“กลุ่มอสังหาฯ” ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน หลังแรงกดดันกำลังซื้อชะลอ หนี้ครัวเรือนสูงยังไม่คลาย ล่าสุดเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดเข้ามาเป็นปัจจัยซ้ำเติม “บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนลฯ” เผยกำลังซื้อหด-น้ำท่วมซ้ำเติม คาดตลาดชะลอ 1 ไตรมาส “บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ภาพรวมยังคงชะลอตัว แนะให้เลือกลงทุนเป็นรายตัว “บล.พาย” ชี้น้ำท่วมกระทบอสังหาฯ แค่สั้นๆ
KEY POINTS
- โบรกเกอร์มองว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัจจัยซ้ำเติมกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเผชิญแรงกดดันหลักจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว
- บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนลฯ คาดว่าน้ำท่วมจะทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ออกไปอย่างน้อย 1 ไตรมาส หรือประมาณ 2-3 เดือน
- นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำกลยุทธ์ "Wait and See" หรือชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ในระยะสั้น เพื่อรอประเมินสถานการณ์ที่ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี
- บล.ฟินันเซีย ไซรัส และ บล.พาย ชี้ว่าผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเพียงปัจจัยกดดันระยะสั้น แต่ปัจจัยหลักที่น่ากังวลกว่าคือภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- แม้หุ้นอสังหาฯ บางตัวจะมีปันผลสูงหรือราคาถูก แต่ปัจจัยลบเชิงโครงสร้างยังคงกดดัน ทำให้กลุ่มอสังหาฯ มีความน่าสนใจจำกัดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น
สถานการณ์น้ำท่วมเข้ามาซ้ำเติม “กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” ที่เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และตลาดมีสต๊อกคงค้างสูง ส่งผลให้การฟื้นตัวของธุรกิจยังมีข้อจำกัดในระยะสั้น
ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมออกไปอย่างน้อย 1 ไตรมาส หรือประมาณ 2-3 เดือน เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ขณะเดียวกัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปริมาณอุปทานและสต๊อกคงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการฟื้นตัวของตลาดในระยะสั้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน มองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้น โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ Wait and See รอประเมินสถานการณ์และจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงปลายปีหรือประมาณเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งน่าจะเห็นภาพสถานการณ์ต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ หากจะเลือกลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ควรเน้นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานะทางธุรกิจแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับภาวะตลาดชะลอตัวได้ดีกว่า รวมถึงพิจารณาบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านภาระหนี้ต่ำกว่า และไม่มีปัญหาด้านการออกหุ้นกู้ เนื่องจากสภาพคล่องและความสามารถในการบริหารจัดการภาระทางการเงินยังเป็นปัจจัยสำคัญในภาวะตลาดที่กำลังซื้ออ่อนตัว
สำหรับหุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ AP ในกลุ่มบ้านและแนวราบ และ SPALI ในกลุ่มคอนโดมิเนียม อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองบริษัทจะเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจ แต่กลยุทธ์หลักยังคงเน้นการรอจังหวะเข้าซื้อในเดือนพฤศจิกายน 2569 มากกว่าการเร่งเข้าลงทุนในช่วงที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม มองว่าเป็นปัจจัยกดดันต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้น โดยผลกระทบต่อราคาหุ้นส่วนใหญ่เป็น Sentiment มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่มไม่ได้ตอบสนองในเชิงลบ
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจเลือกทำเลของผู้ซื้อบ้านมากกว่า โดยผู้บริโภคอาจให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมกับพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงพิจารณาความเสี่ยงของทำเลก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังต้องติดตามสำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป ได้แก่ กำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่สดใส ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของตลาดและความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างยอดขายท่ามกลางภาวะตลาดที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างจากอัตราการเกิดที่ลดลงและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอาจทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในภาพรวมเติบโตได้จำกัดในระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงทางประชากรดังกล่าวถือเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลต่อรูปแบบและปริมาณความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ให้น้ำหนักกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าสถานการณ์น้ำท่วม โดยปัจจัยกดดันหลักของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ กำลังซื้อของประชาชนที่ยังซบเซา ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และแนวโน้มเศรษฐกิจที่อาจขยายตัวในอัตราต่ำ ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ
สำหรับการลงทุน แม้หุ้นอสังหาริมทรัพย์หลายบริษัทจะมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง หรือมีราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำเมื่อพิจารณาจาก P/E แต่ปัจจัยลบเชิงโครงสร้างยังทำให้กลุ่มดังกล่าวมีความน่าสนใจจำกัด จึงแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาหุ้นกลุ่มอื่นที่มีปัจจัยสนับสนุนมากกว่าในช่วงนี้





