วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ทัน 'โรคไตเรื้อรัง' ก่อนสาย: ตรวจคัดกรอง เช็คสัญญาณเตือนด้วยตนเอง

ทัน 'โรคไตเรื้อรัง' ก่อนสาย: ตรวจคัดกรอง เช็คสัญญาณเตือนด้วยตนเอง

สถานการณ์โรคไตเรื้อรังในประเทศไทยปี 2568 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสูงกว่า 1.12 ล้านคน คาดการณ์ว่าผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายประมาณ 80,000 คน และมีแนวโน้มผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะในภาคอีสานที่พบอัตราผู้ป่วยสูงที่สุด ทั่วโลกมีผู้ป่วยรวมกว่า 850 ล้านคน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งคัดกรอง

คอลัมน์ “สุขภาพดี รู้ก่อน ป้องกันได้” ตอนที่ 2  จะเล่าเรื่อง “โรคไตเรื้อรัง” โดย “นพ.ปรัชญา  พุมอุทัยวิรัตน์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคไต งานอายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายว่าในระยะแรกที่ไตเริ่มเสื่อมสภาพ ร่างกายมักไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ที่ชัดเจนกว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ เช่น บวม เหนื่อยง่าย หรือปัสสาวะผิดปกติ โรคมักดำเนินไปสู่ระยะรุนแรงที่ยากต่อการรักษาให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และอาจนำไปสู่ภาวะไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องเข้ารับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือดหรือปลูกถ่ายไตในที่สุด

 "การตรวจคัดกรอง" จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการค้นหาโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีอาการ เพื่อชะลอการเสื่อมของไตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน บทความนี้จะนำเสนอความรู้เกี่ยวกับการคัดกรองโรคไตเรื้อรัง และทางเลือกใหม่ในการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองที่ประชาชนควรรู้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

กระดูกสันหลัง ไม่แก่ก็เสี่ยง ‘MIS’ นอนโรงพยาบาลคืนเดียว กลับบ้านได้

'5 เทรนด์สุขภาพเด่นปี 2026' ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ ปรับตัวให้พร้อม!

ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?

แม้ว่าโรคไตเรื้อรังอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีประชากรบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ และควรได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นสองสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยที่สุด
  2. ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากอวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพตามวัย
  3. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต พันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคไตบางชนิด เช่น โรคไตถุงน้ำ
  4. ผู้ที่ได้รับยาหรือสารเคมีบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือสมุนไพรบางชนิดที่ส่งผลต่อการทำงานของไต
  5. ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือโรคอ้วน

วิธีการตรวจคัดกรองโรคไตในปัจจุบัน

ในการตรวจสุขภาพประจำปี หรือเมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะประเมินการทำงานของไตผ่าน 2 วิธีหลักประกอบกัน คือ

  1. การตรวจเลือด (Blood Test) เพื่อวัดระดับครีเอตินิน (Creatinine) ซึ่งเป็นของเสียในเลือด และนำมาคำนวณหาค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) เพื่อประเมินว่าไตยังสามารถขับของเสียได้กี่เปอร์เซ็นต์
  2. การตรวจปัสสาวะ (Urine Test) เพื่อหาความผิดปกติ เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และที่สำคัญที่สุดคือการหา "โปรตีน" หรือ "ไข่ขาว" ที่รั่วออกมาในปัสสาวะ

ทัน 'โรคไตเรื้อรัง' ก่อนสาย: ตรวจคัดกรอง เช็คสัญญาณเตือนด้วยตนเอง

สัญญาณเตือนแรกเริ่ม: โปรตีนไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ (Albuminuria)

หนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าไตเริ่มมีการบาดเจ็บเสียหายในระยะแรกสุด คือการพบ "อัลบูมิน" (Albumin) หรือโปรตีนไข่ขาวรั่วออกมาปนในปัสสาวะ ในภาวะปกติ ไตที่มีสุขภาพดีจะมีหน่วยกรองที่ทำหน้าที่เสมือนตะแกรงที่ละเอียดมาก คอยกั้นไม่ให้โปรตีนที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ เช่น อัลบูมิน หลุดรอดออกมาสู่ปัสสาวะ แต่เมื่อหน่วยกรองของไตเริ่มเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง รูของตะแกรงนี้จะกว้างขึ้น ทำให้โปรตีนอัลบูมินรั่วซึมออกมาได้ การตรวจพบอัลบูมินในปัสสาวะจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่ไว (Sensitive marker) ต่อการเริ่มเสื่อมของไต

ใช้ชุดตรวจโปรตีนไข่ขาวรั่วในปัสสาวะด้วยตนเอง (Self-Screening Kits)

ในปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้มีการพัฒนาชุดตรวจคัดกรองโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะเบื้องต้นที่ประชาชนสามารถใช้งานได้เองที่บ้าน (Home Use Test Kits) ซึ่งเป็นเครื่องมือเสริมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง

ประโยชน์ของชุดตรวจด้วยตนเอง

  • เข้าถึงง่ายและสะดวก ช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจสอบสุขภาพไตเบื้องต้นได้บ่อยขึ้น โดยไม่ต้องรอรอบการตรวจสุขภาพประจำปี
  • ทราบผลรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นแถบตรวจ (Dipstick) ที่จุ่มลงในปัสสาวะและอ่านค่าสีที่เปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่นาที
  • เพิ่มความตระหนักรู้ ทำให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพไตของตนเองมากขึ้น

ทัน 'โรคไตเรื้อรัง' ก่อนสาย: ตรวจคัดกรอง เช็คสัญญาณเตือนด้วยตนเอง

ข้อควรระวังและการแปลผล

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องเข้าใจคือ "ชุดตรวจนี้เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค"

  • หากผลตรวจเป็นลบ (ปกติ) ไม่ได้การันตีว่าไม่มีโรคไต 100% แต่มีความเสี่ยงต่ำในขณะนั้น ควรดูแลสุขภาพต่อไป
  • หากผลตรวจเป็นบวก (พบโปรตีนรั่ว) ยังไม่ต้องตื่นตระหนก การพบโปรตีนในปัสสาวะอาจเกิดจากสาเหตุอื่นชั่วคราวได้ เช่น การออกกำลังกายหนัก มีไข้ หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • สิ่งที่ต้องทำเมื่อผลเป็นบวก คือการ ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาล เพื่อทำการตรวจยืนยันผลด้วยวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการที่ละเอียดแม่นยำกว่า และหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาไตให้แข็งแรงคือการลงทุนทางสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเค็ม คุมเบาหวานและความดันโลหิตให้ดี คือหัวใจสำคัญ และสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การใช้เทคโนโลยีชุดตรวจโปรตีนไข่ขาวในปัสสาวะด้วยตนเอง ถือเป็น "สัญญาณกันขโมย" ที่ช่วยเตือนให้เรารู้ตัวก่อนที่ภัยเงียบจะลุกลาม อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ทำร้ายไตของคุณ เริ่มต้นตรวจคัดกรองตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว