DPU เปิดเวที “KITCHEN STAGE HACKATHON” ประชัน 50 เมนูสุขภาพในโครงการ “ปรุงสุข” ยกระดับอุตสาหกรรม Functional Food สู่พื้นที่เศรษฐกิจใหม่
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการแข่งขันทำอาหารรอบ KITCHEN STAGE HACKATHON ในโครงการปรุงสุข เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 50 ทีมจาก 200 ทีม ร่วมรังสรรค์เมนูสุขภาพ ภายใต้เวลา 1 ชั่วโมง เพื่อเฟ้นหายอดทีม “Top 30” และ “5 จานเด่น” สำหรับขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านเมนูสุขภาพสู่สังคมและธุรกิจในวงกว้าง โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้ง 10 ท่านร่วมตัดสิน
ผลปรากฏว่า ทีมที่มีคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรกจนคว้ารางวัล "5 จานเด่น" ได้แก่ ทีม Carrot Labs, เสิร์ฟสุข, กล้วยเชื่อมใจ, มิสแกรนด์ปรุงสุข และ สุขใจได้ปรุง นอกจากนี้ ทั้ง 5 ทีมยังรวมกับทีมที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอีก 25 ทีม เป็นกลุ่ม Top 30 ซึ่งได้รับเงินรางวัลสนับสนุนทีมละ 10,000 บาท พร้อมสิทธิ์การตีพิมพ์สูตรอาหารลงในหนังสือ Cookbook ของโครงการ ได้แก่ ทีม 4 หนุ่มแอนโท, ฝรั่งขี้นก, แตงกวาสายรุ้ง, แพงดิ๊ก, อะโวคาโด้บู้สบู้ส, มะเขือเทศราชินี, Morning P, Bijin Tomato, พริกแดงแกงร้อน, Flying Angel, ตู้กับข้าว, มะเขือเทศแด๊งแดง, Wellness Cuisine, มะม่วงเบา แต่ไม่เบา, ซูกินี, มันดีต่อใจ, คะน้าฮ่องกง, ปรุงรัก ปรุงสุข, Magic miracle, แตงกวาดอง, Beta Bright Pumpkin, กล้วยหักมุข, มะเขือเทศสีดา, ทองก้อน และ Eataholic
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
DPU ลุยสร้าง 'คลินิกต้นแบบ' ปั้นนักกายภาพฯ รุ่นใหม่ สู่มืออาชีพ
สำหรับบรรยากาศการแข่งขันในรอบนี้ยังเต็มไปด้วยมิตรภาพ ความคึกคักและเข้มข้นอย่างยิ่ง โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมเยี่ยมชมและให้กำลังใจกับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งผู้เข้าแข่งขันทุกทีมต้องนำองค์ความรู้ด้านโภชนาการและเทคนิคต่าง ๆ ตลอดการอบรม 6 เดือนมาประยุกต์ใช้ในการสร้างเมนูอาหาร Functional Food ที่อุดมด้วยสารอาหารตามธรรมชาติ หรือสารอาหารเฉพาะที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาวะได้มากกว่าโภชนาการพื้นฐานทั่วไป
ภายใต้เกณฑ์การพิจารณาโครงสร้างเมนูอาหาร 6 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 2.องค์ประกอบสารอาหารและโภชนาการ 3.คุณค่าหลักของเมนู 4.การตอบโจทย์พฤติกรรมการกินอาหารสุขภาพ 5.ต้นทุนและโอกาสเชิงพาณิชย์ในการทำธุรกิจอาหารสุขภาพ และ 6.ความโดดเด่นของเมนูอาหารที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากเชฟผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ และผู้เชี่ยวชาญในวงการมาร่วมงาน
ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ขับเคลื่อนโครงการ Thailand Skill Bridge ระบุว่าอาหารไทยมีจุดเด่นเรื่องสมุนไพรและคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นเอกลักษณ์ และโครงการนี้เป็นโอกาสสำคัญในการบ่มเพาะศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถนำเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์อาหารมาแปรรูปวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็น Functional Food เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาคต
ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่าตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาของการอบรม เราได้เห็นความมุ่งมั่นและการเติบโตของผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่าน ซึ่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไม่หยุดพัฒนาอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ต้องการต่อยอดองค์ความรู้ออกสู่สังคม
โดยหลังจากนี้ ทั้ง 50 เมนูสุขภาพที่รังสรรค์ขึ้นในรอบนี้ จะถูกรวบรวมและจัดพิมพ์เป็นหนังสือ Cook Book เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ นอกจากนี้ DPU ยังมีแผนจัดกิจกรรม Chef’s Table ในอนาคตอันใกล้ เพื่อนำเมนูเด่นเหล่านี้มาเสิร์ฟจริงในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งถือเป็นการสร้างเวทีระดับมืออาชีพและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในโครงการ
ควบคู่ไปกับการแข่งขันทำอาหาร บริเวณรอบมหาวิทยาลัยยังเต็มไปด้วยความคึกคักจากการเปิดโซน “DPU ปรุงสุข MARKETPLACE” ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้เดินช็อป ชม และชิม ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาเพื่อสุขภาพตามจุดต่างๆ
“ป็อบ-กฤษดา สุขแสงดาว” ศิษย์รุ่น 1 กลุ่มแดงไลโคปีนในโครงการปรุงสุข และเจ้าของแบรนด์ “น้ำพริกแม่ราณี” บอกว่าช่วงโควิด-19 ทำให้ธุรกิจถังเก็บน้ำต้องปิดตัวลง จึงมองหาธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถทำได้ และทราบว่ามีโครงการปรุงสุข จึงตัดสินใจเข้าร่วม เพราะต้องการความรู้ด้านสุขภาพ และได้รับไอเดียในการทำผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยให้ผู้บริโภคทานผักและใยอาหารได้ง่ายขึ้นจนเกิดเป็นแบรนด์แม่ราณี
องค์ความรู้ด้านโภชนาการจากโครงการถูกนำมาใช้ให้กลายเป็นสูตรน้ำพริกเพื่อสุขภาพที่เน้นรสชาติกลมกล่อมและควบคุมปริมาณน้ำตาลสูงสุดไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานการผลิตระดับโรงงานที่มี อย. และระบบปิดผนึกที่ทันสมัย เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความสะอาดให้กับผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
“การเข้าร่วมโครงการปรุงสุข ที่ DPU จัดขึ้น ทำให้ได้สูตรน้ำพริกเพื่อสุขภาพ และสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ กล้าเปิดใจนำ AI เข้ามาช่วยยกระดับธุรกิจ ทั้งการใช้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับคุณค่าสารอาหาร วิตามิน และลักษณะของโรคต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการใช้ตั้งต้นไอเดียดีไซน์โลโก้และสติกเกอร์ฉลากสินค้า ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการออกแบบ และทำให้การทำงานร่วมกับทีมนักออกแบบรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”





