วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

อังกฤษอนุมัติ ยาลดน้ำหนัก GLP-1 "Wegovy แบบเม็ด" ทางเลือกใหม่แทนยาฉีด

จาก "ยาฉีดลดน้ำหนัก" อย่าง Wegovy และ Ozempic ที่เคยเป็นกระแสไปทั่วโลก วันนี้ยากลุ่ม GLP-1 กำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อมีการพัฒนาเป็น "ยาเม็ด" เพิ่มทางเลือกในการรักษาโรคอ้วน นอกเหนือจากการฉีดยาสัปดาห์ละครั้ง โดยยังคงอาศัยกลไกเดียวกันในการช่วยควบคุมความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นับเป็นอีกความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการรักษาโรคอ้วนที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง

ล่าสุด สหราชอาณาจักรได้อนุมัติ Wegovy ชนิดรับประทาน ซึ่งมีตัวยาสำคัญชนิดเดียวกับยาฉีด คือ semaglutide นับเป็นยาเม็ดในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist ตัวแรกที่ได้รับการรับรองสำหรับการลดน้ำหนักโดยหน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA)

อย่างไรก็ตาม แม้การมาของยาเม็ดจะช่วยเพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ป่วย แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ยาชนิดนี้ไม่ใช่ "ยาวิเศษ" ที่สามารถทดแทนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ อีกทั้งยังมีข้อจำกัด ผลข้างเคียง และข้อควรระวังที่ควรทำความเข้าใจก่อนเริ่มใช้

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านทำความรู้จัก Wegovy ชนิดรับประทาน ว่ามีความแตกต่างจากยาฉีดอย่างไร ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร และมีประเด็นใดที่ผู้บริโภคควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้

อังกฤษอนุมัติ ยาลดน้ำหนัก GLP-1 "Wegovy แบบเม็ด" ทางเลือกใหม่แทนยาฉีด

Wegovy แบบเม็ด แตกต่างจากยาฉีดอย่างไร?

แม้ Wegovy จะเปลี่ยนจากรูปแบบยาฉีดมาเป็นยาเม็ด แต่ตัวยาสำคัญยังคงเป็น semaglutide ซึ่งออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 (Glucagon-like Peptide-1) ที่ร่างกายหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลดความหิว และลดความอยากอาหาร จึงช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมปริมาณการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น

ความแตกต่างสำคัญของทั้งสองรูปแบบอยู่ที่ วิธีการใช้ยา โดยยาฉีดใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ขณะที่ยาเม็ดต้องรับประทานทุกวัน และมีขั้นตอนการใช้ที่ค่อนข้างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมยาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ผู้ใช้ต้องรับประทานยาขณะท้องว่าง หลังงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง พร้อมน้ำเปล่าไม่เกิน 120 มิลลิลิตร จากนั้นต้องเว้นอย่างน้อย 30 นาที ก่อนรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาอื่น ๆ และควรรับประทานในเวลาเดิมของทุกวัน

ด้วยข้อกำหนดเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า แม้ยาเม็ดจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่ต้องการฉีดยา แต่ก็อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีตารางชีวิตไม่แน่นอน หรือไม่สามารถรับประทานยาในช่วงท้องว่างได้เป็นประจำ

งานวิจัยพบ ลดน้ำหนักได้มากกว่า 13%

ข้อมูลจากการศึกษาระยะที่ 3 ซึ่งติดตามผู้เข้าร่วมนาน 64 สัปดาห์ เปรียบเทียบผู้ที่ได้รับยาเม็ด semaglutide กับยาหลอก (placebo) โดยให้ทุกคนรับประทานอาหารพลังงานต่ำและเพิ่มการออกกำลังกายควบคู่กัน ผลพบว่า

  • กลุ่มที่ได้รับยา ลดน้ำหนักเฉลี่ย 13.61% ของน้ำหนักตัว
  • ขณะที่กลุ่มยาหลอก ลดได้เพียง 2.18%

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ประสิทธิภาพของยาเกิดขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม ไม่ใช่จากการใช้ยาเพียงอย่างเดียว นักวิจัยจึงมองว่า GLP-1 อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาโรคอ้วนระยะยาว มากกว่าจะเป็นวิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน

อังกฤษอนุมัติ ยาลดน้ำหนัก GLP-1 "Wegovy แบบเม็ด" ทางเลือกใหม่แทนยาฉีด

ใครบ้างที่สามารถใช้ Wegovy ชนิดรับประทานได้?

หน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรอนุมัติให้ Wegovy ชนิดรับประทานใช้สำหรับผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน โดยมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือผู้ที่มีค่า BMI ระหว่าง 27 - 30 ซึ่งมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 หรือความดันโลหิตสูง

เช่นเดียวกับยาลดน้ำหนักในกลุ่ม GLP-1 อื่น ๆ ยาชนิดนี้ไม่ได้ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ควบคู่กับการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอื่น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ทุกครั้ง

ผลข้างเคียงที่ควรรู้

ผลข้างเคียงของ Wegovy ชนิดรับประทานไม่แตกต่างจากยาในกลุ่ม GLP-1 โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก และปวดท้อง ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะหรืออ่อนเพลีย โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการรักษา

แม้ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจะพบได้ไม่บ่อย แต่ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และอาการแพ้อย่างรุนแรง จึงควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ และรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ

อีกประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำคือ ยา GLP-1 ไม่ใช่การรักษาที่ให้ผลถาวร หากหยุดใช้ยาโดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต น้ำหนักตัวมีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่พบในการศึกษาของยากลุ่มนี้หลายฉบับ

นักวิชาการเตือน ยาไม่สามารถแก้ปัญหาโรคอ้วนได้เพียงลำพัง

ศาสตราจารย์ ซูซาน เจบบ์ (Susan Jebb) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด มองว่า ยากลุ่ม GLP-1 อาจมีบทบาทคล้ายยารักษาความดันโลหิตหรือยาลดคอเลสเตอรอล ที่ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้ต่อเนื่องในระยะยาว

แต่เธอก็ยอมรับว่า ยังรู้สึกกังวลหากสังคมคาดหวังให้ยาเป็นคำตอบหลักของปัญหาโรคอ้วน

เธออธิบายว่า แม้คนส่วนใหญ่ตั้งใจเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่สภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันกลับเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มพลังงานสูงที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้การรักษาน้ำหนักยังคงเป็นความท้าทาย

สะท้อนใฟ้เห็นว่า การแก้ปัญหาโรคอ้วนจำเป็นต้องอาศัยทั้งการรักษาทางการแพทย์ การปรับพฤติกรรม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพไปพร้อมกัน

อีกโจทย์สำคัญคือ "ยาปลอม"

เมื่อความต้องการยาลดน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหายาปลอมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

บริษัทผู้ผลิต Novo Nordisk ระบุว่า ปัจจุบันมีการเฝ้าระวังเว็บไซต์จำหน่ายยาปลอมอย่างต่อเนื่อง และทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายและปราบปรามเครือข่ายจำหน่ายยาปลอม

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้บริโภคซื้อยาจากโรงพยาบาล ร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต หรือช่องทางที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ไทยจะเดินตามหรือไม่?

แม้ยาเม็ด Wegovy จะเริ่มวางจำหน่ายในภาคเอกชนของสหราชอาณาจักรแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการบรรจุในระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) โดยยังต้องผ่านการประเมินด้านความคุ้มค่าจากสถาบัน NICE ซึ่งคาดว่าอาจใช้เวลาประมาณ 9 - 12 เดือน

สำหรับประเทศไทย ยาชนิดนี้ยังไม่ได้มีให้ใช้เพื่อการลดน้ำหนัก และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการอนุมัติ การกำกับดูแล หรือหลักเกณฑ์การใช้ในระบบสาธารณสุข

ผู้บริโภคไม่ควรรีบหาซื้อยาจากช่องทางออนไลน์ด้วยตนเอง เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงเรื่องยาปลอมแล้ว การใช้ยากลุ่ม GLP-1 จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ข้อห้ามใช้ และการติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด

แม้ยาเม็ด Wegovy จะเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของการรักษาโรคอ้วน แต่บทบาทของยาชนิดนี้ในประเทศไทยยังต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งในด้านการขึ้นทะเบียน ข้อบ่งใช้ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะสามารถนำมาใช้ในวงกว้างได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม

 

อ้างอิง bbc , bmj