วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

แค่แปรงฟันไม่พอ! วิจัยชี้ “ไหมขัดฟัน” คือกุญแจสำคัญช่วยให้อายุยืน

"ไหมขัดฟัน" อุปกรณ์ดูแลสุขภาพชิ้นเล็กที่หลายคนมองข้าม แม้จะแปรงฟันเป็นประจำทุกวัน แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับไม่เคยใช้ไหมขัดฟัน หรือมองว่าเป็นเพียงขั้นตอนเสริมที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเริ่มชี้ให้เห็นว่า สุขภาพช่องปากอาจมีความสำคัญต่อสุขภาพของร่างกายมากกว่าที่เคยเชื่อกัน โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองเสื่อม ไปจนถึงความเสี่ยงของการเสียชีวิตในระยะยาว ทำให้การใช้ไหมขัดฟันเพียงวันละไม่กี่นาที กลายเป็นหนึ่งในพฤติกรรมสุขภาพที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญมากขึ้น

กรุงเทพธุรกิจ ชวนสำรวจว่า ทำไมอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่ในห้องน้ำแทบทุกบ้าน จึงอาจเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการดูแลสุขภาพองค์รวม และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

แปรงฟันอย่างเดียวอาจไม่พอ

หลายคนเชื่อว่าการแปรงฟันวันละ 2 ครั้งเพียงพอต่อการดูแลช่องปาก แต่ นพ. คามี ฮอสส์ (Kami Hoss) ทันตแพทย์และผู้เขียนหนังสือ If Your Mouth Could Talk ระบุว่า แปรงสีฟันสามารถทำความสะอาดพื้นผิวฟันได้เพียงประมาณ 60% เท่านั้น

นั่นหมายความว่า หากไม่ใช้ไหมขัดฟัน พื้นที่ระหว่างซี่ฟันจำนวนมากจะยังคงมีคราบแบคทีเรียสะสมอยู่ทุกวัน

ด้าน นพ. ริชาร์ด เนจัต (Richard Nejat) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปริทันต์ อธิบายว่า การใช้ไหมขัดฟันช่วยกำจัด Biofilm หรือแผ่นคราบแบคทีเรียที่เกาะตามซอกฟัน ซึ่งแปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ช่วยลดการสะสมของคราบพลัค ลดการอักเสบของเหงือก และลดความเสี่ยงโรคปริทันต์ (Periodontal Disease)

ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่งมีโรคเหงือกในระดับใดระดับหนึ่ง สะท้อนว่าโรคนี้พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด

แค่แปรงฟันไม่พอ! วิจัยชี้ “ไหมขัดฟัน” คือกุญแจสำคัญช่วยให้อายุยืน

สุขภาพช่องปาก เชื่อมโยงกับทั้งร่างกาย

เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญกับการดูแลเหงือก ไม่ใช่เพียงเพื่อป้องกันฟันผุ

บริเวณร่องระหว่างเหงือกกับฟัน (Sulcus) เป็นเนื้อเยื่อที่มีหลอดเลือดจำนวนมาก ทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย หากมีการอักเสบเรื้อรัง

เมื่อแบคทีเรียจากช่องปากเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ร่างกายจะเกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของโรคเรื้อรังหลายชนิด

งานวิจัยพบความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ สมอง และการเสียชีวิต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา งานวิจัยหลายฉบับพบความสัมพันธ์ระหว่างการดูแลช่องปากกับสุขภาพในระยะยาว ได้แก่

  • ผู้ที่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองต่ำกว่า
  • มีความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ลดลง
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานได้ดีขึ้น
  • ผู้ที่ไม่ค่อยใช้ไหมขัดฟัน มีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า

หนึ่งในการศึกษาที่ติดตามผู้สูงอายุกว่า 5,000 คน ยังพบว่า

ผู้ที่ไม่เคยใช้ไหมขัดฟันเลย มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่ใช้ไหมขัดฟันทุกวันถึงประมาณ 30%

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า ผลลัพธ์เหล่านี้เป็น ความสัมพันธ์ (Association) ไม่ใช่การพิสูจน์เหตุและผลโดยตรง แต่ความสอดคล้องของข้อมูลจากหลายงานวิจัยทำให้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าสุขภาพช่องปากเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของสุขภาพองค์รวม

แค่แปรงฟันไม่พอ! วิจัยชี้ “ไหมขัดฟัน” คือกุญแจสำคัญช่วยให้อายุยืน

แบคทีเรียในปาก อาจเดินทางไปถึงหัวใจและสมอง

หนึ่งในแบคทีเรียที่ได้รับการศึกษามากที่สุดคือ Porphyromonas gingivalis ซึ่งเป็นเชื้อสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเหงือก

นพ. เจนนิเฟอร์ ทิมมอนส์ (Jennifer Timmons) แพทย์ด้าน Longevity อธิบายว่า เชื้อชนิดนี้ถูกตรวจพบในคราบไขมันที่อุดตันหลอดเลือดของผู้ป่วยโรคหัวใจ รวมถึงมีการตรวจพบในเนื้อเยื่อสมองของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในบางงานวิจัย

หากปล่อยให้โรคเหงือกเรื้อรังดำเนินต่อไป เชื้อแบคทีเรียอาจเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นการอักเสบของหลอดเลือด ทำให้เกิดความเสียหายต่อผนังหลอดเลือด และอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองได้

แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าแบคทีเรียเหล่านี้เป็น "สาเหตุโดยตรง" แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหลักฐานที่มีอยู่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะให้ความสำคัญกับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

การอักเสบเรื้อรัง คือจุดเริ่มต้นของหลายโรค

อีกเหตุผลหนึ่งที่การใช้ไหมขัดฟันอาจเกี่ยวข้องกับอายุยืน คือการช่วยลด การอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation)

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่าการอักเสบระดับต่ำที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของโรคเรื้อรังหลายชนิด ตั้งแต่โรคหัวใจ เบาหวาน ไปจนถึงโรคสมองเสื่อม

เมื่อเหงือกอักเสบเรื้อรัง สารก่อการอักเสบจะไม่ได้อยู่เฉพาะในช่องปาก แต่สามารถส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้

นพ. ฮอสส์ ระบุว่า โรคเหงือกเรื้อรังสร้าง "ภาระการอักเสบ" ให้กับร่างกาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรคสำคัญแทบทุกกลุ่ม

ใช้ไหมขัดฟันอย่างไรให้ได้ผล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ช่วงเวลาก่อนนอน เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการใช้ไหมขัดฟัน

เนื่องจากหลังเข้านอน ช่องปากจะปิดเป็นเวลาประมาณ 6 - 8 ชั่วโมง หากกำจัดคราบแบคทีเรียก่อนนอน จะช่วยลดการสะสมของเชื้อได้ดีกว่าการใช้ในช่วงเช้า

สำหรับวิธีที่ถูกต้อง ได้แก่

  • ใช้ไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน
  • โอบไหมให้เป็นรูปตัว C รอบฟันแต่ละซี่
  • ขยับไหมขึ้น - ลงเบา ๆ ตามแนวซอกฟันและขอบเหงือก

ไหมขัดฟันแบบเส้น (String Floss) ยังทำความสะอาดใต้ขอบเหงือกได้มีประสิทธิภาพกว่าชนิดด้ามจับหรือเครื่องฉีดน้ำ แม้อุปกรณ์เหล่านั้นยังดีกว่าไม่ทำความสะอาดเลย

แม้การใช้ไหมขัดฟันจะไม่สามารถป้องกันโรคหัวใจหรือโรคอัลไซเมอร์ได้เพียงลำพัง แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากชี้ตรงกันว่า สุขภาพช่องปากมีความเชื่อมโยงกับสุขภาพของร่างกายในหลายมิติ ตั้งแต่การอักเสบเรื้อรัง ระบบหลอดเลือด ไปจนถึงการทำงานของสมอง

การใช้ไหมขัดฟันเพียงวันละไม่กี่นาที จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบของเหงือก ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในพฤติกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพในระยะยาวได้

 

อ้างอิง drkamihoss , self