"Progesterone Test Kit" นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ช่วยหมูสาวสู่วัยเจริญพันธุ์

"Progesterone Test Kit" นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ช่วยหมูสาวสู่วัยเจริญพันธุ์

UTC จุฬาฯ เปิดตัวนวัตกรรม "ชุดทดสอบสำหรับตรวจหาฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในสุกร หรือ Progesterone Test Kit” ช่วยหมูสาวของไทยเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ลดอัตราการสูญเสียแม่หมู ระบุ ต้นแบบงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ใช้ได้จริง ร่วมมือภาคเอกชน วางตลาดเริ่มชายที่ประเทศจีน

ประเทศไทยมีแม่หมูประมาณ 1 ล้านแม่ และในแต่ละปีต้องทดแทนแม่หมู ประมาณ 40% หรือประมาณ 4 แสนแม่ แต่ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ไทยต้องสูญเสียสุกรสาวจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้  หรือบางตัวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้

นวัตกรรม "ชุดทดสอบสาหรับตรวจหาฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในสุกร หรือ Progesterone Test Kit” จึงเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของทีมห้องปฎิบัติงานวิจัย โดยมีรศ.ดร. กิตตินันท์โกมลภิส จากสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาฯ (IBGE-CU) และ ทีมวิจัยและทดสอบภาคสนามในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรในประเทศไทย โดยมีศ. ดร. เผด็จ ธรรมรักษ์ คณะ สัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดูแลโดยชุดทดสอบดังกล่าว

\"Progesterone Test Kit\" นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ช่วยหมูสาวสู่วัยเจริญพันธุ์

วันนี้ (19 ก.ย.2565) ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (University Technology Center: UTC)  ได้งานแถลงข่าวความร่วมมือนวัตกรรม Progesterone Test Kit และพิธีลงนามสัญญาอนุญาตใหัใช้สิทธิ และการจัดซื้อ ระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ MSD Animal Health

โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานในพิธี นวัตกรรม: ชุดแถบทดสอบสาหรับตรวจหาฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในสุกร (Progesterone Test Kit)  ว่ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์ความรู้ งานวิจัยเพื่อสู่ผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง ไม่ใช่งานวิจัยขึ้นหิ้งเหมือนอดีต 

 

  • "Progesterone Test Kit" ต้นแบบวิจัยจากห้องแล็ปสู่ตลาด

จุฬาฯ ได้สนับสนุนให้อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจัยได้มีการทำงานวิจัยที่เกิดขึ้นได้จริง โดยที่ผ่านมา มีการจดสิทธิบัตรงานวิจัยมากมายแต่เมื่อได้มีโอกาสไปร่วมมือกับต่างชาติกลับพบว่า สิทธิบัตรเหล่านั้นล่าสมัยไปแล้ว จุฬาฯมองหาแนวทางในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ UTC จึงก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานวิจัยของจุฬาฯ ให้ก้าวสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง รวมถึงเชื่อมโยงการทำงานของนักวิจัยเข้ากับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

ศ.ดร.บัณฑิต กล่าวต่อว่าProgesterone Test Kit เป็นชุดตรวจหาฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในสุกร ด้วยสารคัดหลั่งหรือซีรั่มจากร่างกาย อาทิ เลือด หรือ ปัสสาวะในสุกร ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และการผลิตโดยชุดแถบทดสอบนี้มีลักษณะเปฌน Strip Test  ที่สามารถใช้งานง่าย น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และให้ผลที่แม่นย้ำสูงกว่า 95% ภายในระยะเวลาเพียง 15 นาที

\"Progesterone Test Kit\" นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ช่วยหมูสาวสู่วัยเจริญพันธุ์

โดย Progesterone Test Kit ถือเป็นงานวิจัยชิ้นแรกของ UTC และศูนย์ พัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานสากล (Qualified Development Diagnostic Center, QDD center) จุฬาฯ ซึ่งได้มาตรฐานสากล และได้ความร่วมมือกับภาคเอกชน  MSD Animal Health ในการเป็นผู้จัดจำหน่าย โดยจะเริ่มจำหน่ายที่ประเทศจีน และกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในราคาที่ไม่แพง

 

  • ลดอัตราการสูญเสียแม่หมูสาว ช่วยเกษตรกรไทยและต่างชาติ

ศ.ดร.เผด็จ กล่าวว่าตามปกติ สุกรจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์อายุ 6-7 เดือน แต่ในตอนนี้พบว่า สุกรเข้าสู่วัย 8 เดือน แล้ว ยังไม่แสดงพฤติกรรมการเป็นสัด หรือแสดงให้เห็นว่าเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์  จึงต้องมีเครื่องมือเพื่อตรวจเช็กว่าสุกรวัยสาวพร้อมเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ุแล้วหรือยัง 

โดยหลักการจะตรวจได้จากการตกไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ หลังไข่จะมีการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนขึ้นมาและปล่อยสู่กระแสเลือด ก็จะตรวจโดยใช้เลือดสุกร ว่าสุกรเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้วหรือยัง ซึ่งเมื่อสุกรเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก็จะสามารถวางแผนผสมพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และล่นระยะเวลาในการรอไปเรื่อยๆ

“ก่อนหน้านี้ ตรวจเช็กการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์โดยใช้ชุดตรวจจากห้องแลป เรียกว่า ELISA TECHNIQUE  ซึ่งชุดตรวจดังกล่าว ไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในภาคสนาม  หรือพกติดตัวได้ ยังไม่มี ทำให้การวางแผนการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้ไม่ดีพอ ทำให้สูญเสียสุกรสาวจำนวนมาก ดังนั้น ชุดตรวจ Progesterone Test Kit ซึ่งสามารถพกพาไปได้สะดวก มีความแม่นยำสูง  มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน”ศ.ดร.เผด็จ กล่าว

เนื่องจากการจำแนกสุกรเพศเมียที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุออกจากสุกรสาวที่เป็นสัดเงียบ และการบ่ง บอกการเข้าสู่ระยะการเป็นสัด(ยอมรับการผสมพันธุ์) ของสุกรเพศเมีย เดิมทีจะเป็นการสังเกตพฤติกรรมหรืออาการของสุกรโดยผู้มีประสบการณ์

ทว่า ปัญหาหลัก คือ   สุกรเพศเมียบางตัวไม่ยอมแสดงอาการเป็นสัด หรือไม่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่อถึงอายุที่เหมาะสม หรือหากแสดงอาการ แต่เมื่อผสมพันธุ์แล้วผสมไม่ติด เป็นต้น  ต่อมามี การศึกษาและรายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในสารคัดหลั่ง หรือซีรั่มกับการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ของสุกรสาว โดยปริมาณฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนอยู่ในระดับต่ำาก่อนสุกรเข้า สู่วัยเจริญพันธุ์ในขณะที่ปริมาณโปรเจสเทอโรนจะอยู่ในระดับสูง เมื่อสุกรเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

อีกทั้ง ที่ผ่านมา การจำแนกโดยใช้ประสบการณ์ สังเกตพฤติกรรมจะพบว่า สุกรที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ มีประมาณ 1 ล้านตัวแต่สามารถเข้าสู่การผสมพันธุ์ได้เพียง4 แสนตัว ทำให้สูญเสียแม่พันธุ์ที่ดีไป ดังนั้น ด้วยเหตุผลทั้งหมด ทาง ทีมวิจัยจึงได้คิดค้น พัฒนาการตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนในสารคัดหลั่งหรือซีรั่ม เพื่อระบุการเป็นสัดแทนการสังเกตอาการ  

\"Progesterone Test Kit\" นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ช่วยหมูสาวสู่วัยเจริญพันธุ์

  • พกพาสะดวก แม่นยำสูงกว่า 95% ราคาไม่แพง

ทั้งนี้ สำหรับชุดตรวจดังกล่าว ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งราคาประมาณ 400 กว่าบาท แต่สำหรับชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นนั้น เพื่อเกษตรกรไทยและเกษตรกรประเทศต่างๆ จะราคาประมาณ 180 บาท ดังนั้น  งานวิจัยสู่นวัตกรรมนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารงานและจัดการทุนด้วยการเพิ่มความสามารถใน การแข่งขันของประเทศ (บพข.) และการให้ความช่วยเหลือด้านการเจรจากับภาคธุรกิจ (MSD Animal Health), การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียน จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นการยื่นจด IP, การทำ Licensing Agreement, การทำสัญญาซื้อขาย

 รวมถึงให้คำแนะนําในการดำเนินงานนวัตกรรมทางธุรกิจ จาก UTC ในการต่อ ยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ และผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิต โดย QDD center จุฬาฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ได้ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการจาก อย.เป็นที่เรียบร้อย และได้รับการสนับสนุนจากโครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาฯ และสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

\"Progesterone Test Kit\" นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ช่วยหมูสาวสู่วัยเจริญพันธุ์

การลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิระหว่างจุฬาฯ โดย อธิการบดี และ Hongyao Lin (Regional Marketing Director) จาก MSD Animal Health ซึ่งเป็นบริษัท ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย และพัฒนายา วัควีนที่เป็นนวัตกรรม จะเป็นแนวทางในการส่งเสริมต่ยอดนวัตกรรมของนักวิจัยไทยสู่เชิงพาณิชย์ และช่วยในการพัฒนานวัตกรรมป้องกันโรคและรักษาโรคต่างๆ