเคยและใช้งาน AI กันทุกวัน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เหตุผลที่คนรุ่นใหม่เชื่อว่า AI อาจเป็นหัวหน้าที่ดีกว่ามนุษย์ และเหตุผลเหล่านั้นกลับสะท้อนปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในองค์กรจำนวนไม่น้อย
AI ถูกมองว่ามีความเป็นมนุษย์ มากกว่าหัวหน้าที่เป็นคนจริงๆ
ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่ม Gen Z ส่วนใหญ่ ไม่ได้บอกว่าอยากได้หัวหน้า AI เพราะมันฉลาดกว่าเพียงอย่างเดียว แต่เพราะพวกเขาเชื่อว่า AI จะเป็นหัวหน้าที่ “รับฟังพวกเขาได้มากกว่า” “ยุติธรรมกว่า” และ “เป็นกลางกว่า” มนุษย์
บางคนมองว่า AI จะตัดสินผลงานจากข้อมูลจริง ไม่ใช่อคติหรือความชอบส่วนตัว ขณะที่บางคนเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์จะไม่สร้างบรรยากาศกดดัน หรือทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว เหมือนหัวหน้าบางคนที่เคยพบเจอ ..สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ มีผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนให้เหตุผลว่า AI จะไม่คุกคามทางเพศพนักงาน และเป็นหัวหน้าที่ “น่ากลัวน้อยกว่า” มนุษย์
เมื่อมองให้ลึกลงไป คำตอบเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนความยอดเยี่ยมของ AI แต่กำลังสะท้อนถึง "ประสบการณ์ด้านลบ" ที่พนักงานจำนวนหนึ่งได้รับจากหัวหน้างานของตัวเอง
สัญญาณอันตรายขององค์กร ผู้นำยุคใหม่ ต้องรู้เท่าทัน!
เอเวอรี มอร์แกน (Avery Morgan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ EduBirdie มองว่า ความต้องการให้ AI มาแทนหัวหน้าไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็น “สัญญาณอันตราย” สำหรับผู้จัดการและองค์กรในยุคสมัยนี้
เธออธิบายว่า หากพนักงานรู้สึกว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถเป็นหัวหน้าได้ดีกว่ามนุษย์ นั่นอาจหมายความว่าผู้นำจำนวนหนึ่งกำลังล้มเหลว ในการตอบสนองความต้องการพื้นฐานที่สุดของคนทำงาน
หลายคนอาจคิดว่าคนรุ่นใหม่ชาว Gen Z หลงใหลในเทคโนโลยี จนอยากทำงานกับ AI มากขึ้น แต่ Morgan เชื่อว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีเลย แต่ตรงกันข้าม ผลสำรวจนี้กำลังสะท้อนว่า พนักงานจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับความไม่เป็นธรรม ความสับสนในการทำงาน และสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ (Toxic Workplace) ฯลฯ
เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้น ในช่วงที่หลายองค์กรบังคับให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศเต็มรูปแบบ โดยสรุปก็คือ พวกเขาไม่ได้กำลังเลือก AI เพราะชอบหุ่นยนต์ แต่กำลังเลือก AI เพราะผิดหวังกับมนุษย์
โลกงานยุค AI หัวหน้าที่มีคุณค่าต้องมีทักษะความเป็นมนุษย์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้จัดการหรือผู้นำทีมจำนวนมากกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนบทบาทของพวกเขาในอนาคต ขณะที่ผลสำรวจอีกหลายฉบับพบว่า หัวหน้างานเองก็รู้สึกกดดันที่จะต้องเรียนรู้ AI หากไม่ต้องการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง อย่างไรก็ตาม เอเวอรี มอร์แกน เชื่อว่า AI ยังไม่สามารถแทนที่ผู้จัดการที่มีคุณภาพได้
“ฉันไม่เชื่อว่า AI จะสามารถแทนที่ผู้จัดการมืออาชีพที่มีความฉลาดทางอารมณ์ มีความเห็นอกเห็นใจ มีวิจารณญาณด้านจริยธรรม และสามารถแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้”
เธอมองว่าความย้อนแย้งที่น่าสนใจที่สุดคือ สิ่งที่ทำให้พนักงานอยากได้หัวหน้า AI กลับเป็นสิ่งเดียวกับที่ AI ไม่มี เพราะแม้ AI จะประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว ตอบคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง และวิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำ แต่สิ่งที่คนทำงานต้องการจากหัวหน้าไม่ได้มีแค่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป
พวกเขาต้องการคนที่รับฟัง เข้าใจสถานการณ์ที่ซับซ้อน มองเห็นความรู้สึกของทีม และสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ได้ ..คุณสมบัติเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้ผู้นำยังคงมีความสำคัญในยุค AI
องค์กรต้องแก้ไขยังไง เลี่ยง Toxic Workplace ลดการลาออก
ก่อนที่คนเก่งจะลาออก (ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุ สถานที่ทำงานไม่ปลอดภัย ไม่โปร่งใส ไม่รับฟังพนักงาน) มอร์แกน แนะนำว่า หน้าที่สำคัญของผู้จัดการในวันนี้อาจไม่ใช่การพยายามแข่งขันกับ AI แต่คือการกลับมาใส่ใจทักษะความเป็นมนุษย์ที่หลายองค์กรมองข้ามไป
เธอแนะนำให้ผู้นำสร้างสภาพแวดล้อมในออฟฟิศ ที่เอื้อให้พนักงานกล้าพูดความจริง กล้าให้ฟีดแบ็ก และรู้สึกปลอดภัยที่จะสะท้อนปัญหาโดยไม่ต้องกลัวผลกระทบตามมา “คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนสนิทของทุกคน แต่คุณต้องเข้าถึงได้ โปร่งใส สม่ำเสมอ และมีจริยธรรม”
ขณะเดียวกัน เธอเตือนพนักงานที่กำลังเผชิญกับหัวหน้าที่เป็นพิษ (Toxic Boss) หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ว่า ให้พูดคุยกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือผู้บริหารระดับสูง พร้อมเก็บหลักฐานและบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระบบ
และหากองค์กรไม่มีระบบสนับสนุนหรือไม่จริงจังกับการแก้ไขปัญหา เธอมองว่า การลาออกหรือเดินออกมา อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เธอย้ำว่า “ไม่มีตำแหน่ง เงินเดือน หรือโอกาสใด คุ้มค่ากับการแลกสุขภาพจิตของคุณ”
ท้ายที่สุดแล้ว ผลสำรวจนี้อาจไม่ได้กำลังบอกเราว่า AI จะกลายเป็นหัวหน้าในอนาคตอันใกล้ แต่กำลังสะท้อนคำถามที่องค์กรควรให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น นั่นคือ เหตุใดพนักงานรุ่นใหม่จำนวนหนึ่ง จึงเริ่มรู้สึกว่า AI มีความยุติธรรม มีความปลอดภัย และมีความเป็นมนุษย์มากกว่าหัวหน้าที่พวกเขาทำงานด้วยทุกวันเสียอีก
หากวันหนึ่งพนักงานเลือกเชื่อใจหุ่นยนต์มากกว่าผู้นำที่เป็นมนุษย์ ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่การมาถึงของ AI แต่คือการขาดหายไปของภาวะผู้นำที่ดีต่างหาก
อ้างอิง: Fortune, Edubirdie, Global Talent Trends 2026


