วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2569

Login
Login

"ก้นแข็งแรง" เทรนด์ฟิตใหม่ สัญลักษณ์ของสุขภาพดีและอายุยืน

เทรนด์การออกกำลังกายกำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายวัยทำงาน ผู้บริหาร และสาย Biohacking ที่หันมาให้ความสำคัญกับการสร้าง "กล้ามเนื้อก้น" (Glutes) กันมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัยมองว่า กล้ามเนื้อก้นที่แข็งแรงเป็นรากฐานสำคัญของการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการรักษามวลกล้ามเนื้อเมื่ออายุมากขึ้น อีกทั้งยังอาจเชื่อมโยงกับสุขภาพเมตาบอลิซึมและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจว่า ทำไม "กล้ามเนื้อก้น" จึงกลายเป็นอวัยวะที่ได้รับความสนใจในแวดวงสุขภาพและ Longevity พร้อมสำรวจงานวิจัยที่อธิบายว่าทำไมการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนนี้จึงอาจเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งในระยะยาว

จากซิกซ์แพ็ก สู่ยุคของ "Glute Culture"

เทรนด์รูปร่างของผู้ชายเปลี่ยนไปตามยุค

  • ช่วงทศวรรษ 1990 ผู้ชายอยากมีซิกซ์แพ็ก
  • ช่วงปี 2000 นิยมรูปร่างนักกีฬา
  • ส่วนยุค 2010 ให้ความสำคัญกับเอวเล็กและแขนใหญ่

แต่ปัจจุบัน ผู้ชายส่วนใหญ่กลับต้องการ ต้นขาที่แข็งแรงและกล้ามเนื้อก้นที่ชัดเจน

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Glute-dominant culture" หรือวัฒนธรรมการฝึกก้นอย่างจริงจัง

"ก้นแข็งแรง" เทรนด์ฟิตใหม่ สัญลักษณ์ของสุขภาพดีและอายุยืน

"กล้ามเนื้อก้น" ฐานรากของการเคลื่อนไหวทั้งร่างกาย

กล้ามเนื้อก้น (Gluteus Maximus) เป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญในการเคลื่อนไหวแทบทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง กระโดด ลุกจากเก้าอี้ เดินขึ้นบันได รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของลำตัว และพยุงสะโพกกับกระดูกสันหลังให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแรง ร่างกายจะอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง สะโพก หรือหัวเข่าเข้ามาชดเชย ส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง การเคลื่อนไหวที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มหรือบาดเจ็บเมื่ออายุมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า กล้ามเนื้อก้นเปรียบเสมือน "ฐานราก" ของการเคลื่อนไหวทั้งร่างกาย เพราะหากกล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรง ก็จะช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในวัยสูงอายุ

งานวิจัยชี้ กล้ามเนื้อขาและก้นสัมพันธ์กับการมีอายุยืน

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันโดยตรงว่า "กล้ามเนื้อก้นใหญ่ทำให้อายุยืน" แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงล่าง เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพและการใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้น

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้ที่มีกล้ามเนื้อขาแข็งแรง และยังสามารถลุกจากเก้าอี้ เดินเร็ว หรือขึ้นบันไดได้อย่างคล่องแคล่ว มักมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรต่ำกว่า อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง ภาวะเปราะบาง (Frailty) การหกล้ม และการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง

"ก้นแข็งแรง" เทรนด์ฟิตใหม่ สัญลักษณ์ของสุขภาพดีและอายุยืน

นอกจากนี้ การฝึกเวทเทรนนิงที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อก้น ยังส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน ทั้งช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดการสูญเสียกล้ามเนื้อตามวัย (Sarcopenia) และกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การรักษาสมรรถภาพทางกาย และการคงคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด Healthy Aging และ Longevity ในปัจจุบัน

การมีสุขภาพดีระดับเซลล์

เบนิโต วิลลานูเอวา (Benito Villanueva) แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวว่า แม้การฝึกเวทเทรนนิงโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอย่าง เทสโทสเตอโรน และ โกรทฮอร์โมน ในระยะสั้น แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญมากกว่า คือผลลัพธ์ในระยะยาวที่เกิดขึ้นกับระบบเผาผลาญและการทำงานของเซลล์

เขาอธิบายว่า การฝึกกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อก้น จะช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้พลังงานได้ดีขึ้น และรักษามวลกล้ามเนื้อเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการชะลอความเสื่อมของร่างกาย

ผู้บริหารและสาย Longevity หันมาฝึกก้นและขามากขึ้น

การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อก้นได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มผู้บริหาร นักธุรกิจ และผู้ที่ใส่ใจเรื่อง Longevity ที่หันมาเข้ารับการตรวจสุขภาพเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย การประเมินมวลกล้ามเนื้อ หรือการตรวจประเมินสมรรถภาพทางกาย เพื่อค้นหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค

ปัญหาคล้ายกันที่คนวัยทำงานพบได้บ่อยคือ คือ กล้ามเนื้อช่วงล่างอ่อนแรง ซึ่งเป็นผลจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานและการใช้ชีวิตที่เคลื่อนไหวน้อย

แม้หลายคนจะปรับพฤติกรรมด้วยการใช้โต๊ะทำงานแบบยืน เดินบนลู่ระหว่างทำงาน หรือออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ผลตรวจกลับชี้ว่า สิ่งที่ควรได้รับการฟื้นฟูมากที่สุดคือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก้นและสะโพก

เทรนด์ที่สะท้อนนิยามใหม่ของ "ความฟิต"

อิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย คนดัง และนักแสดงฮอลลีวูด ทำให้การมีกล้ามเนื้อก้นที่ชัดเจนกลายเป็นภาพลักษณ์ของผู้ชายยุคใหม่ แต่เทรนด์นี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่เรื่องความความดูดี

ในโลกของสุขภาพและ Longevity กล้ามเนื้อก้นกำลังถูกมองเป็น "การลงทุน" ที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว เพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เคลื่อนไหวได้ดี และลดความเสี่ยงของการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว

 

อ้างอิง wsj