ทำไมคนยุคนี้ไม่นับถือศาสนา? ผลสำรวจชี้ คนทั่วโลก "ไม่มีศาสนา" มากขึ้น

ทำไมคนยุคนี้ไม่นับถือศาสนา? ผลสำรวจชี้ คนทั่วโลก "ไม่มีศาสนา" มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ Pew Research เคยเผยผลสำรวจว่ามีผู้คนที่ "ไม่มีศาสนา" ทั่วโลกมากขึ้น 1.19 พันล้านคน ล่าสุด.. เปิดเผยรายงานชุดใหม่ระบุว่า คนรุ่นใหม่เข้าร่วมศาสนาน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมส่องเหตุผลของการเลือกที่จะ "ไม่นับถือศาสนา"

ยิ่งนับวันวงการผ้าเหลืองก็ยิ่งฉาว! ระยะหลังมานี้ สังคมไทยได้เห็นกระแสข่าวเกี่ยวกับความไม่เหมาะสมของพระสงฆ์บ่อยๆ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสื่อมถอยของศาสนาพุทธในไทย เชื่อมโยงไปสู่การ "ไม่นับถือศาสนา" ของผู้คนยุคนี้ที่ "ศาสนา" อาจไม่ใช่สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเขาอีกต่อไป 

ทั้งนี้ ประเด็นการ "ไม่นับถือศาสนา" นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มมีมานานหลายปีแล้ว และไม่ใช่แค่ในไทย แต่ประชากรทั่วโลกในหลายๆ ประเทศก็มีกลุ่มคนที่ระบุว่าตนเอง "ไม่มีศาสนา" มีจำนวนมากขึ้นกว่าในอดีต 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนไปส่องผลสำรวจเรื่องนี้  รวมถึงไขข้อสงสัยว่า ทำไม? คนรุ่นใหม่ถึงเลือกที่จะ "ไม่นับถือศาสนา" ใดๆ ในชีวิตเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

 

1. คำว่า "ไม่มีศาสนา" คืออะไร?

การไม่มีศาสนา (Irreligion, No religion) หมายความว่า ภาวะที่คนใดคนหนึ่งไม่นับถือศาสนา ไม่แบ่งแยกศาสนา ไม่เป็นปรปักษ์ต่อศาสนา กลุ่มคนดังกล่าวเรียกว่า ผู้ที่ไม่มีศาสนา ซึ่งสามารถตีความหรือนิยามได้หลากหลาย ได้แก่ 

  • อเทวนิยม (Atheism) : ไม่เชื่อว่ามีพระเป็นเจ้า และเชื่อในกฎธรรมชาติ
  • อไญยนิยม (Agnosticism) : ผู้ที่เชื่อว่าเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่ ดังนั้นเชื่อว่าพระเจ้าอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้
  • ศาสนวิมตินิยม (Religious Skepticism) : ผู้ที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักการทางศาสนาขั้นพื้นฐาน (เชื่อในบางคำสอนและไม่เชื่อในบางคำสอน)
  • มนุษยนิยมแบบฆราวาส (Secular Humanism) : ผู้ที่ยึดถือเหตุผล จริยธรรม และความยุติธรรมทางสังคมของมนุษย์เป็นหลัก ปฏิเสธเรื่องคตินิยม เรื่องเหนือธรรมชาติ และไสยศาสตร์

สำหรับในบางสังคมอาจไม่ยอมรับการไม่มีศาสนา หรืออาจมีอคติต่อผู้ที่ไม่มีศาสนา เช่น การเหมารวมว่าคนที่ไม่มีศาสนาทั้งหมดคือคนที่ชั่วร้าย เป็นต้น บ่อยครั้งที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ก่อเหตุอาชญากรรมหรือผู้ก่อการร้ายเป็นผู้ที่ไม่มีศาสนา แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะแสดงตัวว่ามีศาสนาก็ตาม

ผู้ที่ไม่มีศาสนาอาจเข้าใจการไม่มีศาสนาได้เท่าๆ กับศาสนิกชน เช่น ผู้นับถือลัทธิมนุษยนิยม จะมีความคิดอย่างลึกซึ้งในวัตรปฏิบัติของตนเอง มากพอๆ กับความลึกซึ้งของศาสนิกชนมีต่อศาสนาของตน เป็นต้น

 

2. เปิดผลสำรวจกลุ่ม "ไม่มีศาสนา" ทั่วโลก มีเยอะแค่ไหน?

มีข้อมูลผลสำรวจจาก Pew Research Center (องค์กรที่วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางศาสนาและผลกระทบต่อสังคมทั่วโลก) ที่เคยเผยแพร่ในปี 2012 - 2015 ระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 1.19 พันล้านคนทั่วโลกชี้ว่าตนเอง "ไม่มีศาสนา" ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรอันดับ 3 รองจากกลุ่มผู้นับถือศาสนาคริสต์ (อันดับ 1) และอิสลาม (อันดับ 2)

ในรายงานยังระบุถึงประเทศที่คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ "ไม่นับถือศาสนา" มากที่สุด 10 ประเทศในโลก (เป็นการใช้ข้อมูลในปี 2012 - 2015 มาคาดการณ์ตัวเลขจะเกิดในปี 2020) ได้แก่ 

  • จีน - 720 ล้านคน
  • ญี่ปุ่น - 74 ล้านคน
  • สหรัฐอเมริกา - 62 ล้านคน
  • เวียดนาม - 28 ล้านคน
  • เกาหลีใต้ - 23 ล้านคน
  • รัสเซีย - 21.19 ล้านคน
  • เยอรมนี - 21.15 ล้านคน
  • ฝรั่งเศส - 20.8 ล้านคน
  • สหราชอาณาจักร - 20 ล้านคน
  • เกาหลีเหนือ - 18 ล้านคน

ทำไมคนยุคนี้ไม่นับถือศาสนา? ผลสำรวจชี้ คนทั่วโลก "ไม่มีศาสนา" มากขึ้น

อีกทั้งมีข้อมูลผลสำรวจชุดใหม่ที่ Pew Research Center ได้เผยแพร่ข้อมูลในปี 2020 โดยระบุว่า หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ทั่วโลก (อายุต่ำว่า 40 ปี) เป็นกลุ่มผู้ที่ "ไม่นับถือศาสนา" มากกว่ากลุ่มคนสูงวัยในหลากหลายมิติ

จากการสำรวจ 106 ประเทศ พบว่า หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมกลุ่มศาสนา หรือ "ไม่ฝักใฝ่ในศาสนา" น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ใน 41 ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาเหนือ ซึ่งคนหนุ่มสาวทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาไม่มีการอ้างถึงอัตลักษณ์ทางศาสนาของตน 

ทำไมคนยุคนี้ไม่นับถือศาสนา? ผลสำรวจชี้ คนทั่วโลก "ไม่มีศาสนา" มากขึ้น

ถัดมาในยุโรปพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ไม่นับถือศาสนาแพร่หลายใน 22 ประเทศ จาก 35 ประเทศ ส่วนในแถบละตินอเมริกา มีผู้ไม่นับถือศาสนาจำนวนมากอยู่ใน 14 ประเทศ จาก 19 ประเทศ (รวมเม็กซิโก)

ด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกและโอเชียเนียพบว่า เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น มีช่องว่างระหว่างอายุของผู้ที่ "ไม่มีศาสนา" และ "ผู้นับถือศาสนา" มากที่สุด คือ

  • เกาหลีใต้ : การนับถือศาสนาของคนรุ่นใหม่อยู่ที่ 39% เทียบกับผู้สูงอายุ 63% (แปลว่ามีคนรุ่นใหม่ไม่นับถือศาสนา 61%)
  • ญี่ปุ่น : การนับถือศาสนาของคนรุ่นใหม่อยู่ที่ 31% เทียบกับผู้สูงอายุ 49% (แปลว่ามีคนรุ่นใหม่ไม่นับถือศาสนา 69%)
  • ออสเตรเลีย : การนับถือศาสนาของคนรุ่นใหม่อยู่ที่ 43% เทียบกับผู้สูงอายุ 66% (แปลว่ามีคนรุ่นใหม่ไม่นับถือศาสนา 57%)

ทำไมคนยุคนี้ไม่นับถือศาสนา? ผลสำรวจชี้ คนทั่วโลก "ไม่มีศาสนา" มากขึ้น

3. เจาะเหตุผล ทำไมคนยุคนี้ไม่นับถือศาสนา?

ทีมข่าวมีโอกาสพูดคุยกับ "ณฤดี จินตวิโรจน์" พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับเหตุผลที่เธอเลือกที่จะเป็นบุคคลที่ "ไม่นับถือศาสนา" โดยเล่าว่าเธอเลือกที่จะ "ไม่นับถือศาสนา" มาเกือบ 10 ปีแล้ว (ตั้งแต่ช่วงเรียนจบมหาวิทยาลัย) ตอนนั้นเริ่มมีคำถามในใจว่า ทำไมคนเราถูกบังคับให้นับถือศาสนาตั้งแต่เกิดโดยไม่มีสิทธิ์เลือกเอง

จากนั้นไม่นานได้รู้จักเพื่อนต่างศาสนามากขึ้น ทำให้เห็นว่าแต่ละศาสนาแม้จะมีข้อปฏิบัติแตกต่างกัน แต่แก่นแท้ของศาสนาคือต้องการให้เราเป็นคนดี แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่า ทั้งในวงการสงฆ์ของศาสนาพุทธ ศาสนจักร และศาสนาอิสลาม มักมีเรื่องฉาวให้เห็นอยู่ตลอด รวมถึงประเด็นพุทธพาณิชย์ต่างๆ

ตนจึงมองว่าการจะเป็นคนดีนั้น จริงๆ แล้วมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ และจิตใต้สำนึกของตนเอง ไม่ได้มาจากการนับถือศาสนาใดๆ จึงตัดสินใจเลือกที่จะ "ไม่นับถือศาสนา"

"พอเราเลือกแบบนี้แล้ว ทำให้รู้สึกอิสระ แล้วเราก็นำคำสอนในแต่ละศาสนามาปรับใช้ในชีวิตได้แบบไม่ต้องแบ่งแยก เช่น วิธีหาสาเหตุและการแก้ไขความทุกข์ ก็เอามาจากศาสนาพุทธ การมอบความรักความเมตตาให้กับผู้อื่นของศาสนาคริสต์ และการช่วยเหลืองแบ่งปันในรูปแบบต่างๆ ของศาสนาอิสลาม" เธออธิบาย

ทั้งนี้ เธอยังบอกอีกว่าการไม่นับถือศาสนายังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ทำให้ส่วนใหญ่มองคนที่ไม่นับถือศาสนาว่าเป็นคนแปลกแยกหรือเป็นคนมีปัญหา ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะมีที่ยึดเหนี่ยวเป็นสิ่งอื่น บางคนอาจจะไม่นับถือศาสนาเพราะอยากตามกระแส คิดว่าการเป็น "เอทิตส์" (Atheism) คือเท่ ซึ่งก็ไม่ควรไปเหมารวมว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนไม่ดีหรือเป็นอาชญากร

"ช่วงแรกๆ ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกันว่าควรจะยึกเหนี่ยวอะไร แต่พอโตขึ้นก็เริ่มตกผลึกได้ว่า "พ่อแม่" คือบุคคลที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจให้เราได้มากที่สุด เป็นคนสำคัญในการอบรมสั่งสอนเรา เป็นแบบอย่างที่ดีให้เรา

เวลามีปัญหาเราก็นึกถึงแต่พ่อแม่ ไม่เคยนึกถึงพระพุทธเจ้าเลยสักครั้ง ทำให้เราใช้ชีวิตในเส้นทางที่ถูกที่ควร และไม่สร้างปัญหาให้ใคร ขณะเดียวกันก็รับฟังหลักคำสอนของทุกๆ ศาสนา นำเอาส่วนที่ดีมีประโยชน์มาปรับใช้ในชีวิตเราได้เช่นกัน" ณฤดี สรุปทิ้งท้าย

---------------------------------------

อ้างอิง : WorldpopulationReview, PewResearch 2012, PewResearch 2020, การไม่มีศาสนา