วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกชี้สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ หนุน ‘กลุ่มอสังหาฯ’ จำกัด แนะหุ้นปันผลสูง

โบรกเกอร์ประเมินมาตรการ “บ้านคนละหลัง PLUS” ช่วยพยุงอสังหาฯ ได้จำกัด ท่ามกลางกำลังซื้อเปราะบาง หนี้ครัวเรือนสูง และแบงก์เข้มงวดสินเชื่อ แนะเลือกหุ้นใหญ่ฐานะการเงินแกร่ง ชูปันผลสูง 6-10% เด่น AP-SIRI-SPALI พร้อมมองนิคมอุตสาหกรรมและอสังหาฯ เชิงพาณิชย์น่าสนใจกว่าที่อยู่อาศัย

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์ประเมินว่ามาตรการสินเชื่อ “บ้านคนละหลัง PLUS” มีผลบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อย่างจำกัด เนื่องจากกำลังซื้อที่เปราะบาง หนี้ครัวเรือนสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร
  • โบรกเกอร์แนะกลยุทธ์ลงทุนให้เน้นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีการกระจายพอร์ตโครงการที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยง
  • จุดเด่นที่น่าสนใจลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้คืออัตราเงินปันผลที่สูง โดยคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 6-10% ซึ่งเหมาะกับภาวะที่ตลาดยังฟื้นตัวจำกัด
  • หุ้นเด่นที่ได้รับการแนะนำ ได้แก่ AP, SIRI และ SPALI ซึ่งถูกมองว่ามีผลการดำเนินงานที่ดี มีความแข็งแกร่ง และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง
  • นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น โดยกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์มีความน่าสนใจมากกว่า

มาตรการสินเชื่อบ้าน “บ้านคนละหลัง PLUS” วงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นหนึ่งในมาตรการภาครัฐที่มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลบวกต่อภาคอสังหาฯ ยังมีจำกัด ท่ามกลางกำลังซื้อที่เปราะบาง ภาระหนี้ครัวเรือนสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลสูง

โบรกชี้สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ หนุน ‘กลุ่มอสังหาฯ’ จำกัด แนะหุ้นปันผลสูง

“วิจิตร อารยะพิศิษฐ” ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า มาตรการสินเชื่อบ้านคนละหลัง Plus วงเงิน 50,000 ล้านบาท ช่วยหนุน Sentiment หุ้นอสังหาฯ ได้เพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่เพียงพอกระตุ้นตลาดให้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกำลังซื้อกลุ่มระดับกลาง-ล่างยังเปราะบางตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่

ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ Reject Rate อยู่ในระดับสูง ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีข้อจำกัดในการกู้ซื้อบ้าน กดดันการฟื้นตัวของตลาดและราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ประเมินหุ้นอสังหาฯ ยังน่าสนใจลงทุนระยะกลาง-ยาว จากราคาหุ้นที่ไม่แพงและปันผลสูง 6-8% โดยบริษัทขนาดใหญ่ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ช่วยลดความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้และปัญหาหุ้นกู้เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่มีฐานะการเงินเปราะบาง

สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำ AP ซึ่งมีชื่อเสียงและผลงานดำเนินธุรกิจที่ดี โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ในเกณฑ์พอใช้ และคาดหวังปันผลได้ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป

ส่วน SIRI มีผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 โดดเด่น และคาดว่าไตรมาส 4 ยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อม ปันผลสูงราว 8% เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผลในช่วงอสังหาฯ ฟื้นตัวจำกัด

โบรกชี้สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ หนุน ‘กลุ่มอสังหาฯ’ จำกัด แนะหุ้นปันผลสูง

“ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า มาตรการสินเชื่อบ้านวงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีผลกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ในระดับปานกลาง แต่ยังช่วยระบายสต็อกได้จำกัดจากกำลังซื้อที่เปราะบาง และมีผู้ประกอบการที่เข้าเงื่อนไขเพียงบางราย ขณะที่การฟื้นตัวของธุรกิจยังขึ้นอยู่กับการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มีการกระจายพอร์ตสินค้า ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม มีโครงการครอบคลุมหลายทำเล ทั้งในเมือง นอกเมือง และต่างจังหวัด ควบคู่กับการมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนระหว่างที่ธุรกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างจำกัด

หุ้นเด่นที่แนะนำ SPALI ซึ่งมีจุดเด่นด้านการกระจายพอร์ตโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง รวมถึงมีโครงการครอบคลุมหลายทำเล ตอบโจทย์กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นความหลากหลายและลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป อีกทั้งยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงเกือบ 10% ต่อปี จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผลในช่วงที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค

โบรกชี้สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ หนุน ‘กลุ่มอสังหาฯ’ จำกัด แนะหุ้นปันผลสูง

“กรรณ์ หทัยศรัทธา”, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยังคงให้น้ำหนักหุ้นอสังหาฯ เป็นกลาง โดยมองว่ามาตรการสินเชื่อบ้านวงเงิน 50,000 ล้านบาทและการปรับผังเมือง กทม. ช่วยหนุนตลาดได้เพียงเล็กน้อย ขณะที่กำลังซื้อครัวเรือนและ SME ยังเปราะบาง และผู้พัฒนาโครงการเผชิญต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจาก Bond Yield และ Credit Spread ที่ปรับเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อระดมทุนสำหรับพัฒนาโครงการ ต้องแบกรับต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดยังมีโครงการใหม่เปิดตัวออกมาเป็นจำนวนมาก เพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันและการขายที่อยู่อาศัย โดยภาพรวมจึงเป็นภาวะที่ทั้งผู้ซื้อเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ และผู้พัฒนาโครงการต้องรับมือกับต้นทุนการระดมทุนที่สูงขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงหุ้นอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก และเน้นหุ้นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งและสามารถรองรับความผันผวนของตลาดได้ดีกว่า

หากพิจารณาแยกตามประเภทธุรกิจ ยังให้น้ำหนักกลุ่มอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยน้อยที่สุด เนื่องจากยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่เปราะบางและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งครอบคลุมธุรกิจศูนย์การค้า และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม มีความน่าสนใจมากกว่าในเชิงเปรียบเทียบ สำหรับการเลือกลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังฟื้นตัวได้จำกัด