เครือ BDMS ต่อยอดโมเดลธุรกิจบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร ซึ่งผลิตภัณฑ์เรือธงตัวแรกของ GNPT คือ CAR-T Cell เจเนอเรชันที่ 2 (CAR-CD19) สำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน
KEY POINTS
- ผลิตภัณฑ์ ProtaCAR (โปรทาคาร์) ซึ่งใช้เทคโนโลยี Allogeneic CD19 CAR-T Cell Therapy โดยนำเซลล์ภูมิคุ้มกันจากผู้บริจาคมาดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดบีเซลล์ที่แสดง CD19
- BDMS มุ่งเน้นการตอบโจทย์ 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้านผู้ป่วย ,มิติด้านขีดความสามารถการแข่งขัน และมิติด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม
- ปัจจุบันโรงงานของ GNPT มีกำลังการผลิตรองรับผู้ป่วยเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 40 เคสต่อปี และสามารถขยายกำลังการผลิตสูงสุด (Maximum Capacity) ได้ถึง 200 เคสต่อปี
กลุ่ม บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ลงทุน 170 ล้าน ในบริษัท เจเนพูติก ไบโอ จำกัด (Genepeutic Bio : GNPT) ถือหุ้น 55% เป็นบริษัทย่อยของเครือ BDMS ต่อยอดโมเดลธุรกิจบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร (Closed-loop Healthcare Ecosystem) โดยใช้สถานที่ผลิต ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ปทุมธานี รองรับผู้ป่วยเริ่มต้น 40 เคสต่อปี และเตรียมขยายกำลังการผลิตสู่ 200 เคสต่อปี สู่การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองและเวชศาสตร์เชิงป้องกัน (Wellness) คาดมูลค่าระบบนิเวศการแพทย์ขั้นสูงในไทยจะขยายตัวแตะ 10,000-15,000ล้านบาทภายในปี 2573 โดยมีสัดส่วนของภาคเอกชน 4,000-6,000ล้านบาท
GNPT ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 โดยกลุ่มนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญชาวไทย เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สู่การพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยี CAR-T Cell Therapy ซึ่งเป็นการนำเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ (Tcells) มาดัดแปลงพันธุกรรมให้สามารถจดจำ และทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
Longevity Economy ดัน ‘เฮลท์เทคไทย’ สู่ศูนย์กลางสุขภาพโลก
'WellEra Bangkok' 2.9 หมื่นล้านบาท BDMS ปั้น เวลเนสคอมเพล็กซ์แห่งใหม่
CAR-T Cell รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว
ผลิตภัณฑ์ ProtaCAR (โปรทาคาร์) ซึ่งใช้เทคโนโลยี Allogeneic CD19 CAR-T Cell Therapy โดยนำเซลล์ภูมิคุ้มกันจากผู้บริจาคมาดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดบีเซลล์ที่แสดง CD19 และได้รับอนุมัติทะเบียนยาแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับผู้ป่วยอายุ 4-24 ปี เป็นผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs)มีข้อกำหนดให้ติดตามความปลอดภัยของผู้ป่วยในระยะยาว
วานนี้(19 ต.ค.) ดร.ภญ.อิทธิพร เชื้อไตรสรณ์ กรรมการบริษัท Genepeutic Bio Co., Ltd ( GNPT)และผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมทางการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเต็มส์ จำกัด หรือ N Health ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แถลงข่าวกรณีกลุ่ม BDMS ได้อนุมัติเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติมใน GNPT มูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BDMS เพิ่มขึ้นจากเดิม 19% เป็น 55% และทำให้ GNPT ก้าวเข้าสู่สถานะการเป็น “บริษัทย่อย” (Subsidiary) ของเครือ BDMS อย่างเป็นทางการ
การตัดสินใจขยายเม็ดเงินลงทุนในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเล็งเห็นว่าธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะกลุ่มยาบำบัดรักษาโรคขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products : ATMP) ซึ่งครอบคลุมทั้งเซลล์บำบัด (Cell Therapy) และยีนบำบัด (Gene Therapy) กำลังเป็นเมกะเทรนด์ทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และจะเข้ามาเติมเต็มศักยภาพการรักษาพยาบาลในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
BDMS มุ่งเน้นตอบโจทย์ 3 มิติ
การเข้าถือหุ้นใหญ่ของ BDMS มุ่งเน้นการตอบโจทย์ 3 มิติหลัก ได้แก่
- มิติด้านผู้ป่วย (Patient Access นำเทคโนโลยีเซลล์บำบัดมาเป็นทางรอดใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดมาตรฐาน หรือผู้ป่วยที่มีภาวะโรคกลับมาเป็นซ้ำ (Relapse)
- มิติด้านขีดความสามารถการแข่งขัน (Business Competitiveness) การเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ภายใต้โรงงานที่ได้รับมาตรฐานสากล
- มิติด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Financial & Revenue Synergy) สร้างความสมบูรณ์ให้แก่ห่วงโซ่คุณค่าทางการแพทย์ (Value Chain) ทั้งเครือข่ายโรงพยาบาลและบริษัทย่อยด้านห้องปฏิบัติการ (Lab Services) เสริมรายได้ระยะยาวอย่างยั่งยืน
ผลิตภัณฑ์เรือธงตัวแรกของ GNPT คือ CAR-T Cell (Chimeric Antigen Receptor T-Cell) เจเนอเรชันที่ 2 (CAR-CD19) สำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (Acute Lymphoblastic Leukemia : ALL) ซึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดที่พบบ่อยทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่
“กลไกของ CAR-T Cell เปรียบเสมือนการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของร่างกายมาติดอาวุธระดับโมเลกุลในห้องปฏิบัติการ เพื่อเปลี่ยนให้เซลล์นั้นมีความจำเพาะเจาะจงในการตรวจจับและเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ (Precision Medicine) แตกต่างจากการให้ยาเคมีบำบัดแบบเดิมที่ทำลายทั้งเซลล์ดีและเซลล์ร้าย ส่งผลให้ประสิทธิผลการรักษาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและลดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย” ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าว
เจาะ Medical Tourism อาเซียน
ปัจจุบันโรงงานของ GNPT มีกำลังการผลิตรองรับผู้ป่วยเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 40 เคสต่อปี และสามารถขยายกำลังการผลิตสูงสุด (Maximum Capacity) ได้ถึง 200 เคสต่อปี เพียงแค่การลงทุนจัดซื้อเครื่องมือเพิ่มเติมในวงเงินหลักล้านบาท
สำหรับกระบวนการให้บริการผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจประเมินของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เพื่อออกใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์การรักษาเซลล์บำบัด ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ ควบคู่ไปกับการที่สมาคมโลหิตวิทยาเด็กแห่งประเทศไทยเตรียมออกแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Practice Guideline) ในไตรมาส 1 ของปีหน้า
นอกจากนี้ กลุ่ม BDMS ซึ่งมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 30% ของพอร์ตโฟลิโอ จะทำให้ BDMS และ GNPT เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ป่วยจากนานาชาติ ทั้งอาเซียน ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้
ตั้งเป้า New S-Curve ตลาดแสนล้าน
ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าวว่า สำหรับเม็ดเงินลงทุน 170 ล้านบาท จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ยา CAR-T Cell ตัวแรกเท่านั้น แต่ยังรองรับแผนการวิจัยเพื่อขยายขอบเขตการรักษา (Indications) ไปสู่มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และมะเร็งชนิดอื่นๆ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดสำหรับกลุ่มโรคความเสื่อมตามวัยและบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness & Prevention)
ข้อมูลการศึกษาของสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ประเมินว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง (ATMP) ในประเทศไทย มีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าระบบนิเวศรวมสูงถึง 10,000-15,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 โดยเป็นสัดส่วนของภาคเอกชนราว 4,000-6,000 ล้านบาท
“การลงทุนของ BDMS ใน เจเนพูติก ไบโอ จึงไม่ใช่เพียงการมองหารายได้จากการขายยาในระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านชีวการแพทย์ขั้นสูง เพื่อความยั่งยืน (Sustainability) ทางธุรกิจ และเป็นก้าวย่างสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Medical Hub ระดับโลกอย่างแท้จริง” ดร.ภญ.อิทธิพร กล่าวทิ้งท้าย
ขยายผลสู่มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม โรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และกรรมการบริษัท Genepeutic Bio Co., Ltd กล่าวว่าหลังจากที่ยาตัวแรกผ่านการรับรองจาก อย. แล้ว สเต็ปต่อไปคือการขยายขอบเขตข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ (Indications) สู่การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และมะเร็งชนิดอื่นๆ ที่จะทยอยพัฒนาตามมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากประโยชน์ที่จะตกอยู่กับผู้ป่วยคนไทยแล้ว นวัตกรรมนี้ยังสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ด้านการเป็น ศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub) ในระดับภูมิภาค การมีฐานการผลิตยามาตรฐานสากลในประเทศไทย จึงสร้างความพร้อมในการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งจากกลุ่มประเทศอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ให้เดินทางเข้ามารับการรักษาในไทย
ทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป BDMS และ GNPT จะเน้นการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตภายใต้มาตรฐานสากล การตรวจวินิจฉัยและติดตามผล ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ในเครือข่ายโรงพยาบาล BDMS เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ขณะเดียวกันยังมีโอกาสศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ CAR-T สำหรับโรคมะเร็งชนิดอื่น รวมถึงเทคโนโลยี Cell & Tissue Therapy และการขยายความร่วมมือด้านการแพทย์ขั้นสูงในระดับภูมิภาค
“BDMS เชื่อว่าการพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคต จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้บริการรักษาพยาบาล แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเข้าถึงพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย การลงทุนใน GNPT จึงเป็นการวางรากฐานระยะยาวเพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้ป่วย สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์ไทย และเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ขั้นสูงของภูมิภาค” พญ.สุรางคณา กล่าวทิ้งท้าย





