วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

ส่อง 5 หุ้นเด่นรับกระแส iPhone 18 รับอานิสงส์ยอดขาย-สินค้าไอทีฟื้น

นักวิเคราะห์เผย กระแสเปิดตัว iPhone 18 หนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก-ไอที รับแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่องและอุปกรณ์เสริม มองเป็นปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยพยุงการลงทุน ขณะที่ SET สัปดาห์นี้ยังผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด จากแรงกดดันทั้งทิศทางดอกเบี้ย Fed ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมชู 5 หุ้นเด่น COM7-SYNEX-SPVI-CPW-ADVICE

KEY POINTS

  • นักลงทุนจับตากระแสการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอที
  • หุ้นกลุ่มดังกล่าวคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากความต้องการเปลี่ยนเครื่องและยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4
  • บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์ให้เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่
  • หุ้นเด่น 5 ตัวที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากกระแสดังกล่าว ได้แก่ COM7, SYNEX, SPVI, CPW และ ADVICE

กระแสการเปิดตัว iPhone 18 เริ่มเข้ามาเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตา โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าไอที ที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากความต้องการเปลี่ยนเครื่องและยอดขายสินค้าในช่วงไตรมาส 3-4 ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังมีความผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนต้องติดตามทั้งปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นและปัจจัยมหภาคควบคู่กัน
 

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,560-1,600 จุด โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุน ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยังคงเผชิญกับปัจจัยลบที่เข้ามากดดันการลงทุน ได้แก่ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ล่าสุดบ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักถึง 53.1% ที่ธนาคาร กลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 27.2% ในสัปดาห์ก่อน

รวมถึงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีแนวโน้มยกระดับขึ้น โดยกองทัพเรืออิหร่าน (IRGC) ได้เข้าโจมตีและหยุดเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนระบุว่าเครื่องบินรบซาอุดีอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึง 40 ครั้งใน 3 จังหวัดของเยเมนในรอบ 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ สงครามการค้า เริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้หน่วยงานรัฐ ของสหรัฐฯ ถอดสินค้าแคนาดาออกจากสัญญาจัดซื้อภาครัฐ และประปัจจัยในประเทศอย่างหนี้ครัวเรือนไทยที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจ ล่าสุดพบว่า ภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนพุ่งขึ้นแตะระดับ 794,945.49 บาท เพิ่มขึ้น 7.3% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 17 ปี

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาด ได้แก่ อัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง มาอยู่ ที่ระดับ 4.93% ช่วยคลายความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืม รวมทั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคาร กลาง อังกฤษ (BoE) มีมติ 6 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ย นโยบายไว้ที่ 3.75% ตามคาด และกระทรวงการต่างประเทศ อินเดียออกแถลงการณ์สยบข่าวลือกรณีผู้นำจีนและผู้นำแอฟริกาใต้ล้มป่วยหลังการประชุม BRICS ช่วยลดความกังวล ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ในประเทศจะมีการแถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในสัปดาห์ที่ 3 ส่วนสัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ จะแถลงภาวะ การค้าระหว่างประเทศ และ ส.อ.ท. แถลงยอดผลิต-ส่งออกยานยนต์ ขณะที่วันที่ 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยกรณีการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง และ 30 ก.ย. ธปท. จะรายงานภาวะเศรษฐกิจ ส่วนสัปดาห์ที่ 5 จะมีการแถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ 28 ต.ค. เป็นกำหนดการประชุม กนง.ครั้งถัดไป ด้านต่างประเทศ วันที่ 21 ก.ย. ธนาคารกลางจีน ประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR และสหรัฐฯ รายงานดัชนี กิจกรรมทางเศรษฐกิจ วันที่ 22 ก.ย. อียูรายงานดัชนี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้น วันที่ 23 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานดัชนี PMI และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ ปิดท้ายด้วยวันที่ 24 ก.ย. สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ให้คำแนะนำ กลยุทธ์การลงทุน ในช่วงที่ตลาดผันผวนนี้ว่า ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มี ปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะได้ อานิสงส์จากกระแสการเปิดตัวสมาร์ทโฟน iPhone รุ่นใหม่ 3 รุ่น  ได้แก่ COM7 SYNEX SPVI CPW และ ADVICE