สถานการณ์โรคไตเรื้อรังในประเทศไทยปี 2568 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสูงกว่า 1.12 ล้านคน คาดการณ์ว่าผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายประมาณ 80,000 คน และมีแนวโน้มผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะในภาคอีสานที่พบอัตราผู้ป่วยสูงที่สุด ทั่วโลกมีผู้ป่วยรวมกว่า 850 ล้านคน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งคัดกรอง
คอลัมน์ “สุขภาพดี รู้ก่อน ป้องกันได้” ตอนที่ 2 จะเล่าเรื่อง “โรคไตเรื้อรัง” โดย “นพ.ปรัชญา พุมอุทัยวิรัตน์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โรคไต งานอายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายว่าในระยะแรกที่ไตเริ่มเสื่อมสภาพ ร่างกายมักไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ที่ชัดเจนกว่าผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ เช่น บวม เหนื่อยง่าย หรือปัสสาวะผิดปกติ โรคมักดำเนินไปสู่ระยะรุนแรงที่ยากต่อการรักษาให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และอาจนำไปสู่ภาวะไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องเข้ารับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือดหรือปลูกถ่ายไตในที่สุด
"การตรวจคัดกรอง" จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการค้นหาโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีอาการ เพื่อชะลอการเสื่อมของไตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน บทความนี้จะนำเสนอความรู้เกี่ยวกับการคัดกรองโรคไตเรื้อรัง และทางเลือกใหม่ในการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองที่ประชาชนควรรู้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
กระดูกสันหลัง ไม่แก่ก็เสี่ยง ‘MIS’ นอนโรงพยาบาลคืนเดียว กลับบ้านได้
'5 เทรนด์สุขภาพเด่นปี 2026' ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ ปรับตัวให้พร้อม!
ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?
แม้ว่าโรคไตเรื้อรังอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีประชากรบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ และควรได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นสองสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยที่สุด
- ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากอวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพตามวัย
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต พันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคไตบางชนิด เช่น โรคไตถุงน้ำ
- ผู้ที่ได้รับยาหรือสารเคมีบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือสมุนไพรบางชนิดที่ส่งผลต่อการทำงานของไต
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือโรคอ้วน
วิธีการตรวจคัดกรองโรคไตในปัจจุบัน
ในการตรวจสุขภาพประจำปี หรือเมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะประเมินการทำงานของไตผ่าน 2 วิธีหลักประกอบกัน คือ
- การตรวจเลือด (Blood Test) เพื่อวัดระดับครีเอตินิน (Creatinine) ซึ่งเป็นของเสียในเลือด และนำมาคำนวณหาค่าอัตราการกรองของไต (eGFR) เพื่อประเมินว่าไตยังสามารถขับของเสียได้กี่เปอร์เซ็นต์
- การตรวจปัสสาวะ (Urine Test) เพื่อหาความผิดปกติ เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และที่สำคัญที่สุดคือการหา "โปรตีน" หรือ "ไข่ขาว" ที่รั่วออกมาในปัสสาวะ
สัญญาณเตือนแรกเริ่ม: โปรตีนไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ (Albuminuria)
หนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าไตเริ่มมีการบาดเจ็บเสียหายในระยะแรกสุด คือการพบ "อัลบูมิน" (Albumin) หรือโปรตีนไข่ขาวรั่วออกมาปนในปัสสาวะ ในภาวะปกติ ไตที่มีสุขภาพดีจะมีหน่วยกรองที่ทำหน้าที่เสมือนตะแกรงที่ละเอียดมาก คอยกั้นไม่ให้โปรตีนที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ เช่น อัลบูมิน หลุดรอดออกมาสู่ปัสสาวะ แต่เมื่อหน่วยกรองของไตเริ่มเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง รูของตะแกรงนี้จะกว้างขึ้น ทำให้โปรตีนอัลบูมินรั่วซึมออกมาได้ การตรวจพบอัลบูมินในปัสสาวะจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่ไว (Sensitive marker) ต่อการเริ่มเสื่อมของไต
ใช้ชุดตรวจโปรตีนไข่ขาวรั่วในปัสสาวะด้วยตนเอง (Self-Screening Kits)
ในปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้มีการพัฒนาชุดตรวจคัดกรองโปรตีนอัลบูมินในปัสสาวะเบื้องต้นที่ประชาชนสามารถใช้งานได้เองที่บ้าน (Home Use Test Kits) ซึ่งเป็นเครื่องมือเสริมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
ประโยชน์ของชุดตรวจด้วยตนเอง
- เข้าถึงง่ายและสะดวก ช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจสอบสุขภาพไตเบื้องต้นได้บ่อยขึ้น โดยไม่ต้องรอรอบการตรวจสุขภาพประจำปี
- ทราบผลรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นแถบตรวจ (Dipstick) ที่จุ่มลงในปัสสาวะและอ่านค่าสีที่เปลี่ยนแปลงได้ภายในไม่กี่นาที
- เพิ่มความตระหนักรู้ ทำให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพไตของตนเองมากขึ้น
ข้อควรระวังและการแปลผล
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องเข้าใจคือ "ชุดตรวจนี้เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค"
- หากผลตรวจเป็นลบ (ปกติ) ไม่ได้การันตีว่าไม่มีโรคไต 100% แต่มีความเสี่ยงต่ำในขณะนั้น ควรดูแลสุขภาพต่อไป
- หากผลตรวจเป็นบวก (พบโปรตีนรั่ว) ยังไม่ต้องตื่นตระหนก การพบโปรตีนในปัสสาวะอาจเกิดจากสาเหตุอื่นชั่วคราวได้ เช่น การออกกำลังกายหนัก มีไข้ หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- สิ่งที่ต้องทำเมื่อผลเป็นบวก คือการ ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาล เพื่อทำการตรวจยืนยันผลด้วยวิธีมาตรฐานในห้องปฏิบัติการที่ละเอียดแม่นยำกว่า และหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาไตให้แข็งแรงคือการลงทุนทางสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเค็ม คุมเบาหวานและความดันโลหิตให้ดี คือหัวใจสำคัญ และสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การใช้เทคโนโลยีชุดตรวจโปรตีนไข่ขาวในปัสสาวะด้วยตนเอง ถือเป็น "สัญญาณกันขโมย" ที่ช่วยเตือนให้เรารู้ตัวก่อนที่ภัยเงียบจะลุกลาม อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ทำร้ายไตของคุณ เริ่มต้นตรวจคัดกรองตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว





