วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม 2569

Login
Login

บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Longevity มากกว่าชะลอวัย คืน 'ความยั่งยืนของผิว'

บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Longevity มากกว่าชะลอวัย คืน "ความยั่งยืนของผิว" ตั้งเป้าเจาะตลาดกลุ่ม Anti-aging ที่มีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท หวังชิงส่วนแบ่งการตลาดที่ 3.5% ภายใน 3 ปี

ยุคที่นิยามของสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการ “รักษาโรค” ไปสู่ “การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ” หรือ Longevity ทั้งในกลุ่มเวชภัณฑ์ยา อาหารเสริม และสกินแคร์ โดยตลาดยาไทยมีการประเมินว่าจะเติบโตประมาณ 6-7% ต่อปีในช่วง 2025–2027 ส่วนตลาด Skincare และ Personal Care คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องประมาณ 5–7% ต่อปี จากกระแสการดูแลสุขภาพและความงามเชิงป้องกัน

ขณะที่ตลาดอาหารเสริมของไทยก็เติบโตเช่นเดียวกัน โดยมีการคาดการณ์การเติบโตเฉลี่ยประมาณ 9.6% ต่อปี ถึงปี 2033 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของ บี.กริม ฟาร์มา ในการพัฒนานวัตกรรมด้านเวชภัณฑ์ยา Skincare และ Consumer Healthcare ที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์และมาตรฐานระดับสากล

“บี.กริม ฟาร์มา” (B.GRIMM Pharma) เป็นส่วนหนึ่งของ บี.กริม กรุ๊ป ที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่สังคมไทยมานานกว่า 148 ปี ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความโอบอ้อมอารี ภายใต้วิสัยทัศน์ “นวัตกรรมสุขภาพเพื่อชีวิต ด้วยความโอบอ้อมอารี” (Compassionately Pioneering Health for All Lives)

บริษัทฯ กำหนดแนวทางกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. เพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ ในผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป 2. รักษามาตรฐานกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพตามมาตรฐานสากล และ 3. เสริมสร้างการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้วยนวัตกรรม เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนายาและผลิตภัณฑ์ ดูแลสุขภาพภายในประเทศ

รากฐานกว่าศตวรรษที่ไม่หยุดนิ่ง

คาโรลีน ลิงค์ ประธานร่วม บริษัท บี.กริม ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงจุดเริ่มต้นของ บี.กริม ฟาร์มา ว่า ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2421 ณ สยามดิสเป็นซารี่ ร้านขายยาตำรับตะวันตกแห่งแรกของประเทศ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จากวิสัยทัศน์ของชาวออสเตรียและเยอรมันที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงยาแผนตะวันตกที่มีคุณภาพเพื่อสร้างคุณูปการให้กับสังคมไทย โดย แอร์วิน มุลเลอร์ (Erwin Müller) ร่วมกับ แบร์นฮาร์ด กริม (Bernhard Grimm) เภสัชกรชาวเยอรมัน เป็นผู้ก่อตั้ง

บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Longevity มากกว่าชะลอวัย คืน 'ความยั่งยืนของผิว'

จากร้านยาที่เก่าแก่ที่สุดสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมในปัจจุบัน “บี.กริม ฟาร์มา” ยังคงยึดมั่นในปรัชญาเดิม แต่เปลี่ยนวิธีการจาก “การนำเข้าเพื่อแก้ไขการขาดแคลน” เป็น “การสร้างนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี”

ต่อมาในปี 2022 บี.กริม ฟาร์มา ได้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการรวมจุดแข็งจาก 4 บริษัทในเครือเพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการวิจัยและพัฒนา (R&D) การผลิตตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการจัดจำหน่าย (Distribution) ที่ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลและร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ

“Consumer Health” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน บี.กริม ฟาร์มา บริหารพอร์ตโฟลิโอที่มีความสมดุลและพร้อมจะดิสรัปตลาด ได้แก่

  1. Prescription Medicine คิดเป็น 90% ครอบคลุมกว่า 500 SKU ในเกือบทุกกลุ่มโรคสำคัญ เช่น จิตเวชหัวใจ สมอง และระบบทางเดินอาหาร โดยมุ่งเน้นยาสามัญ (Generic) ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ เท่าเทียมยาต้นตำรับ (Original) ในราคาที่ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงได้
  2. Consumer Health คิดเป็น 10% กลุ่มกลยุทธ์ที่กำลังได้รับการลงทุนใหม่เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ผ่าน 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ แบรนด์ EXXE' (เอ็กเซ่): แบรนด์พรีเมียมที่เน้นเรื่อง Skin Longevity และนวัตกรรมขั้นสูง, แบรนด์ Concept: ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลปัญหาฝ้าและจุดด่างดำ, แบรนด์ Clearasoft: เจาะกลุ่ม Gen Z เน้นดูแลผิวเป็นสิวง่ายและผิวแพ้ง่าย และแบรนด์ Nutrimaster: กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพจากภายใน

เราใช้โมเดล Public-Private Partnership (PPP) ร่วมกับภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมจากหิ้งสู่ห้าง และดึงศักยภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในไทยมาสร้างเป็นสารสกัดคุณภาพสูง ที่ตอบโจทย์ผิวคนเขตร้อนได้ดีที่สุด และช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้า Active Ingredients และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้กับเศรษฐกิจไทย” คาโรลีน กล่าว

บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Longevity มากกว่าชะลอวัย คืน 'ความยั่งยืนของผิว'

ผลิตภัณฑ์ Skin Longevity

คาโรลีน กล่าวอีกว่า บี.กริม ฟาร์มา กำลังสร้างนิยามใหม่ให้แบรนด์ EXXE' (เอ็กเซ่) โดยก้าวข้ามกรอบของ Anti-Aging แบบเดิมๆ ไปสู่แนวคิด Skin Longevity หรือการสร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน เพื่อตอบโจทย์แก่ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือก และมองหาผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์โดยเน้นเจาะลึกความต้องการของผิว 2 ช่วงวัย คือ กลุ่ม PRO-AGE เน้นการสร้างปราการผิว (Skin Barrier) และป้องกันสัญญาณแรกเริ่มแห่งวัย และกลุ่ม PRO-AGE+ เน้นฟื้นฟูเชิงลึกและการจัดการริ้วรอยที่ปรากฏชัด

หัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ คือการรักษาสมดุลของ Skin Microbiome หรือสมดุลของแบคทีเรียบนผิว ซึ่งเป็นเกราะป้องกันทางชีวภาพที่ช่วยให้ผิวรับมือกับมลภาวะและ PM 2.5 ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ บี.กริม ฟาร์มา โดดเด่นด้วยความเป็น Science-Based ที่ไม่ยอมลดละเรื่องความเข้มข้นของส่วนผสมเพื่อให้เห็นผลจริง

จากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ชะลอวัย

ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไลน์ PRO-AGE กล่าวว่า ทีมวิจัยได้มีการทำงานวิจัยกว่า 40 ปี และค้นพบว่าหอยทากไทยในเขตร้อนมี “พลังการฟื้นฟู” ที่เข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวหลายเท่า ซึ่งประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของหอยทากกว่า 600 สายพันธุ์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทั้งรังสี UV ที่เข้มข้นและเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้หอยทากไทยต้องผลิต “เมือก” ที่มีสารบำรุงเข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวเพื่อปกป้องตัวเอง

บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Longevity มากกว่าชะลอวัย คืน 'ความยั่งยืนของผิว'

ความร่วมมือกับทาง บี.กริม ฟาร์มา ได้มีนำสารสกัดจาก “หอยทากนวล” ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น และ “หอยทากสยาม” ที่โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมผิว มาผสานเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร เพื่อสร้างมาตรฐาน Best in Class ผลักดันให้นวัตกรรมไทยในระดับสากล

นอกจากนั้น ได้ผสมผสานเมือกหอยทากเข้ากับสารสกัดจาก “กล้วยไม้ตระกูลหวาย” (Dendrobium) ซึ่งในกล้วยไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Phenolic compounds) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สูงมาก และมีงานวิจัยรองรับว่าแอนโทไซยานินช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซม DNA ของผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะ PM 2.5 ได้

บี.กริม ฟาร์มา และทีมนักวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีปรัชญาร่วมกัน นั่นคือ Active Concentration หรือการใส่สารสำคัญในปริมาณที่เห็นผลจริงตามงานวิจัย ไม่ใช่การใส่เพียงน้อยนิดเพื่อหวังผลทางการตลาด ทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรวิธีการสกัดเมือกหอยทากจากส่วนแมนเทิล (mantle) ให้ได้ความเข้มข้นสูงสุดและปราศจากเชื้อ และมีการตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าสารทุกตัวมีความเข้มข้นในระดับที่ออกฤทธิ์จริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ระดับ World-class จากทรัพยากรไทย” ศ.ดร.อัญชลี กล่าว

ตั้งเป้าเจาะตลาด Skin Longevity

คาโรลีน กล่าวทิ้งท้ายว่า บี.กริม ฟาร์มา ตั้งเป้าเจาะตลาดกลุ่ม Anti-aging ที่มีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี โดยวางเป้าหมายชิงส่วนแบ่งการตลาดที่ 3.5% ภายใน 3 ปี ด้วยการดำเนินการ Longevity Marketing: ปรับการสื่อสารจาก “Anti-aging” สู่ “Skin Longevity” หรือการดูแลรักษาปราการผิวและสมดุลไมโครไบโอมให้แข็งแรงยาวนาน

นอกจากนั้น จะมีการขับเคลื่อน Data-Driven Consumer เพื่อตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทราบกลไกการทำงานของสารสกัด ผ่านช่องทาง Offline และ Online รวมทั้งการวางกลยุทธ์การตลาดและธุรกิจที่เชื่อมโยงทุกช่องทางเข้ากับการทำ Onground Activation ในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจในนวัตกรรม

บี.กริม ฟาร์มา ไม่ได้เพียงแค่ขายยารักษาโรคหรือครีมบำรุงผิว แต่กำลังสร้างระบบนิเวศแห่งสุขภาพที่ยั่งยืน การเปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพของไทยให้กลายเป็น “Deep Tech” ที่ทั่วโลกยอมรับ

บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Longevity มากกว่าชะลอวัย คืน 'ความยั่งยืนของผิว'