วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘รพ.วิมุต’โต 19% ครบรอบ 5 ปี ปรับบทบาทใหม่สู่รพ.เฉพาะทางแบบบูรณาการ

‘รพ.วิมุต’โต 19% ครบรอบ 5 ปี ปรับบทบาทใหม่สู่รพ.เฉพาะทางแบบบูรณาการ

“อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชน” มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซ่งในปี 2569 คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตราว 6-7%  โดยเน้นการประคองตัว  เนื่องจากในไตรมาสแรกกลุ่มธุรกิจกำลังเผชิญธุรกิจเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และการชะลอตัวของผู้ป่วยต่างชาติจากบางภูมิภาค ส่งผลให้รายได้และกำไรของหลายแห่งปรับตัวลดลง

“โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน” เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับขั้นตติยภูมิ (Tertiary Care) ที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ป่วยระดับกลางถึงระดับบน โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ทันสมัย ทีมแพทย์เฉพาะทาง และศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางกว่า 25 ศูนย์ ในทำเลที่เข้าถึงได้ง่าย ล่าสุด ได้ประกาศทิศทางธุรกิจระยะยาวในโอกาสฉลองครบรอบ 5 ปี พร้อมเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโต 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

วิมุต ผุด 'Health Partner' เจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

ชวนคนไทยวัดค่าความดัน ลดโรค ลดสูญเสียเศรษฐกิจ 1.6 ล้านล้านบาท

ช่วงเปลี่ยนผ่าน“ธุรกิจรพ.เอกชน”

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่าผู้เล่นที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือผู้เล่นที่เลือกแนวทาง Selective Growth หรือเลือกตลาดโต โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีจุดแข็งในบริการเฉพาะด้าน ที่วางทิศทางธุรกิจชัดเจน จนสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้อย่างเห็นได้ชัด

“ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการแข่งขันด้านจำนวนสาขา สู่การแข่งขันด้านความชำนาญและผลลัพธ์การรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก"นพ.นิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569  รพ.วิมุต พหลโยธิน ทำรายได้ 337 ล้านบาท เติบโต 19% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ 283 ล้านบาท  ในขณะที่ปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,213 ล้านบาทในปี 2567 เติบโต 7% โดยรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) อยู่ที่ 711 ล้านบาท และรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ที่ 591 ล้านบาท โดยไตรมาส 4 ปี 2568 ถือเป็นไตรมาสที่ทำรายได้โดดเด่น ด้วยรายได้รวม 376 ล้านบาท จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 1,500 ล้านบาท คาดเติบโต 15% จากปีก่อนหน้า

‘รพ.วิมุต’โต 19% ครบรอบ 5 ปี ปรับบทบาทใหม่สู่รพ.เฉพาะทางแบบบูรณาการ

ชูกลยุทธ์ 3E อัพขีดความสามารถ

“ปัจจัยกำหนดขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลในอนาคต คือ การสร้างผลลัพธ์ทางการรักษาควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพ ความสะดวก ความต่อเนื่อง และความคุ้มค่าในระยะยาว” นพ.นิพัฒน์ กล่าว

นพ.นิพัฒน์ กล่าวต่อว่า โอกาสครบรอบ 5 ปีนี้ รพ.วิมุต จะเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้กลยุทธ์ 3E พร้อมมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.การขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตลาดเมียนมาและเอเชียใต้ที่เติบโตสูงถึง 141% และ 70% ตามลำดับ 2. การขยายฐานลูกค้ากลุ่มประกันภัยที่เติบโต 8% และลูกค้าองค์กรที่เติบโต 12% และ3.การยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านโดยเฉพาะบริการสุขภาพผู้หญิงที่เติบโต 12%

กลยุทธ์ 3E ประกอบด้วยสามแกนหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

แกนแรก “Expertise” คือ การยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งสุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ สูตินรีเวช สุขภาพเต้านม และระบบทางเดินอาหารและตับ

แกนที่สอง “Experience” คือการยกระดับสู่การให้บริการแบบ "Integrated Healthcare" ผ่านการออกแบบเส้นทางการรักษาที่เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยมี ViMUT Application และแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง

และแกนสุดท้าย “Expansion” ขยายการเติบโตผ่านการสร้างระบบสุขภาพโดยมุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กรและกลุ่มประกันในรัศมี 35 กิโลเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่พหลโยธิน รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีฐานลูกบ้านกว่า 270,000 ครัวเรือน เพื่อเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

‘รพ.วิมุต’โต 19% ครบรอบ 5 ปี ปรับบทบาทใหม่สู่รพ.เฉพาะทางแบบบูรณาการ

ก้าวสู่"Integrated Specialty Hospital”

ในโอกาสครบรอบ 5 ปี “โรงพยาบาลวิมุต” จะทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่ "Integrated Specialty Hospital" หรือ โรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล ที่เชื่อว่า การรักษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนป่วย แต่ต้องเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต

นอกจากนั้น ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองสุขภาพเป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดโรค ดังนั้นแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงรุกเพื่อบริหารค่าใช้จ่าย จึงกลายเป็นหัวใจของระบบสุขภาพยุคใหม่

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่าปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญกับโรคซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด การพักผ่อนน้อย มลภาวะ รวมถึงภาวะสังคมสูงวัย หลายโรคเกิดเร็วและรุนแรงขึ้น และที่น่ากังวลคือหลายโรคไม่ได้เกิดแบบเฉียบพลัน แต่ค่อย ๆ สะสมโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เมื่อมีอาการมักอยู่ในระยะที่ซับซ้อนแล้ว

‘รพ.วิมุต’โต 19% ครบรอบ 5 ปี ปรับบทบาทใหม่สู่รพ.เฉพาะทางแบบบูรณาการ

5 โรคหลักกระทบคุณภาพชีวิตคนไทย

จากการดูแลผู้ป่วยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า 5 กลุ่มโรคหลักที่กระทบคุณภาพชีวิตคนไทยมากที่สุด ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินอาหารและตับ และสุขภาพผู้หญิง ทั้งสูตินรีเวชและสุขภาพเต้านม  ซึ่งล้วนมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงาน และมักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยรายเดียวกัน โรงพยาบาลจึงเร่งปรับองค์กรสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital ที่เชื่อมโยงการดูแลโรคซับซ้อนด้วยความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของแพทย์

"หัวใจสำคัญของการเป็น Specialty Hospital คือโมเดล Multidisciplinary Care หรือการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพราะโรคบางโรคเชื่อมโยงกัน เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากมักมีภาวะเบาหวาน ความดัน หรือโรคไตร่วมด้วย หากรักษาเฉพาะอาการใดอาการหนึ่ง อาจรักษาได้ไม่ยั่งยืน รพ.วิมุต ให้ความสำคัญกับการวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์หลายสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับภาวะของแต่ละราย”นพ.สุวาณิช กล่าว

‘รพ.วิมุต’โต 19% ครบรอบ 5 ปี ปรับบทบาทใหม่สู่รพ.เฉพาะทางแบบบูรณาการ