วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘Nursing Homes Thailand’ ลุยเมกะเทรนด์ Aging Society ดูแลสูงวัยเหมือนบ้าน

แพลตฟอร์ม Nursing Homes Thailand เข้ามาแก้ปัญหาเชิงระบบ  นำร่องที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดให้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “เหมือนบ้าน”

KEY POINTS

  • ประเทศไทยเป็นหมุดหมายด้าน Silver Economy และ Wellness Hub ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
  • การทำเนอร์สซิ่งโฮมไม่ใช่แค่การสร้างที่พัก แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทุกคน ทั้งตัวเรา พ่อแม่เรา หรือใครก็ตาม สามารถใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และมีความสุขจริงๆ
  • Nursing Homes Thailand วางหมุดหมายสู่อีโคซิสเต็มบริการสุขภาพครบวงจร (Health & Wellness Ecosystem) ขยายโครงข่ายครอบคลุมหัวเมืองหลัก

ในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความต้องการศูนย์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ (Nursing Homes) ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่ามีศูนย์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องทั่วประเทศมีอยู่ราว 1,200 แห่ง แต่ไม่มีศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลและคัดกรองศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม Medical Tourism และ Expat ชาวต่างชาติที่เข้ามาผ่าตัดหรือรักษาตัวในไทยมีความต้องการสถานที่พักฟื้นและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง

ดรุณพร จิรกิจอนุสรณ์ และ ฐิติภัทร โล่สุวรรณกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) แพลตฟอร์ม Nursing Homes Thailand มองเห็นโอกาส จึงได้นำโซลูชันด้านแพลตฟอร์มเข้ามาแก้ปัญหาเชิงระบบ โดยทีมงานใช้วิธีลงพื้นที่สำรวจรวบรวมและคัดกรองศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ จัดหมวดหมู่ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Specialized Care) นำร่องที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ ดรุณพร เปิดให้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “เหมือนบ้าน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์' นวัตกรรม Hospital of Hope ดูแลสูงวัยครบวงจร

'โรคข้อเข่าเสื่อม' ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม อย่าทนเจ็บเงียบๆ

รับดีมานด์ Expat - Medical Tourism

ดรุณพร อธิบายว่า แพลตฟอร์มได้เริ่มทดสอบระบบ (Soft Launch) นำร่องในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี, ระยอง และพัทยา ซึ่งมีเนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Homes)ระดับพรีเมียมเข้าร่วมแล้วกว่า 20 แห่ง และมีเครือข่ายพาร์ตเนอร์ทั่วประเทศที่ลงนามความร่วมมือกว่า 50 แห่ง รวมถึงอยู่ระหว่างการเจรจาอีกกว่า 100 แห่ง โดยมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ในระยะถัดไป

"พื้นที่ภาคตะวันออก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากมีทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว (Expat) และผู้ป่วยกลุ่ม Medical Tourism ที่เดินทางมารับการรักษาและต้องการสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการผ่าตัด การพักฟื้นในเนอร์สซิ่งโฮม มาตรฐานช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการพักในโรงพยาบาลหลายเท่าตัว ส่งผลให้ห้องพักเดี่ยวระดับพรีเมียมในพื้นที่พัทยา มีกลุ่มลูกค้าต่างชาติเข้าพักจนเต็มขีดความสามารถในการรองรับ"

‘Nursing Homes Thailand’ ลุยเมกะเทรนด์ Aging Society ดูแลสูงวัยเหมือนบ้าน

ขยายอีโคซิสเต็ม ‘ประกันชีวิต - โรงพยาบาล’

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังเชื่อมโยงระบบนิเวศสุขภาพ ทั้งการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลพันธมิตร และการจับมือกับบริษัทประกันชีวิตชั้นนำ เช่น เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งเริ่มมีการสลักหลังกรมธรรม์ขยายความคุ้มครองครอบคลุมถึงค่าบริการในเนอสซิ่งโฮมและการดูแลแบบประคับประคอง ช่วยปลดล็อกกำลังซื้อและสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการมาตรฐานได้ง่ายขึ้น

การก้าวเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพไม่ใช่เรื่องง่าย ดรุณพร ใช้เวลาศึกษาข้อกฎหมายและเกณฑ์มาตรฐานอย่างละเอียดถึง 3 ปี เตรียมความพร้อมและก่อสร้างศูนย์อีก 2 ปี จนกระทั่งเปิดให้บริการจริง โดยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ออกแบบภายใต้แนวคิด “เหมือนบ้าน” มาตรฐานระดับการแพทย์ พร้อมทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดเข้ามาติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ

ศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism

เป้าหมายในระยะข้างหน้า ดรุณพร มองว่า Nursing Homes Thailand จะไม่หยุดอยู่แค่การเป็นไดเรกทอรีหรือแพลตฟอร์มหาห้องพัก แต่วางหมุดหมายสู่อีโคซิสเต็มบริการสุขภาพครบวงจร (Health & Wellness Ecosystem) ขยายโครงข่ายครอบคลุมหัวเมืองหลัก ขยายพื้นที่ให้บริการจากภาคตะวันออก สู่กรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ (เชียงใหม่) และภาคใต้ เพื่อรองรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ 

รวมทั้งบูรณาการร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อให้บริการแพ็กเกจฟื้นฟูสุขภาพหลังผ่าตัด (Post-Surgery Rehab) กายภาพบำบัด และโปรแกรมดูแลสุขภาพระยะยาวสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร่วมมือกับสถาบันการเงินและบริษัทประกันชีวิต (เช่น เมืองไทยประกันชีวิต) ในการขยายความคุ้มครองกรมธรรม์ให้ครอบคลุมค่าบริการเนอร์สซิ่งโฮมและการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ครอบครัว

มุ่งสู่โมเดลบริการไร้รอยต่อในระยะยาว

"วางเป้าหมายการจัดสรรโควตาห้องพักและระบบจองบริการสุขภาพมาตรฐานสูงแบบครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายด้าน Silver Economy และ Wellness Hub ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน การทำเนอร์สซิ่งโฮมไม่ใช่แค่การสร้างที่พัก แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทุกคน ทั้งตัวเรา พ่อแม่เรา หรือใครก็ตาม สามารถใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และมีความสุขจริง ๆ”

ด้าน ฐิติภัทร อธิบายเสริมเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์เข้าร่วมแพลตฟอร์มว่า จะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องใบอนุญาตที่ถูกต้องครบ 3 ด้าน (ผู้ประกอบการ, ผู้ดำเนินการ และผู้ดูแล), สัดส่วนผู้ดูแลต่อผู้ป่วยตามเกณฑ์มาตรฐาน (ขั้นต่ำ 1:5 หรือ 1:3 สำหรับกลุ่มที่ต้องการการดูแลเข้มงวด), ขนาดศูนย์ขั้นต่ำ 15 เตียงขึ้นไป, ตลอดจนความพร้อมด้านสุขอนามัยและอุปกรณ์เซฟตี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุและลดภาระทางร่างกายของทีมผู้ดูแล