ความฝันของวัยทำงานหลายคน เคยหมายถึงการมีงานประจำมั่นคง ไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น และอยู่กับองค์กรเดียวไปนานๆ แต่สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน รายงานล่าสุดเผย คนอเมริกันกว่า 33 ล้านคนหันมาเลือกเส้นทาง "Solopreneur" หรือการสร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ขณะที่ Zoom มองว่านี่ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นรูปแบบการทำงานแห่งอนาคต จนประกาศมอบเงินสนับสนุนรวม 150,000 ดอลลาร์ให้ผู้ประกอบการเดี่ยวรุ่นใหม่
ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องแจกเงินนี้ วัยทำงานลองมาทำความเข้าใจกับ Solopreneur ให้มากขึ้น เริ่มจากจินตนาการถึงวันทำงานของคนที่เป็นทั้งเจ้าของกิจการ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายบริการลูกค้า และฝ่ายวางแผนธุรกิจในเวลาเดียวกัน
เช่น ช่วงเช้าประชุมกับลูกค้า ช่วงสายทำสไลด์นำเสนองาน ตอบอีเมลที่ค้างอยู่ช่วงบ่าย ก่อนจะกลับมาวางแผนธุรกิจและตัดสินใจเรื่องสำคัญต่าง ๆ ในช่วงเย็น ..ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีทีมงาน ไม่มีลูกน้อง และไม่มีใครคอยแบ่งเบาภาระ
นี่คือชีวิตประจำวันของคนกลุ่มวัยทำงานที่เรียกว่า "Solopreneur" หรือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเพียงลำพัง ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มแรงงานที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐฯ และมีแนวโน้มเป็นเทรนด์ที่กำลังโตแรงไปทั่วโลก
ขณะที่ Zoom บริษัทวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์ ได้มองเห็นเทรนด์นี้ ว่า การทำงานลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการทำงาน
การทำธุรกิจคนเดียว ยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ มี Solopreneur หรือธุรกิจที่ไม่มีพนักงานประจำประมาณ 29.8 ล้านราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันราว 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเกือบ 7% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ
ขณะเดียวกัน 82% ของธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฯ ดำเนินงานโดยไม่มีพนักงานประจำแม้แต่คนเดียว ..ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการเดี่ยวไม่ได้เป็นคนส่วนน้อยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก!
คนกลุ่มนี้มีตั้งแต่ผู้ที่ทำอาชีพเป็นที่ปรึกษา นักออกแบบ นักวางกลยุทธ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ โค้ช ผู้สร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ บางคนเคยเป็นมืออาชีพในองค์กรใหญ่ ก่อนเลือกออกมาสร้างธุรกิจที่สะท้อนตัวตนของตัวเอง ขณะที่บางคนเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่แรกโดยไม่เคยมีแผนจะจ้างพนักงานเพิ่มเลย
สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่บนบ่าของตัวเอง ชื่อเสียงของธุรกิจผูกติดกับชื่อเสียงของเจ้าของ และทุกการติดต่อกับลูกค้าส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของกิจการ
Zoom แจกเงิน 1.5 แสนดอลลาร์ ให้วัยทำงานกลุ่ม Solopreneur
การเติบโตของแรงงานกลุ่มผู้ประกอบการเดี่ยว เป็นเหตุผลที่ Zoom เปิดตัวโครงการ Zoom Solopreneur 50 เป็นครั้งแรก โดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียวจากทั่วสหรัฐฯ พร้อมมอบเงินสนับสนุนรวม 150,000 ดอลลาร์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตต่อไป
เมื่อ AI เริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานและกระทบเส้นทางอาชีพแบบเดิม ผู้คนจำนวนมากกำลังหันมาสร้างโอกาสให้ตัวเอง แทนที่จะรอความมั่นคงจากองค์กรเพียงอย่างเดียว ข้อมูลจากหอการค้าสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันมีชาวอเมริกันมากกว่า 33 ล้านคนที่ทำงานอิสระหรือประกอบอาชีพด้วยตนเอง
เบื้องหลังโครงการดังกล่าว Zoom มองว่า โลกการทำงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยโครงการดังกล่าวคัดเลือกผู้ประกอบการเดี่ยว 50 คนจากผู้สมัครเกือบ 3,000 ราย จาก 48 รัฐ และกว่า 400 เมืองทั่วสหรัฐฯ จากนั้นผู้สมัครถูกประเมินจาก 5 ด้าน ได้แก่
1. ความแปลกใหม่ของแนวคิดธุรกิจ
2. การเติบโตและความยั่งยืนของกิจการ
3. ผลกระทบที่มีต่อลูกค้าหรือชุมชน
4. ความสอดคล้องระหว่างธุรกิจกับคุณค่าของผู้ก่อตั้ง
5. อิทธิพลและการยอมรับในแวดวงอาชีพ
สุดท้ายมีผู้ชนะ 5 คนที่ได้รับเงินสนับสนุนคนละ 30,000 ดอลลาร์ หรือราว 1 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 150,000 ดอลลาร์ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ นอกจากเงินทุนแล้ว ผู้ชนะยังได้รับโอกาสเข้าถึงที่ปรึกษา เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตรของ Zoom อีกด้วย
ยุคที่ "งานบริษัท" ขนาดใหญ่-ชื่อดัง อาจไม่สำคัญเหมือนเดิม
คิม สตอริน (Kim Storin) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Zoom กล่าวว่า "โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า โลกการทำงานกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน และกำลังยกย่องผู้คนที่เริ่มสร้างอนาคตนั้นขึ้นมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่งานบริษัทแบบดั้งเดิม"
เธอย้ำว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การสร้างบริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ "นี่ไม่ใช่เรื่องของการสร้างบริษัทระดับยูนิคอร์น แต่เป็นเรื่องของการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน มีกำไร และสามารถรองรับชีวิตที่เจ้าของต้องการได้" และอาจกลายเป็นเวอร์ชันใหม่ของ "งานในฝัน" ที่ผู้คนมีอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง และควบคุมชีวิตการทำงานได้มากขึ้นด้วยพลังของเทคโนโลยี
สตอรินเชื่อว่า กฎเกณฑ์เดิมของโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนไป ในอดีต ความสำเร็จขององค์กรหรือตัวนายจ้าง มักถูกวัดจากจำนวนพนักงานและขนาดองค์กร แต่วันนี้สมการดังกล่าวเริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป
"หลายทศวรรษที่ผ่านมา การเติบโตหมายถึงการมีพนักงานเพิ่มขึ้น แต่โลกการทำงานทุกวันนี้ สมการนั้นกำลังพังทลาย" เพราะเพียงคนเดียวที่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ก็อาจสร้างผลงานได้มากกว่าทีมงานขนาดใหญ่ เพราะอุปสรรคหลายอย่างที่เคยจำกัดการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อยกำลังหายไป โดยเฉพาะหลังการมาถึงของ AI
ข้อมูลผู้สมัครเข้าร่วมโครงการยังสะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า ผู้ที่สร้างธุรกิจสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่ในสายเทคโนโลยีอีกต่อไป มีเพียง 5% ของผู้สมัครที่อยู่ในธุรกิจเทคโนโลยีหรือ SaaS ในทางกลับกัน กลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือ ธุรกิจบริการและที่ปรึกษา คิดเป็น 20% ของผู้สมัครทั้งหมด ตามมาด้วยกลุ่มธุรกิจสุขภาพ สุขภาวะ และธุรกิจเพื่อสังคม
Zoom ระบุว่า การเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่ง่ายขึ้นทำให้ทักษะด้านเทคนิคไม่ใช่ข้อกำหนดสำคัญในการสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อีกต่อไป แต่เปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้เฉพาะทางในหลากหลายสาขา สามารถเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของตัวเองให้กลายเป็นธุรกิจได้เช่นกัน
จากแพลตฟอร์มเอกสารการทำงานสู่ AI แปลภาษาแอฟริกา
หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลคือ เซียร์รา กรอสส์ (Cierra Gross) ผู้ก่อตั้ง Worklution Inc. ซึ่งพัฒนา Wrk Receipts เครื่องมือบันทึกข้อมูลการทำงานที่ปัจจุบันมีพนักงานใช้งานแล้วมากกว่า 22,000 คน เธอแชร์ว่า "ในฐานะผู้ประกอบการเดี่ยวที่สร้างธุรกิจด้วยเงินทุนของตัวเองทั้งหมด การได้รับการยอมรับครั้งนี้ยืนยันว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่เพียงเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการ แต่ยังสร้างผลกระทบได้จริง"
อีกรายคือ ไมเคิล โอโดการา-โอกิกโบ (Michael Odokara-Okigbo) ผู้พัฒนา NKENNEAi แพลตฟอร์ม AI สำหรับแปลภาษาแอฟริกัน ซึ่งต้องการทำให้ภาษาท้องถิ่นของทวีปแอฟริกาเป็นที่เข้าถึง และได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับโลก
ส่วน เดเรก แม็คแคร็กเคน (Derek McCracken) อดีตครูสอนเกษตรกรรมที่ใช้เวลากว่า 10 ปีในห้องเรียน ก่อตั้ง The Owl's Nest เพื่อสร้างสื่อการสอนที่ช่วยให้ครูสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนได้มากขึ้น
ขณะที่ ดานา สไนเดอร์ (Dana Snyder) ผู้ก่อตั้ง Positive Equation ซึ่งช่วยองค์กรไม่แสวงหากำไรสร้างฐานผู้สนับสนุนระยะยาว วางแผนนำเงินรางวัลไปขยายการเข้าถึงเครื่องมือ Monthly Giving Builder ของเธอ
ส่วนผู้ชนะคนสุดท้ายคือ แองเจลา มอร์ริสัน (Angela Morrison) เจ้าของ Cakes by Angela Morrison ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่า การเป็น Solopreneur ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจเทคโนโลยี แต่อาชีพคนทำเค้กและงานศิลปะก็สามารถเติบโตได้เช่นกัน
"วันนี้สร้างธุรกิจคนเดียวได้ง่ายกว่าที่เคย" สไนเดอร์ ผู้ก่อตั้ง Positive Equation บอกว่า เมื่อ 9 ปีก่อน การเป็นผู้ประกอบการเดี่ยวเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและขาดเครือข่ายสนับสนุน แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก
อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการเป็น Solopreneur ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และเส้นทางนี้ก็ไม่ได้ง่ายไปกว่าการทำงานประจำ แต่การเติบโตของคนอเมริกันกว่า 33 ล้านคนที่เลือกสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง กำลังสะท้อนว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ..ไม่ใช่ความมั่นคงจากตำแหน่งงานหรือองค์กร แต่เป็นความมั่นคงที่เกิดจากการได้เป็นเจ้าของทักษะ ความเชี่ยวชาญ และเส้นทางอาชีพของตัวเอง
อ้างอิง: Fortune, The State of Solopreneurship 2026, Census, , using AI to sneak out

