วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อาหารส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์จริงไหม? ไขคำตอบเรื่องการมีลูกยาก

อาหารส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์จริงไหม? ไขคำตอบเรื่องการมีลูกยาก

ปัจจุบัน หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหา “คนมีลูกน้อยลง” ขณะเดียวกัน คู่รักจำนวนไม่น้อยก็พบว่า การมีลูกไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่เคยคิด ภาวะมีบุตรยากกำลังกลายเป็นประเด็นสุขภาพที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

โลกออนไลน์ก็เต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ “อาหารเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์” ตั้งแต่อาหารเสริมบำรุงไข่ วิตามินเพิ่มคุณภาพอสุจิ ไปจนถึงซูเปอร์ฟู้ดและสูตรอาหารต่าง ๆ ที่ถูกแชร์ต่อกันในกลุ่มคนพยายามมีลูก จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า อะไรคือข้อมูลที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจริง และอะไรเป็นเพียงความเชื่อหรือกระแสการตลาด

แล้วอาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์จริงไหม? มี “อาหารมหัศจรรย์” ที่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้จริงหรือไม่?

“กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย” ชวนสำรวจว่า โภชนาการส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอย่างไร ผ่านงานวิจัยและข้อมูลทางการแพทย์ที่ช่วยอธิบายว่า การมีลูกอาจเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัวอย่าง “อาหาร” มากกว่าที่หลายคนคิด

อาหารส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์จริงไหม? ไขคำตอบเรื่องการมีลูกยาก

กรดโฟลิก สารอาหารสำคัญก่อนตั้งครรภ์

หนึ่งในสารอาหารที่มีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจนที่สุดคือ “กรดโฟลิก” หรือ Folic Acid ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะการป้องกันภาวะความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง เช่น Spina Bifida และ Anencephaly ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์ บ่อยครั้งก่อนที่ผู้หญิงจะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์เสียอีก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ CDC จึงแนะนำให้ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์รับกรดโฟลิกวันละ 400 ไมโครกรัม แม้ยังไม่ได้วางแผนตั้งครรภ์ก็ตาม

หลายประเทศยังมีนโยบายเติมกรดโฟลิกลงในอาหารพื้นฐาน เช่น ซีเรียลและธัญพืช เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในประชากร โดยมีข้อมูลว่า ในปี 2019 มาตรการดังกล่าวช่วยป้องกันความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการขาดโฟเลตได้ราว 22% ทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่พบว่า การเสริมกรดโฟลิกในผู้หญิงที่กำลังพยายามตั้งครรภ์ อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ แม้จะยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์อย่างชัดเจน

แหล่งอาหารที่มีกรดโฟลิกหรือโฟเลต เช่น

  • ซีเรียลและธัญพืชเสริมวิตามิน
  • ตับวัวและตับไก่
  • ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม ผักสลัด
  • ถั่วต่าง ๆ เช่น เลนทิล ถั่วลูกไก่
  • หน่อไม้ฝรั่ง

อาหารส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์จริงไหม? ไขคำตอบเรื่องการมีลูกยาก

ภาวะมีบุตรยาก ไม่ได้เกิดจากฝ่ายหญิงเพียงอย่างเดียว

ภาวะมีบุตรยากเป็นเรื่องซับซ้อน และอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ในสหรัฐฯ มีคู่รักประมาณ 15% ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเป็นเวลา 1 ปี

สำหรับผู้หญิง ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับการตกไข่ คุณภาพของไข่ หรือท่อนำไข่อุดตัน ขณะที่ในผู้ชาย “คุณภาพอสุจิ” ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน การเคลื่อนไหว หรือรูปร่างของตัวอสุจิเอง รวมถึงปัจจัยแวดล้อม เช่น มลพิษ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต

งานวิจัยชี้ “เนื้อแปรรูป” อาจกระทบคุณภาพอสุจิ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิจัยเริ่มให้ความสนใจกับ “อาหารกับภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย” มากขึ้น

งานวิจัยในปี 2015 ที่ติดตามคู่รักที่เข้ารับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF พบว่า “ประเภทของเนื้อสัตว์” ที่ผู้ชายรับประทาน อาจสัมพันธ์กับอัตราการปฏิสนธิ โดยผู้ชายที่กินเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เบคอน ไส้กรอก หรือแฮม ในปริมาณสูง มีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จกับคู่รักต่ำกว่า ขณะที่การบริโภคเนื้อสัตว์ประเภทไก่และสัตว์ปีก กลับสัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ผลการศึกษาระบุว่า ผู้ชายที่กินเนื้อแปรรูปน้อยที่สุด มีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จประมาณ 82% ขณะที่กลุ่มที่กินมากที่สุด มีโอกาสลดลงเหลือประมาณ 54%

สุขภาพของผู้ชาย อาจส่งผลถึงลูกในอนาคต

งานวิจัยจาก The University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย พบว่า พฤติกรรมการกินอาหารของผู้ชายอาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกในอนาคตได้ด้วย

ทีมวิจัยศึกษาคู่รักเกือบ 200 คู่ และพบว่า รูปแบบการกินของฝ่ายชายมีอิทธิพลต่อการเลือกอาหารของฝ่ายหญิง ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์อีกทอดหนึ่ง

เชลลีย์ วิลกินสัน (Shelley Wilkinson) นักกำหนดอาหารและหนึ่งในผู้วิจัย ระบุว่า สุขภาพของผู้ชายในช่วงเตรียมมีลูกมักถูกมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วมีความสำคัญมาก และอาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกหลานในระยะยาวด้วย

โปรตีนจากพืช อาจช่วยลดความเสี่ยงมีบุตรยาก

ด้านรูปแบบการกินโดยรวม งานวิจัยจาก Harvard School of Public Health ที่ติดตามผู้หญิงกว่า 18,000 คน เป็นเวลา 8 ปี พบว่า การเลือกรับประทานโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วและธัญพืช แทนโปรตีนจากเนื้อแดง อาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะมีบุตรยากจากปัญหาการตกไข่ได้มากกว่า 50%

นักวิจัยมองว่า อาหารจากพืชอาจช่วยลดการอักเสบและสนับสนุนสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบสืบพันธุ์

“ไขมันดี” สำคัญกว่าแค่เรื่องน้ำหนัก

อีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ “ประเภทของไขมัน” ที่รับประทาน

ไขมันดีจากปลาแซลมอน อะโวคาโด ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันมะกอก อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย ขณะที่ไขมันทรานส์จากอาหารทอด มาการีน และอาหารแปรรูป มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะมีบุตรยากที่สูงขึ้น

ไอโอดีน อีกสารอาหารที่ไม่ควรมองข้าม

นอกจากกรดโฟลิกแล้ว นักวิจัยยังชี้ว่า “ไอโอดีน” เป็นอีกหนึ่งสารอาหารสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับพัฒนาการสมองของทารกและการทำงานของต่อมไทรอยด์ของแม่ระหว่างตั้งครรภ์

อาหารทะเล ไข่ และเกลือเสริมไอโอดีน จึงเป็นแหล่งอาหารที่มักถูกแนะนำในช่วงเตรียมตั้งครรภ์

แอลกอฮอล์กับการตั้งครรภ์

สำหรับแอลกอฮอล์ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญค่อนข้างตรงกัน โดย CDC ระบุว่า ไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ “ปลอดภัย” ระหว่างตั้งครรภ์หรือในช่วงพยายามมีบุตร ไม่ว่าจะเป็นไวน์ เบียร์ หรือเครื่องดื่มประเภทใดก็ตาม

ไม่มี “อาหารมหัศจรรย์” ที่ช่วยให้ท้องได้ทันที

แม้อาหารจะมีบทบาทต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ย้ำว่า ไม่มี “อาหารมหัศจรรย์” ชนิดใดที่ช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ทันที

หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อเรื่องสับปะรดหรืออาหารบางชนิดที่ถูกพูดถึงในกลุ่มคนพยายามมีลูก แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารใดเพียงอย่างเดียวสามารถเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้แบบเฉพาะเจาะจง

เชลลีย์ ระบุว่า แทนที่จะโฟกัสกับ “อาหารเพิ่มภาวะเจริญพันธุ์” เพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญกว่าคือการสร้างรูปแบบการกินที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องการมีลูกอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงมื้อเดียว แต่อาจเป็นผลสะท้อนจากวิถีชีวิตทั้งหมดที่เราสะสมมาในทุกวัน ทั้งการกิน การนอน การจัดการความเครียด และสุขภาพโดยรวมของทั้งสองฝ่ายร่วมกัน

 

อ้างอิง bbc , healthline