พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.2568 ซึ่งมีหลายมาตราที่จะต้องมีการออกกฎหมายลูกตามมารองรับ ทั้งเรื่องสถานที่ห้ามขาย ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
8 สถานที่/บริเวณห้ามขาย-บริโภคน้ำเมา
ล่าสุด ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 8 ฉบับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2569 ประกอบด้วย
1.รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้า หรือสโมสร ,ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี ทั้งนี้ ไม่ใช่บังคับกับองค์การสุรา
2.สวนสาธารณะรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3.พื้นที่ ที่อยู่ในกำกับดูแล และใช้ประโยชน์ของราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้า หรือสโมสร ,ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี
4.พื้นที่ประกอบกิจการโรงงาน ห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ใช้บังคับกับโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกรณี ดำเนินการเป็นปกติธุระในทางการค้าของโรงงาน และการบริโภคที่เป็นขั้นตอนของการผลิตหรือรักษามาตรฐานการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5.สถานีขนส่ง ห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
6.ท่าเรือโดยสารสาธารณะ บนเรือโดยสารสาธารณะประจำทาง ห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
7.บริเวณสถานีรถไฟ หรือในขบวนรถที่อยู่บนทางรถไฟ ห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้สำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษในโถงสถานีกรุงเทพ ภายในสถานีรถไฟกรุงเทพ ที่มีการคัดกรอง และมาตรการที่จำเป็นเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ความปลอดภัยของประชาชน และการจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็ก และเยาวชนโดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสำหรับจัดกิจกรรมในครั้งนั้น
8.บนทาง หรือบนรถหรือในรถที่อยู่บนทาง ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถ
หลักเกณฑ์โฆษณาประชาสัมพันธ์ยังไม่เสร็จ
สำหรับเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมฉบับปี 2568 แม้มีการกำหนดห้ามโฆษณา แต่ก็มีการยกเว้นให้สามารถดำเนินการได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม ซึ่งขณะนี้ประกาศหลักเกณฑ์นี้ยังไม่ออกมา
นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การออกประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกี่ยวกับสถานที่ห้ามขายห้ามบริโภคทั้ง 8 ฉบับที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 พ.ค.2569 เป็นการนำเนื้อหาจากกฎหมายฉบับเดิมมาปรับปรุง โดยเปลี่ยนจากการใช้อำนาจประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นการใช้อำนาจผ่านประกาศคณะกรรมการควบคุมแทน เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่
นพ.นิพนธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนประกาศคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดหลักเกณฑ์การโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากจะต้องให้องค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดก่อนจึงจะพิจารณาเรื่องนี้ได้ เพราะตามพ.ร.บ.กำหนดให้ออกประกาศตามคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม
“หากมีการเร่งรัดออกประกาศในช่วงที่คณะกรรมการยังไม่ครบองค์ประกอบชุด อาจส่งผลให้การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนของเอกชน อาจจะไม่ได้ความชัดเจน ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นปัญหาในเชิงกระบวนการออกประกาศในภายหลัง” นพ.นิพนธ์ กล่าว
ช่วงรอยต่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ไม่ได้
นพ.นิพนธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการได้มาซึ่งคณะกรรมการให้ครบองค์ประกอบตามกำหนดนั้น นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในประกาศที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ และวิธีการคัดเลือกองค์ประกอบต่างๆ ของคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเร่งจัดทำประกาศของกรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรายละเอียดวิธีปฏิบัติ
หลังจากนั้นจึงจะสามารถก้าวไปสู่ขั้นตอนของการสรรหา และคัดเลือกกรรมการรายบุคคลให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ เมื่อคณะกรรมการมีจำนวนครบทุกภาคส่วนแล้ว จึงจะเริ่มมีการหารือเพื่อร่างรายละเอียดเกี่ยวกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลำดับถัดไป
“ช่วงที่ยังไม่มีประกาศคณะกรรมการควบคุมเรื่องหลักเกณฑ์เรื่องนี้ออกมา การโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ยังทำไม่ได้ เพราะใน พ.ร.บ.ประเด็นหลักยังกำหนดว่าห้ามโฆษณา เพียงแต่กำหนดข้อยกเว้นให้ทำได้ตามที่ประกาศกำหนดไว้ เมื่อประกาศยังไม่ออกมา จึงเท่ากับมีการควบคุมเรื่องการโฆษณาไปโดยระบบ” นพ.นิพนธ์ กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

