S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืน นักลงทุนเข้ามาซื้อขายในหุ้นกลุ่มชิปต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ราคาน้ำมันร่วง ในขณะ เฟดเริ่มต้นการประชุมนโยบายอัตราดอกเบี้ย 2 วัน
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นในวันอังคาร (27 ต.ค. 69) เนื่องจากความสนใจในหุ้นผู้ผลิตชิปยังคงหนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง นักลงทุนยังจับตาการลดลงของราคาน้ำมันและพิจารณาผลประกอบการของบริษัทหลายแห่ง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วัน
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% ปิดที่ 7,722.60 จุด ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 15.99 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 52,377.57 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.18% ปิดที่ 26,477.81 จุด
หุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 4% หลังกลุ่มธนาคาร ได้แก่ Bank of America, Citi และ Morgan Stanley ร่วมกับ Blackstone ประกาศจัดหาเงินทุน 63,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อเทคโนโลยีของ Broadcom สำหรับ Anthropic ดีลดังกล่าวจะช่วยจัดหาโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ให้กับ Anthropic ผ่านการซื้อชิปเร่งการประมวลผล AI และอุปกรณ์เครือข่ายของ Broadcom
หุ้นผู้ผลิตชิปรายอื่นปรับตัวขึ้นตาม โดย Micron Technology เพิ่มขึ้นเกือบ 3% ขณะที่ Advanced Micro Devices เพิ่มขึ้น 5%
การปรับตัวขึ้นครั้งล่าสุดของหุ้นเหล่านี้ต่อเนื่องจากวันซื้อขายก่อนหน้า ซึ่งดัชนีหลักทั้งสามปิดบวกเช่นกัน ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลัง Anthropic ยื่นเอกสารเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq นับเป็น IPO ครั้งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีอีกรายที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 หลัง SpaceX เข้าจดทะเบียนอย่างโดดเด่นในเดือนมิถุนายน
เจด เอลเลอร์บรูก ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Argent Capital Management กล่าวว่า “ตลาดมักมีช่วงเวลาที่กังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI เป็นระยะ ๆ จากนั้นหุ้นเทคโนโลยีก็มักกลับมาเป็นผู้นำตลาดให้ปรับตัวสูงขึ้น แสงไฟดับลงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าในสองวันแรกของสัปดาห์นี้ สวิตช์จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง”
แม้จะมีความกังวลในช่วงที่ผ่านมา เอลเลอร์บรูก ยังมองว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูลมีความเชื่อมั่นอย่างมากในการขยายธุรกิจต่อไป อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่า “จุดเปราะบางที่อาจเกิดขึ้นยังคงอยู่ที่ความผันผวนของตลาดทุน”
- น้ำมันร่วงหนุนตลาดหุ้น
การลดลงของราคาน้ำมันยังช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นของตลาดในวันอังคาร การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี และโมห์เซน เรซาอี เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงแห่งชาติระดับสูง หารือเกี่ยวกับเงื่อนไขของอิหร่านสำหรับการยุติความขัดแย้ง
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดลดลง 1.83% ที่ 99.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ลดลง 1.67% ปิดที่ 113.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านหุ้น JetBlue พุ่งขึ้น 19% แม้สายการบินรายงานผลขาดทุนไตรมาส 3 มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากบริษัทระบุว่าคาดว่าอัตรากำไรจะขยายตัวในไตรมาสที่ 4 ด้านหุ้น UPS บวกเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% หลังจากที่ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดส่งพัสดุรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ที่ดีกว่าคาด
ธนาคารกลางสหรัฐ มีกำหนดประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยในช่วงบ่ายวันพุธ แม้ว่าธนาคารกลางจะคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่นักลงทุนจะคอยมองหาสัญญาณว่าจะมีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้หรือไม่
"ครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการประชุม Fed ที่แทบไม่มีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ภายใต้การนำของวอร์ช รู้สึกว่ากลยุทธ์การสื่อสารของเขาจะส่งผลให้การประชุมที่ไม่มีเซอร์ไพรส์เหล่านี้เกิดขึ้นน้อยลง แต่ดูเหมือนว่าเราจะได้เห็นการประชุมแบบนี้ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะการเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า" เอลเลอร์บรูก กล่าวเพิ่มเติม "ผมคิดว่าการประชุมครั้งถัดไปในเดือนธันวาคมน่าจะเป็นอีกหนึ่งการประชุมที่ระอุและคาดเดายาก"





