ดาวโจนส์ร่วง 400 จุดเมื่อคืน ทำสถิติลดลง 3 วันติด ขณะบอนด์ยีลด์พุ่งและน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากสงครามอิหร่าน สหรัฐทวีความรุนแรง และลุกลาม
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันพุธ (9 ก.ย. 69) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อนักลงทุน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ลดลง 405.41 จุด หรือ 0.77% ปิดที่ 52,380.66 จุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.48% ปิดที่ 7,636.36 จุด และ แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ลดลง 0.64% ปิดที่ 26,253.34 จุด ทั้งสามดัชนีปรับลงเป็นวันที่สามติดต่อกัน
ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นในวันพุธ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าจะเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวเป็น 6,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากขึ้นเป็นสามเท่า การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากประกาศของกระทรวงการคลังเมื่อเดือนที่แล้วที่ระบุว่าจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอย่างน้อยเป็นสองเท่า
- บอนด์ยีลด์พุ่ง สวนการซื้อคืนพันธบัตร
หลังการประกาศดังกล่าว ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นไปที่ 4.857% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 โดยก่อนหน้านี้ในวันอังคาร ยีลด์ได้ทะลุระดับ 4.8% ชั่วครู่ จากแรงกังวลเงินเฟ้อที่มากขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
แม้จะมีแผนซื้อคืนที่เพิ่มขึ้น แต่ยีลด์ก็ยังปรับขึ้น เพราะบางฝ่ายในตลาดวอลล์สตรีทคาดว่ากระทรวงการคลังภายใต้การนำของสก็อตต์ เบสเซนต์จะซื้อคืนมากกว่านี้ ปีเตอร์ บุควาร์ จาก The Boock Report ระบุว่าบางคนคิดว่าการซื้อคืนอาจสูงถึง 7,000 ล้านหรือ 8,000 ล้านดอลลาร์
ขณะที่หุ้นยังถูกกดดันในวันพุธ โธมัส มาร์ติน จาก Globalt Investments ชี้ว่าตลาดยัง “ทรงตัวได้” แม้จะมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยเสริมว่าตลาดยังไม่เผชิญการปรับฐาน (correction) นับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้
“เมื่อดูความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น มันอยู่ในระดับสุดโต่ง ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้นก็อยู่ในระดับสุดโต่งเช่นกัน” เขากล่าว “สองสิ่งนี้ไม่ควรอยู่ร่วมกันได้นานนัก”
- น้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์
อีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนคือราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าการส่งพลังงานจากตะวันออกกลางอาจถูกรบกวนมากขึ้น ฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงสากล ปิดบวก 3.36% ที่ 101.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐ ปรับขึ้น 3.25% ปิดที่ 96.05 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมทั้งคู่
มาร์ตินยังกล่าวด้วยว่า หากราคาน้ำมันขึ้นไปถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล “ตลาดจะต้องหันมาสนใจอย่างแน่นอน”
การพุ่งขึ้นล่าสุดของราคาน้ำมันต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า ซึ่งกดดันดัชนีหลักทั้งสามในวันแรกของสัปดาห์การซื้อขายที่สั้นลงเพราะวันหยุด โดยเฉพาะดาวโจนส์ที่เผชิญวันที่แย่ที่สุดในรอบเกือบสามสัปดาห์
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันแรงงาน (Labor Day)





