วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

เมื่อประเทศไทย ตั้ง 'บอร์ด Wellness แห่งชาติ' โดย หมอแอมป์ นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ

คนไทยควรมีโอกาสแข็งแรงขึ้น พร้อมกับมีงานและรายได้จากเศรษฐกิจสุขภาพประเทศที่เติบโต นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการจัดตั้ง “บอร์ด Wellness แห่งชาติ” 

KEY POINTS

  • Scientific Wellness เป็นการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้
  • คนไทยควรมีโอกาสเข้าถึงการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมสุขภาพในราคาที่เหมาะสม ตั้งแต่การเดินทางใกล้บ้านไปจนถึงเส้นทางชุมชน
  • ทุกภาคส่วนร่วมกันทำให้“Wellness Hub Thailand: The Land of Life” มีความหมายในชีวิตจริง

สุขภาพคนไทยคืออนาคตเศรษฐกิจไทย และเป้าหมายนำพาประเทศไทยสู่เมืองหลวงสุขภาพโลก คนไทยควรมีโอกาสแข็งแรงขึ้น พร้อมกับมีงานและรายได้จากเศรษฐกิจสุขภาพประเทศที่เติบโต นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการจัดตั้ง “บอร์ด Wellness แห่งชาติ” 

สำหรับครอบครัวหนึ่ง ความหมายของสุขภาพดีอาจเป็นการที่พ่อแม่สูงวัยยังเดินทางและดูแลตัวเองได้ คนวัยทำงานมีแรงทำงานและมีเวลาให้คนที่รัก ส่วนคนรุ่นใหม่มีโอกาสเติบโตในอาชีพที่ช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ภาพเหล่านี้คือเป้าหมายที่นโยบายเศรษฐกิจสุขภาพควรพาเราไปให้ถึง

วันนี้ ประเทศไทยมีเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมเป้าหมายดังกล่าวเข้าด้วยกัน จากคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 323/2569 ลงวันที่ 31 ส.ค. 2569 ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้ง“คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย (Wellness Economy)” หรือที่เรียกให้เข้าใจง่ายว่า บอร์ด Wellness แห่งชาติ บอร์ดที่เชื่อมสุขภาพ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นายกฯ แต่งตั้ง 'บอร์ด Wellness แห่งชาติ' ดันไทย 'ดินแดนแห่งชีวิตและสุขภาวะ'

ระบบนิเวศครบวงจร Medical AI ดึงทุนต่างประเทศโอกาสสร้างรายได้ของไทย

“สังคมสุขภาพดี” และ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” 

คณะกรรมการชุดนี้มี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกรรมการ มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 และพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 โดยตำแหน่ง

ร่วมกับกรรมการจากภาครัฐด้านการท่องเที่ยว เกษตร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม กฎหมาย เศรษฐกิจ และการวิจัย รวมถึง ททท. สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีปลัดกระทรวง อว. และปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมเป็นกรรมการและเลขานุการ

การมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีหน่วยงานหลายด้านมาร่วมกัน เป็นโอกาสให้ประเทศไทยกำหนดทิศทางร่วม แก้ปัญหาการทำงานแยกส่วน และเชื่อมการลงทุนกับประโยชน์ของประชาชน บอร์ดมีหน้าที่วางนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เสนอการพัฒนากำลังคนและนวัตกรรม รวมทั้งเสนอปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ พร้อมติดตามการดำเนินงาน

วิสัยทัศน์ของประธานสะท้อนผ่านปาฐกถาเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 โดย ศ.ดร.ยศชนัน เสนอให้พัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพควบคู่กันสองด้าน คือ“สังคมสุขภาพดี” และ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” พร้อมเชื่อม Wellness กับเกษตร อุตสาหกรรม และบริการมูลค่าสูง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

เมื่อประเทศไทย ตั้ง 'บอร์ด Wellness แห่งชาติ' โดย หมอแอมป์ นพ. ตนุพล วิรุฬหการุญ

จาก Sick Care สู่ Well Care เพิ่มโอกาสให้คนไทยแข็งแรง

เป้าหมายที่หมออยากชวนให้มองร่วมกัน คือการขยับจากระบบที่เน้น Sick Care หรือการดูแลเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่ Well Care หรือการดูแลสุขภาพเชิงรุกตลอดชีวิต โดยทำงานควบคู่กับบริการรักษาและฟื้นฟูที่มีคุณภาพ สมุดปกขาวThailand National Wellness Policy, Standards and Ecosystem Framework ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และความสามารถในการดำเนินชีวิต

พร้อมเชื่อม Wellness กับบ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชน อาหาร การเดินทาง และสิ่งแวดล้อม  แปลเป็นภาษาชีวิตประจำวันก็คือ เราควรช่วยให้คนไทยเข้าถึงอาหารที่เหมาะสมในราคาที่จ่ายไหว มีพื้นที่เดินและออกกำลังกาย มีสภาพการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพกายใจ และมีโอกาสรับการดูแลเชิงป้องกันตามความจำเป็น

นโยบายที่ดีควรช่วยให้ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เป็นทางเลือกที่ประชาชนเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน สำหรับหมอ เป้าหมายระยะยาวจึงควรมองไปที่ Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี ควบคู่กับความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตนเอง เราอยากเห็นคนไทยมีแรงทำสิ่งที่รัก มีส่วนร่วมกับครอบครัวและสังคม และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย 

Scientific Wellness ทำให้ประชาชนเลือกได้อย่างมั่นใจ

 อีกแนวทางที่ปรากฏในวิสัยทัศน์การพัฒนาของกระทรวง อว. คือ Scientific Wellness หมออยากอธิบายให้ง่ายว่า เป็นการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้

 แนวคิดนี้สอดคล้องกับสมุดปกขาวที่เสนอให้จำแนกบริการตามกิจกรรมและความเสี่ยงจริง กำหนดขอบเขตระหว่างบริการสุขภาพทั่วไปกับบริการทางการแพทย์ และให้คำกล่าวอ้างเรื่องสุขภาพมีหลักฐานรองรับ

 ประโยชน์ต่อประชาชนคือ เราควรรู้ว่าบริการนั้นเหมาะกับใคร ผู้ให้บริการมีคุณสมบัติอย่างไร มีข้อควรระวังอะไร และมีระบบส่งต่อเมื่อจำเป็น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ควรได้รับแนวทางมาตรฐานที่ชัดเจนและเหมาะกับลักษณะบริการ เพื่อพัฒนาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง การต่อยอดภูมิปัญญาไทยจึงควรเดินร่วมกับการศึกษาวิจัย ตรวจสอบคุณภาพ และเคารพเจ้าขององค์ความรู้ ความน่าเชื่อถือที่เกิดขึ้นจะเป็นทั้งประโยชน์ต่อคนไทยและจุดแข็งของประเทศในสายตาชาวโลก

Wellness Tourism เที่ยวไทยให้ได้ทั้งความสุขและสุขภาพ

Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจได้ชัดเจน หมายถึงการเดินทางเพื่อคงไว้หรือเสริมสร้างสุขภาวะ ครอบคลุมทั้งผู้ที่เดินทางเพื่อสุขภาพโดยตรง และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพระหว่างการพักผ่อนหรือทำงาน

ลองนึกถึงการมาเที่ยวไทยที่ได้กินอาหารท้องถิ่นอย่างเหมาะสม เดินท่ามกลางธรรมชาติ เรียนรู้การผ่อนคลาย รับบริการนวดไทยจากผู้มีทักษะ และพักในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน ผู้เดินทางมีโอกาสกลับบ้านพร้อมความสุข ความรู้ และพฤติกรรมที่นำไปดูแลตนเองต่อได้

ส่วนผู้ที่เดินทางเพื่อรับการดูแลสุขภาพเชิงเวชศาสตร์ป้องกัน และ เวชศาสตร์วิถีชีวิต หรือหัตถการทางการแพทย์ ต้องได้รับบริการภายใต้บุคลากรวิชาชีพและระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม การสื่อสารให้ชัดว่าบริการแต่ละประเภทให้อะไรและมีขอบเขตอย่างไร เป็นพื้นฐานของความไว้วางใจ

ข้อมูล Global Wellness Institute ระบุว่าในปี 2567 ตลาด Wellness ของไทยมีมูลค่าประมาณ 42.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ด้าน Wellness Tourism อยู่ที่ประมาณ 14 พันล้านดอลลาร์ เป็นอันดับ 15 ของโลก เติบโตถึง 36.4% ต่อปี ถือเป็นการเติบโตอันดับ 3 ของโลก โตกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3.5 เท่า นี่คือโอกาสที่เราควรนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนไทยอย่างกว้างขวาง

หมออยากเห็นโรงแรมซื้อวัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรในพื้นที่ ร้านอาหารพัฒนาเมนูที่ดีต่อสุขภาพ คนในชุมชนได้รับการฝึกทักษะเพื่อเป็นผู้ให้บริการ และผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น โดยชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรมและได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม

คนไทยเองก็ควรมีโอกาสเข้าถึงการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมสุขภาพในราคาที่เหมาะสม ตั้งแต่การเดินทางใกล้บ้านไปจนถึงเส้นทางชุมชน ขณะเดียวกัน การพัฒนาต้องคำนึงถึงน้ำและอากาศที่สะอาด การรักษาธรรมชาติ และขีดความสามารถรองรับของพื้นที่ เพื่อให้ทั้งคนท้องถิ่นและผู้มาเยือนได้ประโยชน์ร่วมกัน

การเป็นเจ้าภาพการประชุมเวลเนสโลก Global Wellness Summit 2026 ที่ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ย. 2569 เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพไทยต่อผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกการมีบอร์ดระดับชาติจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเชื่อมความร่วมมือจากเวทีโลกให้ต่อเนื่องไปสู่การพัฒนาคน บริการ และชุมชน

ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หมออยากเห็นทุกภาคส่วนร่วมกันทำให้“Wellness Hub Thailand: The Land of Life” มีความหมายในชีวิตจริง เป็นประเทศที่ผู้คนเดินทางมาเรียนรู้การอยู่อย่างดี และเป็นบ้านที่คนไทยมีโอกาสอยู่อย่างดีด้วย 

เมื่อความก้าวหน้าของประเทศทำให้ประชาชนแข็งแรงขึ้น ชุมชนมีรายได้ และโอกาสเข้าถึงสุขภาพที่ดีขยายไปถึงผู้คนมากขึ้น นั่นคือความสำเร็จที่บอร์ด Wellness แห่งชาติควรมุ่งไปให้ถึงครับ