ส่อง 5 ปีย้อนหลัง ไทยนำเข้าผักผลไม้จากจีน ปีละกว่า 1,000 ล้านกก. อย.เข้มสกัดกลุ่มเสี่ยงสูง สุ่มตรวจ “พริกแห้ง-ส้ม” เจอสารตกค้างมากสุด
KEY POINTS
- ตัวเลขย้อนหลัง 5 ปี ไทยนำเข้าผักและผลไม้จากจีน ปีละกว่า 1,000 ล้านกก. มูลค่าทะลุ 3 หมื่นล้านบาท ผักปริมาณเพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่วนผลไม้ทรงตัว
- ต้นปี 2569 ผลสุ่มตรวจ 3 ด่าน เก็บตัวอย่างทั้งหมด 210 รายการ ผลักดันสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรได้ 74 รายการ เจอพริกแห้ง-ส้ม สารตกค้างมากที่สุด
- อย. ยกระดับมาตรการกักตรวจ Hold-Test-Release รู้ผลใน 24 ชม. เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูง เตรียมปรับลิสต์ “อาหารที่มีสารพิษตกค้าง”
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จีนเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าผักและผลไม้ที่สำคัญของไทย
โดยข้อมูลการนำเข้าผักและผลไม้จากจีนย้อนหลังตั้งแต่ปี 2565 ถึงปี 2569 พบว่า
- 2565 ผัก 477:35 ล้านกิโลกรัม(กก.) ผลไม้ 442.14 ล้านกิโลกรัม รวม 919.50 ล้านกิโลกรัม
- 2566 ผัก 637.40 ล้านกิโลกรัม ผลไม้ 416.87 ล้านกิโลกรัม รวม 1,054.27 ล้านกิโลกรัม
- 2567 ผัก 777.48 ล้านกิโลกรัม ผลไม้ 488.89 ล้านกิโลกรัม รวม 1,266.37 ล้านกิโลกรัม
- 2568 ผัก 864.64 ล้านกิโลกรัม ผลไม้ 445.14 ล้านกิโลกรัม รวม 1,309.77 ล้านกิโลกรัม
- 2569 ผัก 814.66 ล้านกิโลกรัม ผลไม้ 415 ล้านกิโลกรัม รวม 1,229.66 ล้านกิโลกรัม
ด้านมูลค่า ปี 2568 มีการนำเข้าผักและผลไม้จากจีนรวมประมาณ 37,985 ล้านบาทขณะที่ข้อมูลปี 2569 ตามชุดข้อมูลปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 34,519 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ปริมาณผักและผลไม้ที่เข้าสู่ระบบนำเข้ามีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลที่สามารถมุ่งตรวจไปยังสินค้าที่มีความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ต้องทำความเข้าใจว่าปริมาณการนำเข้าที่สูงในได้หมายความว่าสินค้าจากประเทศนั้นไม่ปลอดภัยมากขึ้นโดยอัตโนมัติ การกำกับดูแลของ อย. จึงใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน เช่น ชนิดสินค้า ประวัติการตรวจพบปัญหา แหล่งผลิต ผู้นำเข้า และผลการตรวจวิเคราะห์ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดระดับการเฝ้าระวัง” ภญ.สุภัทรา กล่าว
คุณภาพและมาตรฐานอาหารนำเข้าไทย
ผักและผลไม้ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 โดยผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาตนำอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร และสินค้าต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
1. มาตรฐานการผลิต โรงคัดและบรรจุภัณฑ์ ต้องมีมาตรฐานการมลิตสำหรับสถานที่คัดและบรรจุผักและผลไม้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ. 2560 เรื่อง กำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการเก็บรักษาผักหรือผลไม้สดบางชนิด และการแสดงฉลาก โดยให้มีการรับวัตถุดิบจากแหล่งที่มีการควบคุมการใช้สารเคมีให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และมีระบบทวนสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้
2. สารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง ปัจจุบันใช้ ประกาศกระทรวงสาธาธารณสุข (ฉบับที่ 460)พ.ศ. 2568 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2568
3. สารห้ามใช้ในอาหาร เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย
กลุ่มเสี่ยงสูงกักไว้ก่อน
อย.ใช้หลัก Risk-based Approach หรือการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง ไม่ได้ตรวจสินค้าทุกชนิดด้วยความเข้มข้นเท่ากัน แต่จะเพิ่มระดับการตรวจในกลุ่มที่มีข้อมูลบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงมาตรการสำคัญที่มีการยกระดับคือ Hold-Test-Release หรือ "กักไว้ก่อน - เก็บตัวอย่างตรวจ - ผ่านจึงปล่อย" และแนวคิด 1 DAAN / 1 LAB / 1 DAY มาตั้งแต่ปี 2567เพื่อให้สามารถตรวจผักผลไม้นำเข้าและทราบผลทางห้องปฏิบัติการภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับ
สินค้ากลุ่มเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะกักหรืออายัตสินค้าไว้และส่งตัวอย่างวิเคราะห์สารกำจัดศัตรูพืชตกค้างกับห้องปฏิบัติการมาตรฐาน โดยระบบที่ อย.พัฒนาขึ้นสามารถทราบผลได้ภายในประมาณ 24 ชั่วโมง เมื่อผ่านมาตรฐานจึงปล่อยสินค้าเข้าสู่ประทศ หากไม่ผ่านจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าไปจำหน่ายและดำเนินการตามกฎหมาย
“สิ่งที่อยากให้ผู้บริโภคมั่นใจคือ สำหรับสินค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เราไม่ได้ปล่อยสินค้าออกไปจำหน่ายก่อนแล้วจึงตามตรวจภายหลัง แต่จะต้องตรวจพิสูจน์ให้ผ่านมาตรฐานก่อน”
กรณีพบที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
1) ดำเนินการทางกฎหมาย ฐานเป็นอาหารผิดมาตรฐาน ฝ่าฝืนมาตรา 25(3) ปรับในไม่เกิน50,000 บาท และ/หรือ อาหารห้ามนำเข้า ฝ่าฝืนมาตรา 6/(8) จักตั้งแต่ 6 เดือนถึว 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท
2) นำข้อมูลเข้าบัญชีระบบกักกัน
3) แจ้งให้เรียกคืนสินค้า
4) แจ้งประเทศต้นทางเพื่อให้แก้ปัญหาที่ตันทาง ผ่านหน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ผลิต เช่น สถานทูตจีนประจำประเทศไทย
5) แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เฝ้าระวังสินค้าในประเทศ
พริกแห้ง-ส้ม เจอสารพิษตกค้างมากสุด
สถิติการตรวจพบสารปนเปื้อนที่ผ่านมา แยกเป็น 2 เรื่อง
กรณีสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง ในเดือนมกราคม 2569 อย. ร่วมกับกรมศุลกากรสำรวจสถานการณ์และทดลอง Border Rejection ณ ด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในด่านสำคัญของการนำเข้าผักและผลไม้ ดำเนินการโดยคัดเลือกผักและผลไม้ ที่มีความเสี่ยง เก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ และกักสินค้าไว้ที่ด่านเพื่อรอผล
จากการเก็บตัวอย่างทั้งหมด 210 รายการ สามารถผลักดันสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรได้ 74 รายการ สัดส่วนที่ตรวจเจอ สูงมากกว่า 35% โดยผัก ที่เจอสารเคมีมากสุด คือ พริกแห้ง ส่วนผลไม้ ที่ตรวจและเจอในอัตราส่วนที่สูงที่สุด คือ ส้ม
กรณีฟอร์มาลินหรือฟอร์มาลดีไฮด์ โดยเฉพาะในผักกาดขาว หลังปรากฎข่าวเกี่ยวกับการพบฟอร์มาลินในผักกาดขาวนำเข้าจากประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 อย. ตรวจสอบ ณ ด่านอาหารและยาและตลาดค้าส่ง ดังนี้
1. ด่านอาหารและยา 3 แห่ง ได้แก่ ด่านอาหารและยาเชียงแสน ด่านอาหารและยาเชียงของ และด่านอาหารและยาท่าเรือกรุงเทพ ผลการตรวจคัดกรองผักและผักกาดขาวด้วยชุดทดสอบเบื้องต้นรวม 22 ตัวอย่าง แบ่งเป็น ผักกาดขาว กวางตุ้ง ผักกาดหอมโครัลลีฟ ผักชี เซเลอรี่ ผลเบื้องต้น ไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลดีไฮด์ทั้ง 22 ตัวอย่าง
2. ตลาดค้าส่ง 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดสี่มุมเมืองและตลาดไท ผลการตรวจคัดกรองผักกาดขาวด้วยชุดทดสอบเบื้องต้นรวม 20 ตัวอย่าง แบ่งเป็น
ㆍตลาดสี่มุมเมือง 10 ตัวอย่าง ผักนำเข้า 5 และผักในประเทศ 5 ตัวอย่าง
ㆍตลาดไท 10 ตัวอย่าง ผักนำเข้า 6 และผักในประเทศ 4 ตัวอย่าง
ผลเบื้องต้น ไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลดีไฮด์ทั้ง 20 ตัวอย่าง และได้เก็บตัวอย่างเพิ่มเติมจากทั้ง 2 ตลาด รวม 4 ตัวอย่าง ส่งตรวจยืนยัน ณ ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
อีกทั้ง จากการติดตามของ EOC สถานการณ์ผักกาดขาว แช่สารฟอร์มาลินจากมลฑลเหอเป่ย เพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนชาวไทยสารฟอร์มาลินจากพืช ผัก ผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด จากการรายงานของด่านอาหารและยาทั้ง 54 แห่งยังไม่พบผักที่ปนเปื้อนฟอร์มาลินเข้ามาในประเทศไทย
เตรียมปรับลิสต์อาหารที่มีสารพิษตกค้าง
ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า ระบบอาหารมีความซับซ้อนขึ้น ทั้งจำนวนสินค้า แหล่งผลิต เส้นทางการค้า ตลอดจนชนิดของสารกำจัดศัตรูที่ที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การกำกับดูแลจึงต้องเปลี่ยนจากการ "ตรวจให้มาก" ไปสู่การ "ตรวจให้ตรงความเสี่ยงและจัดการให้ถึงต้นเหตุ”
แนวทางสำคัญในระยะต่อไปมี 4 ด้าน
1. การยกระดับการป้องกันที่ด่าน ใช้ Hold-Test-Release กับสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้ผ่านการตรวจพิสูจน์ก่อนเข้า
2.การเพิ่มศักยภาพการตรวจให้รวดเร็วขึ้น อย. มีแนวทางพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการและระบบตรวจที่ด่าน โดยมีการผลักดันจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างที่ด่านอาหารและยาเชียงของและแหลมฉบัง เพื่อให้การตรวจสอบรวดเร็วขึ้น
3. การแก้ปัญหาตั้งแต่ประเทศต้นทาง ประสานกรมวิชาการเกษตร กรมศุลกากร และหน่วยงานของประเทศผู้ผลิต เพื่อเชื่อมข้อมูลโรงคัดบรรจุ แหล่งผลิต มาตรฐานการผลิต การส่งเสริมให้มีการตรวจวิเคราะห์ในประเทศต้นทาง กับห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025และประวัติการตรวจสอบ รวมถึงผลักตันให้ประเทศผู้ส่งออกแก้ไขปัญหาก่อนส่งสินค้าเข้าประเทศไทย
4. ทบทวนกฎระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย. อยู่ระหว่างการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย อาหารที่มีสารพิษตกค้าง (Pesticide residue) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอำนวยความยุติธรรมให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
5. การเฝ้าระวังภายในประเทศและสร้างความรู้แก่ผู้บริโภค การควบคุมความปลอดภัยไม่ได้สิ้นสุดที่หน้าด่าน อย. ยังต้องเฝ้าระวังสินค้าที่เข้าสู่ตลาด รวมทั้งให้ความรู้ประชาชนในการเลือกซื้อและล้างผักผลไม้อย่างถูกวิธี





