ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้ชีวิตคนเรามีอายุยืนยาวขึ้น ซึ่งคำถามสำคัญที่ท้าทายการใช้ชีวิตจึงไม่ใช่แค่เราจะอยู่ได้ “นาน” แค่ไหน แต่เราจะอยู่อย่าง “มีคุณภาพ” ได้อย่างไร?
สถิติระบุชัดเจนว่าคนเรามักใช้เวลา 10 ปีสุดท้ายของชีวิตวนเวียนอยู่กับความเจ็บป่วยและการพึ่งพาระบบรักษาพยาบาล สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวิกฤตเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขอายุขัยที่เพิ่มขึ้น จนมาสู่การเกิดของ “WellEra Bangkok” โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem มูลค่ากว่า 2.9 หมื่นล้านบาทจาก BDMS ที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นเพียงที่พักอาศัยระดับ Ultra-Luxury ใจกลางเมือง แต่เป็น “ระบบนิเวศแห่งชีวิต” ที่พยายามช่วยลดช่องว่างของการใช้ชีวิต เพื่อเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสถานที่ทรงพลังในการยืดช่วงเวลาแห่งความสุขให้ยาวนานอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แถลงข่าวเปิดตัว “WellEra (เวล-เอ-ร่า)” โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem บนพื้นที่ทำเลศักยภาพใจกลางย่านลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” ซึ่งโครงการ WellEra ถือเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthcare และ Scientific Wellness สู่การสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ชงรัฐตั้ง 'บอร์ด Wellness แห่งชาติ’ ให้ทุนงานวิจัยพัฒนาเป็นนวัตกรรม
‘เส้นไข่ขาว’ นิ่มนิ่ม นวัตกรรมอาหาร ดูแลผู้ป่วย งานวิจัยสู่ตลาดโลก
ลงทุน2.9 หมื่นล้านบาท สร้าง“WellEra”
พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS กล่าวว่าBDMS กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการทางการแพทย์ ไปสู่การเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตของการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดีในระยะยาว โดยมองว่าปัจจัยกำหนดสุขภาพไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาล แต่อยู่ในทุกมิติของการดำเนินชีวิต WellEra จึงมุ่งสร้างระบบนิเวศที่ทำให้สุขภาพที่ดีเป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นจริงได้ทุกวัน (Everyday Wellness)
“งบลงทุน 2.9 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งส่วนของค่าเช่าที่ดินในทำเลศักยภาพย่านลุมพินี งานโครงสร้างอาคาร การจัดตั้งคลินิก พื้นที่พักฟื้น (Retreat) รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยมุ่งเน้นไปที่แนวคิด เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare) เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเป้าหมายหลักคือการเพิ่มช่วงชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี (Healthspan)”
BDMSเชื่อมั่นว่า โครงการ WellEra สะท้อนถึงพัฒนาการครั้งสำคัญในการก้าวจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมออกแบบอนาคตของการใช้ชีวิตให้กับผู้คนในระยะยาว ภายใต้รากฐานความเชื่อที่ว่าปัจจัยที่กำหนดสุขภาพของผู้คนจะไม่ได้อยู่เพียงในระบบการรักษาพยาบาล หากแต่อยู่ในทุกองค์ประกอบของการดำเนินชีวิต พร้อมกันนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยบนเวทีโลกในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
เมื่ออายุยืน ไม่เท่ากับ “อยู่อย่างมีความสุข”
โครงการ WellEra ทาง BDMS ได้ผนึกกำลังกับกลุ่ม Capella แบรนด์ Luxury Hospitality ระดับโลก เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการและการอยู่อาศัยที่เหนือระดับ โดยมุ่งหวังให้ WellEra เป็นต้นแบบของโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการที่หลอมรวมองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีและการออกแบบระดับสากล
นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเรากำลังเผชิญกับความจริงที่ว่า "Lifespan" (อายุขัย) กับ "Healthspan" (ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี) นั้นเดินไม่ขนานกัน ซึ่งค่าเฉลี่ยอายุขัยของมนุษย์ทั่วโลกอยู่ที่ 71.4 ปี แต่กลับมีช่วงที่สุขภาพดีจริงเพียง 61.9 ปี สำหรับคนไทยเมีอายุขัยเฉลี่ย 75.3 ปี แต่มี Healthspan เพียง 65.8 ปี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดการขยับจาก “Reactive Healthcare” (การรักษาเมื่อป่วย) ไปสู่ “Proactive Healthcare” (การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน) เพื่อหยุดยั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ก่อนที่มันจะพราก 10 ปีสุดท้ายไปจากชีวิต
“พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบตัว มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพไม่แพ้พันธุกรรม ส่งผลให้แนวคิดด้านสุขภาพของโลกเปลี่ยนผ่านสู่การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Proactive Healthcare) และ Scientific Wellness ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี”
วิทยาศาสตร์ออกแบบระดับ WELL Platinum
ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพโลก ด้วยมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เติบโตถึง 36.4% และที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate) ขยายตัวกว่า 22.9% แสดงให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกไม่ได้มองหาการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหาระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว
“WellEra จะเป็นต้นแบบของโครงการสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการพาประเทศไทยไปสู่การเป็นเมืองสุขภาพ (Wellness City) และเป้าหมายสูงสุดคือ ประเทศสุขภาพดี หรือ Wellness Country ได้ในที่สุด”
นพ.ตนุพล กล่าวต่อไปว่าผู้คนจะเลือกที่อยู่อาศัยหรือบ้านจากศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ โดยจากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการบุกเบิกด้าน Preventive Medicine และ Scientific Wellness รวมถึงการดูแลผู้รับบริการที่ผ่านมา BDMS Wellness Clinic ได้นำองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ
กลยุทธ์ ‘BDMS Wellness Clinic 6S+ Strategy : The Science of Living Well’ ซึ่งต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามหลัก Scientific Wellness และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ผ่าน 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span ซึ่งเป็นรากฐานในการออกแบบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาวะ ตั้งแต่การนอนหลับ การดูแลสุขภาพกายและใจ การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิต การสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการมีอายุยืนอย่างแข็งแรงและมีสุขภาวะที่ดี
สร้างบ้านให้กลายเป็นเครื่องมือแพทย์
เมื่อมนุษย์ใช้เวลาถึง 90% ของชีวิตอยู่ภายในอาคาร WellEra จึงเปลี่ยนแนวคิดการสร้างบ้านให้กลายเป็น “เครื่องมือแพทย์” ผ่านนวัตกรรม 6S+ Surrounding ที่ลงลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิคระดับมาตรฐานสถานพยาบาล เพื่อปกป้องผู้อยู่อาศัยในทุกลมหายใจ
- อากาศ (Air): ติดตั้งระบบกรองอากาศมาตรฐาน MERV-14 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) สามารถกรอง PM 2.5 ได้ถึง 95% พร้อมระบบฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อรา
- น้ำ (Water): ระบบกรองน้ำขั้นสูงที่จัดการ “ไมโครพลาสติก” ซึ่งงานวิจัยระบุว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (MI) และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงการกำจัดสารไตรฮาโลมีเทน (THMs) ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
- เสียง (Sound): ผนังประสิทธิภาพสูงมาตรฐาน STC-60 ลดเสียงรบกวนภายนอกได้สูงสุด 60 เดซิเบล ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้สูงอายุ เพราะการลดเสียงรบกวนในขณะนอนหลับสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ถึง 27%
- แสง (Light): การออกแบบแสงแบบ Circadian-Friendly สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต กระตุ้นการสร้างเซโรโทนินในตอนกลางวัน และส่งเสริมการหลั่งเมลาโทนินเพื่อการหลับลึก
- อุณหภูมิและความชื้น (Thermal): ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ที่ 50-65% ตามมาตรฐาน ASHRAE เพื่อลดการเจริญเติบโตของไวรัสและเชื้อรา
โรแลนด์ ฟาเซิล ประธานกลุ่มบริษัท Capella Hotel Group กล่าวว่า กลุ่ม Capella เชื่อว่าสถานที่ที่ดีที่สุดต้องเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในทุกวัน นั่นคือเหตุผลที่ WellEra สร้างความประทับใจให้กับ Capella เพราะเป็นโครงการที่นำมิติด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมาเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบการอยู่อาศัย สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม
“เราเห็นความต้องการที่อยู่อาศัยที่สนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนในชุมชน และตอบรับแนวคิดการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาวะ WellEra ได้หลอมรวมองค์ประกอบเหล่านี้ไว้ในรูปแบบที่ทั้งมีวิสัยทัศน์และสอดคล้องกับแนวโน้มของโลกในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการร่วมสร้างชุมชนที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ไปสู่คนรุ่นต่อไป”
“WellEra” ครอบคลุมบ้านที่สร้างสุขภาพ
ฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า WellEra เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของผู้ชำนาญการจากหลากหลายสาขาทั่วโลก ทั้งด้านการแพทย์ เวลเนส สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การบริการ และการพัฒนาเมือง เพื่อแปลงวิสัยทัศน์ด้านสุขภาวะให้เกิดขึ้นจริงในรูปแบบของ Future Wellness Living Ecosystem ซึ่งทุกองค์ประกอบของโครงการได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว และทำให้สุขภาวะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ
WellEra ถูกโครงสร้างขึ้นจาก 4 เสาหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมีหัวใจสำคัญคือ "Healthcare Humanware" หรือกองทัพผู้เชี่ยวชาญกว่า 15,000 คนจากเครือ BDMS ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ตัวอาคารมีชีวิต ได้แก่ WellEra Residence มีพื้นที่โครงการรวมกว่า 2 ล้าน square feet หรือกว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วย Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพที่ผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ ภายใต้แบรนด์ Capella พันธมิตรระดับโลก จำนวน 45 ชั้น 262 ยูนิต ภายใต้การบริหารของ Capella มุ่งเน้นการสร้าง "บ้านที่สร้างสุขภาพ" พร้อมระบบ Wellness Concierge
BDMS Wellness Clinic: คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกันระดับโลกที่ยกทีมแพทย์ นักโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญมาดูแลถึงที่พักอาศัย ,Urban Wellness Retreat: พื้นที่พักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ 20 ชั้น (168 ห้องพัก) สำหรับการรีเซ็ตสมดุลร่างกายและจิตใจจากความเหนื่อยล้าของสังคมเมือง ,Lifestyle Retail: พื้นที่คอมมูนิตี้ที่คัดสรรร้านค้าและบริการ (Curated Wellness) เพื่อสนับสนุนสังคมสุขภาพดี ทั้งนี้ พื้นที่โครงการได้รับการจัดสรรเพื่อรองรับการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ทั้งพื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบเพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คน
“สิ่งที่ทำให้ WellEra แตกต่างจากโครงการอื่นๆ คือ การเตรียมความพร้อมระดับ "Care by Design" เช่น ทีมพยาบาลประจำโครงการตลอด 24 ชั่วโมง, บริการนักกายภาพบำบัดรักษา Office Syndrome, จิตแพทย์เพื่อดูแลความเครียดสะสม และที่สำคัญที่สุดคือระบบ Emergency Logistics ที่รองรับทั้งรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย (Emergency Helicopter & Ambulance) ของเครือ BDMS ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด”
“WellEra” มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2573
การร่วมมือระหว่าง BDMS, Capella และ KPF (Kohn Pedersen Fox) บริษัทสถาปนิกชั้นนำจากนิวยอร์ก คือการรวมตัว เพื่อสร้างประสบการณ์ Human-Centric ซึ่ง Capella Residences Bangkok at WellEra แบรนด์เรสซิเดนซ์แห่งแรกในไทยของ Capella ที่นำแนวคิด "Adaptive Lifetime Integration" มาใช้ เช่น การออกแบบโครงสร้างที่รองรับการติดตั้งระบบออกซิเจน หรือการปรับเปลี่ยนพื้นที่สำหรับรถเข็น (Wheelchair access) ล่วงหน้า เพื่อให้บ้านพร้อมดูแลผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัยของ Longevity Journey
แนวคิด “Smile Building” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความเชื่อว่าอาคารที่ดีไม่ได้วัดจากความสวยงามหรือความสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้คนที่ใช้งานในทุกวัน ผ่านการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกปลอดภัย ความสบายใจ การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เปรียบเสมือน ‘รอยยิ้ม’ ที่ส่งต่อความรู้สึกที่ดีตั้งแต่แรกพบ
“WellEra ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ แต่เป็นระบบชีวิตรูปแบบใหม่ที่เชื่อม Healthcare, Wellness, Hospitality และ Urban Living เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมสนับสนุนบทบาทของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาวะระดับโลก”
ทั้งนี้ WellEra มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2573 ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ WellEra เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.wellerabangkok.com


