วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกจับตา ‘น้ำมัน-เงินเฟ้อ’ ชี้ทิศทางลงทุน ‘กนง.-เฟด’ จ่อคงดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์คาด กนง. และเฟดคงดอกเบี้ยรอบนี้ รอประเมินเงินเฟ้อและทิศทางราคาน้ำมัน จับตาเฟดส่งสัญญาณเข้มงวด เปิดทางขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ด้านกลยุทธ์ลงทุนชี้หุ้นธนาคารรับอานิสงส์หากดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าหนุนหุ้นส่งออก

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" ในการประชุมรอบนี้ เพื่อรอประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อและราคาน้ำมัน
  • คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่ยังส่งสัญญาณเข้มงวด (Hawkish Hold) และอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงที่เหลือของปีเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
  • กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยเช่นกัน เนื่องจากเงินเฟ้อไทยมาจากต้นทุนและราคาน้ำมันเป็นหลัก การขึ้นดอกเบี้ยอาจกระทบเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือทิศทางราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นตัวแปรหลักต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต
  • ด้านการลงทุน หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย กลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าจากต้นทุนน้ำมันจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มส่งออก

ตลาดจับตาทิศทาง “ดอกเบี้ย” ของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สะท้อนผ่านมุมมองนักวิเคราะห์คาด “คงอัตราดอกเบี้ย” ในการประชุมรอบนี้เพื่อประเมินแรงกดดัน เงินเฟ้อและราคาน้ำมัน

โบรกจับตา ‘น้ำมัน-เงินเฟ้อ’ ชี้ทิศทางลงทุน ‘กนง.-เฟด’ จ่อคงดอกเบี้ย

“สรพล วีระเมธีกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% แต่ทว่ายังส่งสัญญาณเปิดทางปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะการประชุมเดือน ธ.ค.2569 

ทั้งนี้ คาดท่าทีของเฟดจะเป็นลักษณะ Hawkish Hold หรือคงดอกเบี้ยแต่ยังแสดงจุดยืนเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน และไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ดังนั้น การประชุมเฟดรอบนี้จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินน้อยกว่าการประชุมเดือนก.ย. เนื่องจากตลาดรับรู้แนวโน้มการดำเนินนโยบายไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงของเฟดว่าจะส่งสัญญาณเข้มงวดมากน้อยเพียงใด และยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีหรือไม่

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยไทย คาดกนง. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.00% แม้เงินเฟ้อไตรมาส 3-4 มีโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 2.5-3.0% ต้น ๆ แต่เงินเฟ้อทั้งปียังอยู่ที่ประมาณ 2% ใกล้กรอบเป้าหมาย เนื่องจากแรงกดดันหลักมาจากต้นทุนและราคาน้ำมัน ไม่ใช่ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพราะอาจซ้ำเติมเศรษฐกิจและกำลังซื้อ โดยต้องติดตามว่าต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในวงกว้างมากน้อยเพียงใด

โบรกจับตา ‘น้ำมัน-เงินเฟ้อ’ ชี้ทิศทางลงทุน ‘กนง.-เฟด’ จ่อคงดอกเบี้ย

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า เฟดและกนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ โดยตลาดไม่น่ามีปัจจัยสร้างความประหลาดใจ แม้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นใกล้ระดับสูงสุดช่วงต้นปี แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เฟดจำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่สภาพคล่องในประเทศยังอยู่ในระดับสูง จึงไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูดซับสภาพคล่อง

สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในระยะสั้น มาจากการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น โดยมองว่าการอ่อนค่าของเงินบาทอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก มากกว่าจะเป็นผลลบ

หากเงินบาทอ่อนค่าไม่เกินไตรมาสละ 50 สตางค์ จะยังไม่น่ากังวล แต่หากอ่อนค่าเร็ว 2-3 บาทในไตรมาสเดียว จะเพิ่มความเสี่ยงในการบริหารค่าเงินของผู้ประกอบการ ด้านการลงทุนมองหุ้นส่งออกได้ประโยชน์

โบรกจับตา ‘น้ำมัน-เงินเฟ้อ’ ชี้ทิศทางลงทุน ‘กนง.-เฟด’ จ่อคงดอกเบี้ย

“วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย กล่าวว่า กนง.และเฟดคาดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ เพื่อรอติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อและราคาน้ำมัน โดยเฟดอาจพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธ.ค.2569 

สำหรับไทย เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยตรง แต่กลับอาจกดดันเศรษฐกิจและซ้ำเติมกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐมีแรงกดดันทั้งจากอุปสงค์และต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดในช่วงที่ผ่านมาให้น้ำหนักกับการรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ย

โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ทิศทางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ย หากราคาน้ำมันเริ่มชะลอตัวลง จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและลดความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ด้านกลยุทธ์ลงทุน หากธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ย กลุ่มธนาคารจะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้รับประโยชน์เด่นที่สุด ขณะที่การคงดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่ปัจจัยบวกชัดเจนต่ออุตสาหกรรมใด เนื่องจากตลาดยังจับตาความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยระยะถัดไป