วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดดิ่ง 15.93 จุด โบรกชี้โรงกลั่นกดดันตลาด ลุ้นทิศทางดอกเบี้ยเฟดคืนนี้

ตลาดหุ้นไทยร่วง 15.93 จุด โบรกชี้แรงกดดันหุ้นโรงกลั่น นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟดคืนนี้ โดยเฉพาะสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยผ่าน Dot Plot

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดร่วงลง 15.93 จุด (1.01%) มาอยู่ที่ระดับ 1,562.73 จุด
  • โบรกเกอร์ชี้ว่าปัจจัยกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาครัฐที่อาจขอความร่วมมือให้ลดราคาดีเซล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรโดยตรง
  • ตลาดกำลังรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • นักวิเคราะห์มองว่าสิ่งที่ต้องจับตามากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย คือสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต (Dot Plot) ซึ่งหากเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะเป็นแรงกดดันต่อตลาดต่อไป

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (16 ก.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,562.73 จุด ลบ 15.93 จุด หรือ 1.01% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,584.14 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,561.78 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 75,541.02 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. DELTA ราคาปิด 233.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 11,799.41 ล้านบาท

2. PTT ราคาปิด 42.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.18% มูลค่าการซื้อขาย 4,026.62 ล้านบาท

3. ADVANC ราคาปิด 341.00 บาท ลดลง 12.00 บาท หรือ 3.40% มูลค่าการซื้อขาย 3,900.05 ล้านบาท

4. TOP ราคาปิด 63.25 บาท ลดลง 2.75 บาท หรือ 4.17% มูลค่าการซื้อขาย 3,051.57 ล้านบาท

5. HANA ราคาปิด 50.00 บาท ลดลง 2.44 บาท หรือ 0.56% มูลค่าการซื้อขาย 2,537.83 ล้านบาท

หุ้นไทยปิดดิ่ง 15.93 จุด โบรกชี้โรงกลั่นกดดันตลาด ลุ้นทิศทางดอกเบี้ยเฟดคืนนี้

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า  นอกจากปัจจัยจากต่างประเทศแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น หลังมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาครัฐที่อาจขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลงประมาณ 4 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลต่อแนวโน้มกำไรของผู้ประกอบการโดยตรง

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูงก่อนหน้านี้ ทำให้หากราคาน้ำมันย่อตัวลงในระยะถัดไป กลุ่มโรงกลั่นยังมีความเสี่ยงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันเพิ่มเติม โดยปัจจัยดังกล่าวสะท้อนผ่านราคาหุ้นโรงกลั่นที่ปรับตัวลง เช่น TOP IRPC และ PTTGC

สำหรับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 90% ต่อโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ จากสัญญาณเงินเฟ้อที่เริ่มมีความกังวลมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนก.ย.2569 เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดได้สะท้อนความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว จึงอาจไม่ได้สร้างความผันผวนมากนักหากเป็นไปตามที่ตลาดคาด

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องติดตามมากกว่าการตัดสินใจด้านดอกเบี้ย จากสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าผ่าน Dot Plot หากเฟดส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตลาดอาจตอบรับในเชิงบวก แต่หากส่งสัญญาณว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในระยะถัดไป

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรหรือคาดเดาผลการประชุมเฟด และไม่ควรให้น้ำหนักมากเกินไป รวมถึงระมัดระวังหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น

ส่วนกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากทิศทางดอกเบี้ยเฟดไม่มากนัก ได้แก่ กลุ่มธนาคาร การสื่อสาร ค้าปลีก และโรงพยาบาล โดยสามารถติดตามจังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงเพื่อทยอยสะสมลงทุน