วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ระบบนิเวศครบวงจร Medical AI ดึงทุนต่างประเทศโอกาสสร้างรายได้ของไทย

คณะทำงานด้านยาและสุขภาพ จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ยกระดับทักษะกำลังคนแล้ว ยังต้อง เชื่อมต่อนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรมสุขภาพ สร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศ

KEY POINTS

  • คณะทำงานด้านยาและสุขภาพ จัดตั้ง National Medical AI Sandbox & Data Hub เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรข้อมูลของประเทศอย่างเป็นระบบ พร้อมลดกำแพงกฎระเบียบ เพื่อเปิดตลาด HealthTech อาเซียน
  • เสนอแนวคิด Thai AI Inside: Medical AI Offset Policy พัฒนากลไกจัดซื้อจัดจ้าง สร้างตลาดMedical AI ไทย และส่งออก ภาครัฐสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจระหว่างสตาร์ตอัป Medical AI ไทยกับบริษัทเครื่องมือแพทย์ระดับโลก
  • Medical AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงเรื่องของสาธารณสุข แต่เป็นเรื่องของนโยบายอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ การส่งออก และอนาคตของประเทศไทย

หนึ่งในภารกิจ“คณะทำงานด้านยาและสุขภาพ” ในคณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เป็นประธาน นอกจากจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ยกระดับทักษะกำลังคนแล้ว ยังต้อง เชื่อมต่อนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรมสุขภาพ สร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศ

เป็นการบูรณาการความร่วมมือข้ามภาคส่วนทั้ง ภาควิชาการและการแพทย์ ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน เทคโนโลยี และธุรกิจสุขภาพ

“พงษ์ชัย เพชรสังหาร” ในฐานะนายกสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย มองว่า เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยร่วมพัฒนากลไกเชิงนโยบายที่สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบสุขภาพของประเทศได้ โดยเมื่อเดือนม.ค. 2569 สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยจัดทำ “ข้อเสนอนโยบายพลิกโฉมเศรษฐกิจและสุขภาวะไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) และการรักษาด้วยดิจิทัล (Digital Therapeutics: DTx)” ผลักดันให้เป็นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นายกฯ แต่งตั้ง 'บอร์ด Wellness แห่งชาติ' ดันไทย 'ดินแดนแห่งชีวิตและสุขภาวะ'

‘7 แพลตฟอร์มแรก’ อย.รับรองเป็น ‘ร้านขายยาดิจิทัล’ Shopee -LINE MAN ด้วย

ตั้ง National Medical AI Sandbox & Data Hub

สมาคมฯ เสนอ 1.จัดตั้ง National Medical AI Sandbox & Data Hub เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรข้อมูลของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยมีเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ 1.1 National Health Data Infrastructure กำหนดแนวทางให้โครงการจัดเก็บข้อมูลสุขภาพที่ได้รับเงินทุนภาครัฐสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง หรือให้บริการข้อมูลผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานร่วมกันได้ และระบบบริหารจัดการข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้ประกอบการและนักวิจัยควรสามารถเข้าถึงชุดข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

1.2 เสนอให้มีระบบ GPU Credit หรือ Computing Power Voucher สำหรับสตาร์ตอัปและนักวิจัย ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน High-Performance Computing ของประเทศหรือผู้ให้บริการคลาวด์ที่ผ่านเกณฑ์ เพื่อลดต้นทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นต้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของบริษัทขนาดเล็กที่ยังไม่มีรายได้มากพอจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานราคาแพง

1.3 National Clinical Validation Network Medical AI เสนอให้สร้างเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐ โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลเอกชน สำหรับการทำ Multi-center Clinical Validation รวมถึงการรวบรวม Real-World Evidence (RWE) เพื่อให้สตาร์ตอัปสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์กับหลายโรงพยาบาล และนำผลการทดสอบไปประกอบการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยและมาตรฐานต่างประเทศได้ 

และ 1.4 Early-Stage HealthTech VC & Digital Tax Fund ตั้งกองทุนเฉพาะโดยใช้กลไกร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (VC Matching Fund) รวมถึงศึกษาแนวทางนำรายได้จาก Digital Tax หรือแหล่งรายได้ภาครัฐที่เหมาะสมมาสนับสนุนการพัฒนา

ระบบนิเวศครบวงจร Medical AI  ดึงทุนต่างประเทศโอกาสสร้างรายได้ของไทย

เสนอThai AI Inside: Medical AI Offset Policy

2. เสนอแนวคิด Thai AI Inside: Medical AI Offset Policy  มีองค์ประกอบ

2.1 In-bound Medical AI Offset Policy พัฒนากลไกจัดซื้อจัดจ้างเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทเครื่องมือแพทย์ต่างชาติที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการ Medical AI ไทย รวมถึงพิจารณา Economic Offset Credits หรือคะแนนสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ที่โปร่งใสและสอดคล้องกับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง

2.2 Domestic Market Access สร้างตลาดให้ Medical AI ไทย เชื่อมโยงระบบการรับรองเครื่องมือแพทย์ บัญชีนวัตกรรมไทย การประเมินเทคโนโลยีสุขภาพ (HTA) และระบบเบิกจ่ายของกองทุนสุขภาพเข้าด้วยกัน โดยพัฒนาช่องทางพิจารณาที่ชัดเจนและรวดเร็วขึ้นสำหรับ Medical AI ที่ผ่านการรับรอง มีผลการทดสอบทางคลินิก และมีหลักฐานความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข รวมถึงผลักดันให้เกิด Reimbursement Model สำหรับ Medical AI ที่เหมาะสม

2.3 Out-bound Strategic Partnership ส่งออก Medical AI เสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจระหว่างสตาร์ตอัป Medical AI ไทยกับบริษัทเครื่องมือแพทย์ระดับโลก รวมถึงส่งเสริมการบรรจุซอฟต์แวร์ของไทยเข้าไปใน Product Catalog ของผู้ผลิตต่างชาติ พร้อมกับสนับสนุนการทำ International Clinical Validation และการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ในประเทศเป้าหมาย เช่น กลุ่มประเทศ CLMV ตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ ที่มีศักยภาพ และความร่วมมือระหว่างรัฐ (G2G) เพื่อส่งออกบริการทางการแพทย์ควบคู่ไปกับ Digital Health และ Medical AI ของไทย

ลดกฎระเบียบ เปิดตลาด HealthTech อาเซียน

3. ASEAN AI FDA Portal ลดกำแพงกฎระเบียบ เพื่อเปิดตลาด HealthTech อาเซียน โดยต่อยอดจากกรอบ ASEAN Medical Device Directive (AMDD) เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการกำกับดูแลเครื่องมือแพทย์และ Medical AI ในภูมิภาคแนวทางประกอบด้วย

3.1 ASEAN Single Window & Mutual Recognition พัฒนาระบบการยื่นเอกสารและข้อมูลการรับรอง Medical AI ร่วมกันในระดับอาเซียน และส่งเสริมข้อตกลงการยอมรับผลการประเมินหรือการทดสอบบางส่วนระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล (Mutual Recognition Arrangement: MRA)

3.2 ASEAN Clinical Data Sandbox พัฒนาเครือข่ายข้อมูลและโรงพยาบาลสำหรับการทดสอบ Medical AI ร่วมกันในอาเซียน จะช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถทดสอบความแม่นยำและความปลอดภัยของ AI กับประชากรที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมสร้างหลักฐานทางคลินิกที่หน่วยงานกำกับดูแลของประเทศสมาชิกสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาได้

3.3 ASEAN Health Benefit & Market Access Cooperation เสนอให้ประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านประสิทธิผล ความคุ้มค่า และประสบการณ์การใช้งาน Medical AI ในระบบบริการสุขภาพ ช่วยสร้างโอกาสให้ HealthTech ไทยเข้าสู่ตลาดภูมิภาคได้ง่ายขึ้น และเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสุขภาพระหว่างประเทศ

ระบบนิเวศครบวงจร Medical AI  ดึงทุนต่างประเทศโอกาสสร้างรายได้ของไทย

เปลี่ยนซอฟต์แวร์เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา

4. Digital Therapeutics (DTx) เปลี่ยนซอฟต์แวร์จากเครื่องมือสนับสนุน ให้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ผลักดัน Digital Therapeutics หรือ DTx เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะเข้ามาช่วยเสริมการรักษาของแพทย์ ผ่านซอฟต์แวร์ที่มีหลักฐานทางคลินิกสนับสนุน เสนอให้ดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ 4.1 DTx Regulatory & Clinical Sandbox พัฒนากรอบกำกับดูแล DTx ให้ชัดเจน

4.2 Digital Prescription & Reimbursement พัฒนาระบบให้แพทย์สามารถสั่งจ่าย DTx ที่ผ่านการรับรองและมีหลักฐานประสิทธิผลเพียงพอ เพื่อใช้เสริมการรักษาตามข้อบ่งใช้ที่เหมาะสม พร้อมทั้งพัฒนากลไกประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ และพิจารณาบรรจุ DTx เข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช. ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และประกันสุขภาพเอกชน และ 4.3 Interoperability & Cybersecurity กำหนดมาตรฐานการเชื่อมต่อ DTx กับระบบโรงพยาบาล 

พงษ์ชัย กล่าวว่า ข้อเสนอทั้ง 4 ข้อ ไม่ได้มุ่งเพียงส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในโรงพยาบาล แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม Medical AI ไทยอย่างครบวงจรตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลและการวิจัย การทดสอบทางคลินิก การรับรองมาตรฐาน การสร้างตลาดภายในประเทศ ระบบการเบิกจ่าย ไปจนถึงการส่งออกและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

“Medical AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงเรื่องของสาธารณสุข แต่เป็นเรื่องของนโยบายอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ การส่งออก และอนาคตของประเทศไทย อยากเห็นวันที่ประเทศไทยไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงเพราะเป็น Medical Hub แต่เป็นประเทศที่โรงพยาบาลทั่วโลกเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่คิดค้นและพัฒนาโดยคนไทย”