"ตรุษจีน 2566" วันไหว้ วันจ่าย ฤกษ์ไหว้ปีนี้ ความเชื่อ 11 สิ่งที่ไม่ควรทำ

"ตรุษจีน 2566" วันไหว้ วันจ่าย ฤกษ์ไหว้ปีนี้ ความเชื่อ 11 สิ่งที่ไม่ควรทำ

เทศกาลตรุษจีนประจำปี 2566 วันไหว้ วันจ่าย ฤกษ์ไหว้ปีนี้ ความเชื่อ 11 สิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งในปีนี้มาเร็วกว่าทุกๆครั้ง

เทศกาลตรุษจีนประจำปี 2566 ซึ่งในปีนี้มาเร็วกว่าทุกๆครั้ง ไปดูกันว่าปีนี้วันไหว้ วันจ่ายตรงกับวันไหน และความเชื่อสิ่งที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

วันตรุษจีน 2566 ในปีนี้ ในวันที่ 20 มกราคม 2566 เป็น "วันจ่าย" เป็นวันที่ชาวจีนจะออกไปจับจ่ายซื้อของเพื่อมาเตรียมไว้สำหรับวันไหว้ใน วันตรุษจีน 

ขณะที่ในวันที่ 21 มกราคม 2566  เป็น "วันไหว้" ประกอบด้วย วันไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้พ่อแม่ ไหว้ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู รวมถึงความเชื่อการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษให้ผู้ล่วงลับ และจากนั้นก็จะมีการตั้งโต๊ะร่วมรับประทานอาหารเซ่นไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล จุดประทัดไล่สิ่งชั่วร้ายและแจกอั่งเปา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ส่วนในวันที่ 22 มกราคม 2566  เป็น "วันเที่ยว" เป็นวันที่คนจีน หรือผู้ที่มีเชื้อสายจีน จะใส่ชุดสีแดง หรือชุดที่มีสีสันสดใสและทุกคนพากันออกไปท่องเที่ยวและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม ไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ และการถือเคล็ดต่างๆเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น งดทำบาป หรือ พูดคำหยาบ เป็นต้น

ฤกษ์ไหว้ตรุษจีน 2566

- ช่วงเช้า ประมาณ 06.00 น.เป็นต้นไป  ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการไหว้ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเทวดาผู้คุ้มครองบ้านเรือน ที่มาปกปักดูแลให้เจ้าบ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

- ช่วงสาย ช่วงเวลา 10.00 น. (ไม่เกินเที่ยง) ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญู และเป็นการระลึกถึงพ่อแม่ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ

- ช่วงบ่าย (ไม่เกิน 16.00 น.) ไหว้ให้ทานสัมภเวสี และจะมีการจุดประทัดเพื่อเพิ่มความสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้าย

- ช่วงดึก เวลา 01.00 น. (ไม่เกิน 03.00 น.) ไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เทพแห่งโชคลาภ เสริมดวง ความโชคดี ความร่ำรวย

ความเชื่อเรื่องการใส่ชุดสีแดง

สีแดง ซึ่งชาวจีนนั้นมีความเชื่อว่า เป็นสีแห่งสัญลักษณ์ของสีที่เป็นสิริมงคล หมายถึง มีความสุข ความโชคดี และมีอายุที่ยืนยาว นอกจากนี้ สีแดง เป็นสีที่มีพลังและสามารถขับไล่สิ่งอัปมงคล สิ่งชั่วร้าย จากภูตผีปีศาจทั้งหลาย เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไฟ ที่สื่อถึงความเป็นมงคล ความเจริญรุ่งเรือง

นอกจากนั้น สีแดง ถือเป็นสีมงคลของชาวจีน มีความหมายถึงความโชคดี ความสุข และความเจริญก้าวหน้า นิยมใช้สำหรับการเฉลิมฉลอง เป็นสีที่อยู่คู่กับเทศกาลนี้มาโดยตลอด

ตรุษจีน ห้ามใส่เสื้อสีแดงจริงหรือไม่?

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีการอธิบายว่า เกิดจาก Fake ดวงบนโลกออนไลน์ที่พยายามสร้างคอนเทนท์แปลกๆ จนทำให้เข้าใจผิดกันเป็นวงกว้างและเป็นการบิดเบือนวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ดังนั้น เทศกาลตรุษจีน จะปีไหนวันไหนก็ใส่สีแดงได้

สีเสื้อ คือสิ่งภายนอกที่เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเทศกาลนี้ แต่สิ่งสำคัญคือการทำจิตใจให้เบิกบานบริสุทธิ์และแสดงออกถึงความกตัญญูตามวัตถุประสงค์ของ เทศกาลตรุษจีน ก็จะช่วยให้เกิดความเฮงในการเริ่มต้นปีใหม่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ‘ตรุษจีน’ ปีนี้มาเร็ว ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566

- อาหารมงคลวันตรุษจีน จำพวกไหนต้องระวังสำหรับคนรักสุขภาพ

 

สิ่งที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

  1. ห้ามสระผมหรือตัดผม เพราะมีความหมายว่า การนำความมั่งคั่งออกไป
  2. ห้ามพูดคำหยาบและทะเลาะ เพราะเชื่อว่า จะนำความโชคร้ายมาให้ทั้งปี
  3. ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ ในเดือนแรกของวันตรุษจีน เชื่อว่า เป็น "สัญญาณของการเริ่มต้นปีที่ไม่ดี"
  4. ห้ามใส่ชุดขาวดำ เสื้อผ้าที่เป็นสีขาวดำ เป็นสัญลักษณ์ของความตาย ดังนั้น การใส่เสื้อผ้าสีขาวดำ หมายถึง ลางร้าย 
  5. ห้ามกินโจ๊กและเนื้อสัตว์ เหมือนกับการขัดขวางความร่ำรวย ขัดลาภ ขัดโชคจึงไม่ควรกินโจ๊กในเช้าของวันตรุษจีน ตลอดจนรวมถึงไม่กินเนื้อสัตว์ด้วยเนื่องจากไหว้เทพเจ้าไม่ไหว้เนื้อสัตว์
  6. ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน เชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำ เกิดในวันตรุษจีน ดังนั้น การซักผ้าในวันตรุษจีนเปรียบเสมือนการลบหลู่ท่าน
  7. ห้ามให้ยืมเงินในวันนี้ จะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามาขอยืมเงินตลอด และถ้าใครที่ติดเงินใคร ควรที่จะคืนเงินก่อนวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่า จะมีหนี้สินตลอดปี
  8. ห้ามทำของแตก เพราะเชื่อว่า เป็นลางร้ายถึงครอบครัวจะแตกแยก หรือมีคนเสียชีวิตในครอบครัว หากทำของแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ วิธีการแก้เคล็ดโดยการพูดว่า "โหลว ดี้ ข่า ฮั้ว"  ที่แปลว่า ดอกไม้จะเบ่งบานเมื่อตกลงสู่พื้น
  9. ห้ามร้องไห้ จะทำให้พบกับเรื่องไม่ดี และเสียใจทั้งปี
  10. ห้ามใช้ของมีคม เชื่อว่า การใช้ของมีคมตัดสิ่งของคือ การตัดโชคดีไปด้วย
  11. ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น เชื่อว่า การเข้าห้องนอนผู้อื่นในวันตรุษจีน ถือเป็นโชคร้าย

 

ข้อมูลประกอบจาก วิกิพีเดีย