วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

อวสานงานบริษัท คนรุ่นใหม่หันเป็นเจ้าของธุรกิจ Solopreneur โตแรง

อวสานงานบริษัท คนรุ่นใหม่หันเป็นเจ้าของธุรกิจ Solopreneur โตแรง

ความฝันของวัยทำงานหลายคน เคยหมายถึงการมีงานประจำมั่นคง ไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น และอยู่กับองค์กรเดียวไปนานๆ แต่สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน รายงานล่าสุดเผย คนอเมริกันกว่า 33 ล้านคนหันมาเลือกเส้นทาง "Solopreneur" หรือการสร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ขณะที่ Zoom มองว่านี่ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นรูปแบบการทำงานแห่งอนาคต จนประกาศมอบเงินสนับสนุนรวม 150,000 ดอลลาร์ให้ผู้ประกอบการเดี่ยวรุ่นใหม่

ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องแจกเงินนี้ วัยทำงานลองมาทำความเข้าใจกับ Solopreneur ให้มากขึ้น เริ่มจากจินตนาการถึงวันทำงานของคนที่เป็นทั้งเจ้าของกิจการ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายบริการลูกค้า และฝ่ายวางแผนธุรกิจในเวลาเดียวกัน

เช่น ช่วงเช้าประชุมกับลูกค้า ช่วงสายทำสไลด์นำเสนองาน ตอบอีเมลที่ค้างอยู่ช่วงบ่าย ก่อนจะกลับมาวางแผนธุรกิจและตัดสินใจเรื่องสำคัญต่าง ๆ ในช่วงเย็น ..ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีทีมงาน ไม่มีลูกน้อง และไม่มีใครคอยแบ่งเบาภาระ

นี่คือชีวิตประจำวันของคนกลุ่มวัยทำงานที่เรียกว่า "Solopreneur" หรือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเพียงลำพัง ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มแรงงานที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ และมีแนวโน้มเป็นเทรนด์ที่กำลังโตแรงไปทั่วโลก

ขณะที่ Zoom บริษัทวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์ ได้มองเห็นเทรนด์นี้ ว่า การทำงานลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการทำงาน

 

การทำธุรกิจคนเดียว ยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ มี Solopreneur หรือธุรกิจที่ไม่มีพนักงานประจำประมาณ 29.8 ล้านราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันราว 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเกือบ 7% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ

ขณะเดียวกัน 82% ของธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฯ ดำเนินงานโดยไม่มีพนักงานประจำแม้แต่คนเดียว ..ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการเดี่ยวไม่ได้เป็นคนส่วนน้อยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก! 

คนกลุ่มนี้มีตั้งแต่ผู้ที่ทำอาชีพเป็นที่ปรึกษา นักออกแบบ นักวางกลยุทธ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ โค้ช ผู้สร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ บางคนเคยเป็นมืออาชีพในองค์กรใหญ่ ก่อนเลือกออกมาสร้างธุรกิจที่สะท้อนตัวตนของตัวเอง ขณะที่บางคนเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่แรกโดยไม่เคยมีแผนจะจ้างพนักงานเพิ่มเลย

สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่บนบ่าของตัวเอง ชื่อเสียงของธุรกิจผูกติดกับชื่อเสียงของเจ้าของ และทุกการติดต่อกับลูกค้าส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของกิจการ

Zoom แจกเงิน 1.5 แสนดอลลาร์ ให้วัยทำงานกลุ่ม Solopreneur

การเติบโตของแรงงานกลุ่มผู้ประกอบการเดี่ยว เป็นเหตุผลที่ Zoom เปิดตัวโครงการ Zoom Solopreneur 50 เป็นครั้งแรก โดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียวจากทั่วสหรัฐฯ พร้อมมอบเงินสนับสนุนรวม 150,000 ดอลลาร์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตต่อไป

เมื่อ AI เริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานและกระทบเส้นทางอาชีพแบบเดิม ผู้คนจำนวนมากกำลังหันมาสร้างโอกาสให้ตัวเอง แทนที่จะรอความมั่นคงจากองค์กรเพียงอย่างเดียว ข้อมูลจากหอการค้าสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันมีชาวอเมริกันมากกว่า 33 ล้านคนที่ทำงานอิสระหรือประกอบอาชีพด้วยตนเอง

เบื้องหลังโครงการดังกล่าว Zoom มองว่า โลกการทำงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยโครงการดังกล่าวคัดเลือกผู้ประกอบการเดี่ยว 50 คนจากผู้สมัครเกือบ 3,000 ราย จาก 48 รัฐ และกว่า 400 เมืองทั่วสหรัฐฯ จากนั้นผู้สมัครถูกประเมินจาก 5 ด้าน ได้แก่

1. ความแปลกใหม่ของแนวคิดธุรกิจ
2. การเติบโตและความยั่งยืนของกิจการ
3. ผลกระทบที่มีต่อลูกค้าหรือชุมชน
4. ความสอดคล้องระหว่างธุรกิจกับคุณค่าของผู้ก่อตั้ง
5. อิทธิพลและการยอมรับในแวดวงอาชีพ

สุดท้ายมีผู้ชนะ 5 คนที่ได้รับเงินสนับสนุนคนละ 30,000 ดอลลาร์ หรือราว 1 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 150,000 ดอลลาร์ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ นอกจากเงินทุนแล้ว ผู้ชนะยังได้รับโอกาสเข้าถึงที่ปรึกษา เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตรของ Zoom อีกด้วย

ยุคที่ "งานบริษัท" ขนาดใหญ่-ชื่อดัง อาจไม่สำคัญเหมือนเดิม

คิม สตอริน (Kim Storin) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Zoom กล่าวว่า "โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า โลกการทำงานกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน และกำลังยกย่องผู้คนที่เริ่มสร้างอนาคตนั้นขึ้นมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่งานบริษัทแบบดั้งเดิม"

เธอย้ำว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การสร้างบริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ "นี่ไม่ใช่เรื่องของการสร้างบริษัทระดับยูนิคอร์น แต่เป็นเรื่องของการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน มีกำไร และสามารถรองรับชีวิตที่เจ้าของต้องการได้"  และอาจกลายเป็นเวอร์ชันใหม่ของ "งานในฝัน" ที่ผู้คนมีอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง และควบคุมชีวิตการทำงานได้มากขึ้นด้วยพลังของเทคโนโลยี

สตอรินเชื่อว่า กฎเกณฑ์เดิมของโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนไป ในอดีต ความสำเร็จขององค์กรหรือตัวนายจ้าง มักถูกวัดจากจำนวนพนักงานและขนาดองค์กร แต่วันนี้สมการดังกล่าวเริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป 

"หลายทศวรรษที่ผ่านมา การเติบโตหมายถึงการมีพนักงานเพิ่มขึ้น แต่โลกการทำงานทุกวันนี้ สมการนั้นกำลังพังทลาย" เพราะเพียงคนเดียวที่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ก็อาจสร้างผลงานได้มากกว่าทีมงานขนาดใหญ่ เพราะอุปสรรคหลายอย่างที่เคยจำกัดการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อยกำลังหายไป โดยเฉพาะหลังการมาถึงของ AI 

ข้อมูลผู้สมัครเข้าร่วมโครงการยังสะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า ผู้ที่สร้างธุรกิจสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่ในสายเทคโนโลยีอีกต่อไป มีเพียง 5% ของผู้สมัครที่อยู่ในธุรกิจเทคโนโลยีหรือ SaaS ในทางกลับกัน กลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือ ธุรกิจบริการและที่ปรึกษา คิดเป็น 20% ของผู้สมัครทั้งหมด ตามมาด้วยกลุ่มธุรกิจสุขภาพ สุขภาวะ และธุรกิจเพื่อสังคม

Zoom ระบุว่า การเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่ง่ายขึ้นทำให้ทักษะด้านเทคนิคไม่ใช่ข้อกำหนดสำคัญในการสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อีกต่อไป แต่เปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้เฉพาะทางในหลากหลายสาขา สามารถเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของตัวเองให้กลายเป็นธุรกิจได้เช่นกัน 

จากแพลตฟอร์มเอกสารการทำงานสู่ AI แปลภาษาแอฟริกา

หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลคือ เซียร์รา กรอสส์ (Cierra Gross) ผู้ก่อตั้ง Worklution Inc. ซึ่งพัฒนา Wrk Receipts เครื่องมือบันทึกข้อมูลการทำงานที่ปัจจุบันมีพนักงานใช้งานแล้วมากกว่า 22,000 คน เธอแชร์ว่า "ในฐานะผู้ประกอบการเดี่ยวที่สร้างธุรกิจด้วยเงินทุนของตัวเองทั้งหมด การได้รับการยอมรับครั้งนี้ยืนยันว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่เพียงเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการ แต่ยังสร้างผลกระทบได้จริง"

อีกรายคือ ไมเคิล โอโดการา-โอกิกโบ (Michael Odokara-Okigbo) ผู้พัฒนา NKENNEAi แพลตฟอร์ม AI สำหรับแปลภาษาแอฟริกัน ซึ่งต้องการทำให้ภาษาท้องถิ่นของทวีปแอฟริกาเป็นที่เข้าถึง และได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับโลก

ส่วน เดเรก แม็คแคร็กเคน (Derek McCracken) อดีตครูสอนเกษตรกรรมที่ใช้เวลากว่า 10 ปีในห้องเรียน ก่อตั้ง The Owl's Nest เพื่อสร้างสื่อการสอนที่ช่วยให้ครูสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนได้มากขึ้น

ขณะที่ ดานา สไนเดอร์ (Dana Snyder) ผู้ก่อตั้ง Positive Equation ซึ่งช่วยองค์กรไม่แสวงหากำไรสร้างฐานผู้สนับสนุนระยะยาว วางแผนนำเงินรางวัลไปขยายการเข้าถึงเครื่องมือ Monthly Giving Builder ของเธอ

ส่วนผู้ชนะคนสุดท้ายคือ แองเจลา มอร์ริสัน (Angela Morrison) เจ้าของ Cakes by Angela Morrison ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่า การเป็น Solopreneur ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจเทคโนโลยี แต่อาชีพคนทำเค้กและงานศิลปะก็สามารถเติบโตได้เช่นกัน

"วันนี้สร้างธุรกิจคนเดียวได้ง่ายกว่าที่เคย" สไนเดอร์ ผู้ก่อตั้ง Positive Equation บอกว่า เมื่อ 9 ปีก่อน การเป็นผู้ประกอบการเดี่ยวเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและขาดเครือข่ายสนับสนุน แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการเป็น Solopreneur ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และเส้นทางนี้ก็ไม่ได้ง่ายไปกว่าการทำงานประจำ แต่การเติบโตของคนอเมริกันกว่า 33 ล้านคนที่เลือกสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง กำลังสะท้อนว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ..ไม่ใช่ความมั่นคงจากตำแหน่งงานหรือองค์กร แต่เป็นความมั่นคงที่เกิดจากการได้เป็นเจ้าของทักษะ ความเชี่ยวชาญ และเส้นทางอาชีพของตัวเอง

 

 

อ้างอิง: Fortune, The State of Solopreneurship 2026, Census,  , using AI to sneak out