วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘บัตรทองกทม.’ 5 ปัญหา-ความขัดแย้ง  ยื่นขอเปลี่ยนยกชุด ‘อปสข.เขต 13 -CFO กทม.’

‘บัตรทองกทม.’ 5 ปัญหา-ความขัดแย้ง  ยื่นขอเปลี่ยนยกชุด ‘อปสข.เขต 13 -CFO กทม.’

บัตรทองกทม. เครือข่าย UHOSNET ชี้ 5 ปัญหาและความขัดแย้ง ยื่นถึงประธานบอร์ดสปสช. เปลี่ยนยกชุด “อปสข เขต 13 - CFO กทม.”

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการอำนวยการเครือข่ายโรงพยาบาล สถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ ยูฮอสเน็ต (UHOSNET) ทำหนังสือเรื่อง “ขอให้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพ เขตพื้นที่ 13 (อปสช เขต 13) และ คณะทำงานจัดทำข้อเสนอหลักเกณฑ์และกำกับติดตามการบริหารกองทุนเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (CFO กทม.) ชุดใหม่” 

ถึงประธานประธานบอร์ดคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแพแห่งชาติที่กำกับดูแล สปสช.เขต 13 และผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 13
ระบุว่า ด้วยเหตุที่การดำเนินงานในระบบหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่ 13 หรือ กรุงเทพมหานคร

ประสบกับปัญหาและความขัดแย้งในระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขตพื้นที่ 13 เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (CFO กทม.) ชุดปัจจุบัน กับ หน่วยบริการระดับต่างๆ ในกรงเทพมหานคร ทั้งระดับปฐมภูมิ (คลินิคชุมชนอบอุ่นและศูนย์บริการสาธาธารณสุข) ระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ (โรงพยาบาลรับส่งต่อ ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลเอกชน) ได้แก่

1. ปัญหาเงินในระบบผู้ป่วยนอกในปี 2567 ไม่เพียงพอชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น โดยขาดไปกว่า 1 พันล้านบาท เนื่องจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการของหน่วยบริการระดับปฐมภูมิเป็นโมเด็ล 5 และอปสข มีมติให้จ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลด้วย Point System ที่ร้อยละ 51 หรือลดลงครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในระบบ และยังไม่สารถแก้ไขปัญหาและข้อขัดแย้งนี้ได้จนถึงปัจจุบัน

2. ปัญหาเรื่องการนำผลการตรวจสอบผลงานการให้บริการผู้ป่วยในปี 2567 มาขยายผล หรือ extrapolation จากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 100 ซึ่งมี อปสข เพียง 2 เขตได้แก่เขต 13  และ เขต 11  โดยประธานทั้ง 2 เขตอ้างว่าเป็นมติของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ดำเนินการได้เพียงแบบเดียว คือ ต้องขยายผลเป็นร้อยละ 100 ทั้งที่คณะทำงทำงานที่ กลั่นกรองมิได้เสนอให้ขยายผลเป็นร้อยละ 100 และอีก 11 เขตที่เหลือมีมติไม่ให้ขยายผล ซึ่งแตกต่างจากมติของ เขต 13

3. เงินในกองทุน OP Refer ปี 2568 ในส่วนที่ค่ารักษาเกิน 800 บาท ที่อ้างว่าให้ดำเนินการด้วยระบบ balanced budget (หมายถึงระบบที่รายจ่ายเท่ากับเงินที่มี) แต่ในความเป็นจริง เงินในกองทุนดังกล่าวกลับมีไม่เพียงพอถึง  235 ล้านบาท

จากเงินที่ต้องชดเชยให้โรงพยาบาลรับส่งต่อที่ 1,150 ล้านบาท (กรณีคิดเฉพาะส่วนที่เกิน 800 บาท หรือ 1,950 ล้านบาท(กรณีคิดทั้งส่วนที่ไม่เกิน 800 บาท และส่วนที่เกิน 800 บาท) และบังคับให้โรงพยาบาลนังส่งต่อยอมรับการชดเชยด้วยระบบ Point system ซึ่งเท่ากับบังคับให้โรงพยาบาลรังส่งต่อลดหนี้ ทั้ง 235 ล้านบาทไปอย่างไม่ถูกต้อง

4.ประธาน CFO กทม. และ ประธาน อปสข เขต 13 สรุปในที่ประชุมในเดือนเมษายน 2569 ว่า การตัดสินมติโดยประธานการประชุมแต่เพียงผู้เดียวเป็นสิ่งที่ทำได้ ทั้งที่มติดังกล่าวมีผู้คัดค้าน และประธานมิได้จัดให้มีการออกเสียงเพื่อให้เกิดมติจากเสียงข้างมากในการประชุม ซึ่งเป็นการขัดกับระเบียบการประชุมปกติ ถือเป็นการตัดสินแบบมีอคติและขาดธรรมาภิบาล

5. องค์ประกอบของ อปสข เขต 13 และ CFO กทม. ชุดปัจจุบันมีองค์ประกอบที่มีได้มีตัวแทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากผู้ให้บริการในทุกระดับที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ แต่กลับมีตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนNGO เป็นสัดส่วนที่สูงมาก มีบุคคลที่เป็นอนุกรรมการ/คณะทำงานซ้ำกันทั้งสองชุดอยู่ถึง 7 คน
‘บัตรทองกทม.’ 5 ปัญหา-ความขัดแย้ง  ยื่นขอเปลี่ยนยกชุด ‘อปสข.เขต 13 -CFO กทม.’

บุคคลกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ไม่ต้องรับผิดชอบ (accountability) ต่อการเปลี่ยนแปลงจากมติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในแง่การชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่หน่วยบริการได้รับ, ภาระงานที่เพิ่มมากขึ้น, และการปรับเปลี่ยนระบบงานของหน่วยบริการที่ทำให้เกิดภาระต้นทุนที่สูงมากขึ้น การมีองค์ประกอบที่ไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ขาดการรับฟังเสียงรอบด้านจากภาคผู้ให้บริการที่แท้จริง ขาดธรรมาภิบาล และทำให้เกิดความขัดแย้งกระทบต่อระบบบริการสุขภาพในปัจจุบันและอนาคต

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ทางเครือข่ายโรงพยาบาลในสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) จึงขอเรียนมายังประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและผู้เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนองค์ประกอบของคณะกรรมการในอปสข เขต 13 และ คณะทำงาน CFO กทม.ชุดปัจจุบัน และแต่งตั้ง อปสข เขต 13 และ CFO กทม.ชุดใหม่

โดยยึดหลักการแยกผู้อยู่ระดับนโยบาย (เช่น กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธาธารณสุข) ออกจากระดับปฏิบัติการ (เช่น อปสข และ CFO) และพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีความรับผิดชอบ (accountability) ต่อการปฏิบัติงานที่แท้จริงเข้ามาแทน