“มะเร็งถุงน้ำดี” แม้จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่กลับเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงชนิดหนึ่งในช่องท้อง
KEY POINTS
- "มะเร็งถุงน้ำดี" แม้จะไม่ได้พบบ่อย เนื่องจากเป็นโรคที่แทบจะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น มีอาการไม่ชัดเจน แน่นท้อง ปวดชายโครงขวา แต่หากพบในระยะสุดท้ายมีอัตราการรอดต่ำ
- กลุ่มเสี่ยงมะเร็งถุงน้ำดี ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสู
งเป็นประจำ เช่น อาหารปิ้งย่าง บุฟเฟต์ หรือเครื่องดื่มหวานมัน - การป้องกันยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมี
อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพและอัลตราซาวด์ช่ องท้องหากมีอาการที่เข้าได้หรื อสงสัยมีความผิดปกติ
ด้วยลักษณะของโรคที่แทบไม่
“มะเร็งถุงน้ำดี” แม้จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่กลับเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงชนิดหนึ่งในช่องท้องในแต่ละปี พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 850 รายต่อปี แต่มีความน่ากลัวสูง เนื่องจากมักตรวจเจอในระยะลุกลาม เพราะอาการไม่ชัดเจนคล้ายโรคทั่วไป เช่น แน่นท้อง ปวดชายโครงขวา มักพบในผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป และหากพบในระยะสุดท้ายจะมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ
ด้วยอาการส่วนใหญ่เกิดจากภาวะที่ไม่รุนแรงและมักดีขึ้นได้เอง แต่หากอาการดังกล่าว เป็นอยู่นานกว่าปกติ การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและได้รับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยถุงน้ำดีเป็นอวัยวะขนาดเล็กที่อยู่ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีเพื่อช่วยในการย่อยไขมัน มะเร็งถุงน้ำดีเกิดจากการเปลี่ยนแปลงผิดปกติของเซลล์ผนังถุงน้ำดีจนเกิดการเจริญเติบโตที่ควบคุมไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'5 เทรนด์สุขภาพเด่นปี 2026' ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ ปรับตัวให้พร้อม!
ทัน 'โรคไตเรื้อรัง' ก่อนสาย: ตรวจคัดกรอง เช็คสัญญาณเตือนด้วยตนเอง
"มะเร็งถุงน้ำดี" พบไม่บ่อย แต่ตายสูง
คอลัมน์ “สุขภาพดี รู้ก่อน ป้องกันได้” ตอนที่ 4 ของสัปดาห์นี้ จะนำเสนอเกี่ยวกับ “มะเร็งถุงน้ำดี” โดยมี ผศ.นพ.ปณต สายน้ำทิพย์ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ถุงน้ำดี” เป็นอวัยวะขนาดเล็กบริเวณใต้ตับ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำดีเพื่อช่
“มะเร็งถุงน้ำดี” เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่
ผศ.นพ.ปณต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในระยะเริ่มต้น มะเร็งถุงน้ำดีมักไม่
กลุ่มเสี่ยงวัย 40+ ตรวจอัลตราซาวด์ปีละครั้ง
เมื่อโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือ 4 ก้อนมะเร็งอาจโตจนไปอุดตันท่อน้ำ
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้
าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสู งเป็นประจำ เช่น อาหารปิ้งย่าง บุฟเฟต์ หรือเครื่องดื่มหวานมัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้ นการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี
ผศ.นพ.ปณต ให้ข้อมูลปิดท้ายว่า การรักษาในระยะต้นคือการผ่าตั
อย่างไรก็ตาม การป้องกันยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมี
ท่ามกลางโรคมะเร็งหลากหลายชนิ
สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกั





