“โรคข้อเข่าเสื่อม” ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม เปิดมุมมองการเคลื่อนไหว การรักษา และการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีในอนาคต
KEY POINTS
- ปี 2567 มีประชากรไทยอายุ 60 ปีขึ้นไปแตะ 14 ล้านคน และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 28-30% ในทศวรรษ 2570 ส่งผลให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วที่สุดในเอเชีย
- ผู้สูงอายุมากกว่าครึ่ง หรือ 53.8% เผชิญภาวะข้อเข่าเสื่อมที่แสดงอาการ ดันยอดผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 50,000 รายต่อปี
- ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ทั่วประเทศมีเพียงประมาณ 3,400 คน ไม่เพียงพอรองรับความซับซ้อนของผู้ป่วยสูงวัยที่มีปัญหากระดูกและกล้ามเนื้อหลายด้านพร้อมกัน
- รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์นำร่องใช้ "หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด" เพิ่มความแม่นยำและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น สะท้อนถึงโอกาสทองของตลาด Health & Wellness และการแพทย์เชิงป้องกัน
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลในปี 2567 ระบุว่า ประชากรมากกว่า 1 ใน 5 ของประเทศ หรือประมาณ 14 ล้านคน มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และคาดว่าภายในช่วงต้นถึงกลางปี 2570 สัดส่วนจะพุ่งสูงเกือบ 28–30% ส่งผลให้ไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ” และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการสูงวัยรวดเร็วที่สุดในเอเชีย เป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากสิงคโปร์
ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม แห่งโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ให้สัมภาษณ์ว่า "โรคข้อเข่าเสื่อม" กลายเป็นปัญหาสุขภาพหลักที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง จากการศึกษาภาคตัดขวางระดับประเทศในกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่า มากกว่าครึ่ง หรือ 53.8% มีภาวะข้อเข่าเสื่อมที่แสดงอาการ
นอกจากนี้ ครึ่งหนึ่งของกลุ่มดังกล่าวยังมีความเสี่ยงสูงต่อการ หกล้ม และมากกว่า 1 ใน 4 เคยมีประสบการณ์หกล้มอย่างน้อยหนึ่งครั้งในรอบปีที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ผ่าตัด 'ยืดกระดูก' เพิ่มโอกาสการใช้ชีวิต นวัตกรรมแก้เข่าโก่ง เข่าเก เพิ่มสูง
'Longevity' ไม่ใช่ 'Luxury' คนรวย เริ่มต้นที่ 'กินดี อยู่ดี นอนดี'
ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ไม่เพียงพอ
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อระบบสาธารณสุขไทย สถิติผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 15,000 ราย สู่ระดับ 23,000 ราย และเมื่อรวมสิทธิการรักษาภาครัฐอื่น ๆ รวมถึงภาคเอกชน คาดว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ารวมสูงถึง ประมาณ 50,000 รายต่อปี
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศเพียงประมาณ 3,400 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจาก ผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักมีปัญหาระบบกระดูกและกล้ามเนื้อหลายด้านซับซ้อนรุมเร้าพร้อมกัน ทำให้ภาระงานของแพทย์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับจำนวนบุคลากร
ความเชื่อผิดๆอย่าง "ทนเจ็บเงียบๆ เป็นเรื่องปกติ"
นอกเหนือจากปัจจัยด้านวัย พฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ทั้งการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง การใช้เวลาหน้าจอดิจิทัลและโซเชียลมีเดียมากขึ้น ประกอบกับภาวะน้ำหนักเกินและ โรคอ้วน กลายเป็นตัวเร่งแรงกดทับข้อต่อให้เสื่อมเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.กีรติ ย้ำมุมมองที่ต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า การมีไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงและการออกกำลังกายไม่ได้เป็นข้อห้าม หากร่างกายมีการเตรียมพร้อมที่ดี กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อที่แข็งแรงจะช่วยซับแรงกระแทกได้ ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการโหมออกกำลังกายหนักแบบฉับพลันโดยไม่มีการเตรียมพร้อม หรือออกกำลังกายในขณะที่น้ำหนักตัวเกินและกล้ามเนื้อพยุงข้อยังไม่พร้อม
นอกจากนี้ ข้อมูลการศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุ กทม. ยังสะท้อนช่องว่างทางพฤติกรรมที่น่าตกใจว่า 65% ของผู้มีภาวะข้อเข่าเสื่อมไม่เคยใช้ยาบรรเทาอาการเลย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักยอมรับอาการปวดเรื้อรังอย่างเงียบ ๆ ว่าเป็นเรื่องธรรมดาตามสังขาร ปล่อยให้โรคลุกลามจากเดิมเดินไกลได้กลายเป็นระยะสั้นลง จนสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองและกลายเป็นภาระของครอบครัว
ทางเลือกการรักษาที่ "อายุไม่ใช่ข้อจำกัด"
สำหรับสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ การต้องตั้งหลักก่อนลุกเดิน, มีเสียงดังหรือเสียดสีในข้อ, มีอาการปวดตึงซ้ำๆ, งอหรือเหยียดเข่าได้ลดลง และมีอาการบวม ซึ่งหากพักแล้วไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
แนวทางการรักษามีหลายระดับ ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัดในรายที่มีอาการรุนแรง ทั้งนี้ ศ. นพ. กีรติ ยืนยันว่า "อายุไม่ใช่ข้อจำกัดของการรักษา" โดยเคยทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าให้ผู้ป่วยที่มีอายุสูงถึง 101 ปี มาแล้ว หากได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้และมีอิสระในการใช้ชีวิตอีกครั้ง
"หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด" ยกระดับมาตรฐานการรักษา
ในมิติด้านนวัตกรรม โรงพยาบาลศิริราชและศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้นำร่องนำ เทคโนโลยี หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัย ลดความคลาดเคลื่อน ลดการกระทบเนื้อเยื่อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
เทคโนโลยียังช่วยเสริมศักยภาพให้ศัลยแพทย์รุ่นใหม่วางตำแหน่งข้อเทียมได้อย่างเที่ยงตรงแม่นยำ และในอนาคตอาจมีส่วนช่วยขยายความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ไปยังพื้นที่ขาดแคลนผ่านระบบสนับสนุนระยะไกลได้อีกด้วย
โอกาสทองของอุตสาหกรรม Health & Wellness
วิกฤตข้อเข่าเสื่อมและสังคมสูงวัย นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาด Health & Wellness ของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในส่วนของบริการเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) โภชนาการ นวัตกรรมการดูแลข้อต่อ และเทคโนโลยีการแพทย์เชิงลึก ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพองค์รวม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติอย่างยั่งยืน





