วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

"หุ้นไทย" รับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน โบรกชี้ "กลุ่มแบงก์" คือเป้าหมายแรก

บล. เกียรตินาคินภัทร ประเมินตลาดหุ้นไทยรับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. สูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์ โดยเน้นไปที่หุ้นคุณค่า "กลุ่มธนาคาร" ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุด เนื่องจากเป็นหุ้นเชิงรับ มีอัตราเงินปันผลสูง และเป็นตัวแทนเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว

'กลุ่มแบงก์' ได้เปรียบจากฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

สัปดาห์แรกเดือน ก.ค. 2569 ดัชนีตลาดหุ้นไทยรายงานเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์ และใกล้เคียงกับระดับหลังการเลือกตั้งที่ 3.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้น 4.5% โดยหากไม่รวมบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้น 4.7%

ทั้งนี้ กลุ่มนำตลาด ได้แก่ ธนาคาร (+7.6%), สินค้าอุปโภคบริโภค (+6%) และ สาธารณูปโภค (+4%)

"หุ้นไทย" รับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน โบรกชี้ "กลุ่มแบงก์" คือเป้าหมายแรก

กระแสเงินลงทุนหรือ "ฟันด์โฟลว์" ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสอดคล้องกับการเทขายหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียในวงกว้าง โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่คาดว่ามาจากกองทุนเชิงรุก "Active Long-only Funds" ซึ่งมักเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานเหมาะสมหรือ "หุ้นคุณค่า" มากกว่ากองทุนเชิงปริมาณหรือกองทุนดัชนีที่มักจะลงทุนในหุ้นกลุ่มโมเมนตัม 

"หุ้นไทย" รับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน โบรกชี้ "กลุ่มแบงก์" คือเป้าหมายแรก

ในการนี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS คาดว่าเงินทุนจากกองทุนเชิงรุกจะยังคงให้น้ำหนักกับหุ้นคุณค่าเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแบบจำลองเชิงปริมาณของแบงก์ออฟอเมริกา (BofA) ที่ชี้ว่าหุ้นคุณค่ามักให้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงเดือนก.ค.

ในระดับภูมิภาค ประเทศไทยถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียนเงินทุนดังกล่าว โดยแบบจำลอง BofA Asia ex-Japan Quant Strategy Fifty ซึ่งคัดเลือกหุ้น 50 ตัวที่มีความน่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับดัชนี MSCI Asia ex-Japan จากมุมมองเศรษฐกิจมหภาค การวิเคราะห์รายบริษัท ปัจจัยด้านสไตล์การลงทุน และมูลค่าหุ้น พบว่า ประเทศไทยได้รับการให้น้ำหนักการลงทุนสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค

"หุ้นไทย" รับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน โบรกชี้ "กลุ่มแบงก์" คือเป้าหมายแรก

 

'ธนาคาร' เป้าหมายแรกของฟันด์โฟลว์

KKPS มองว่า กลุ่มธนาคาร จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับประโยชน์จากการหมุนเวียนเงินลงทุนในภูมิภาค ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. หุ้นธนาคารในฐานะหุ้นคุณค่าเชิงดีเฟนซีฟ มักให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นเติบโตที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยปรับลดลงในระยะยาว
     
  2. ในมุมมองนักลงทุนต่างชาติหุ้นธนาคารเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวแบบ K-shaped โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนภาคเอกชน
     
  3. อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง เปิดโอกาสให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้อีก โดยหากส่วนต่างอัตราเงินปันผลลดลง 1-2% อาจสร้างอัปไซด์ได้สูงถึง 30%

"หุ้นไทย" รับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน โบรกชี้ "กลุ่มแบงก์" คือเป้าหมายแรก

นางสาวสรัชดา ศรทรง นักวิเคราะห์กลุ่มสถาบันการเงินของ KKPS มองว่าปัจจุบัน กลุ่มธนาคารไทยซื้อขายที่อัตราส่วนทางการเงินเทียบกับราคาตลาดของหุ้น (PBV) ปี 2569 เพียง 0.94 เท่า พร้อมให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึง 5.9% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

แม้อัพไซด์เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปี 2569 จะเริ่มจำกัด แต่ KKPS ยังคงมีมุมมองเชิงบวก โดยคาดว่า ไตรมาส 2 ปีนี้ จะเป็นจุดต่ำสุดของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมยังมีโอกาสเติบโตดีกว่าคาด คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ การเติบโตของสินเชื่อจะทยอยฟื้นตัว และการควบคุมต้นทุนยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร

สำหรับปี 2570 คาดว่าการฟื้นตัวของสินเชื่อจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีแรงกดดันเพิ่มเติมจาก NIM ขณะที่โครงสร้างต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้แม้รายได้เติบโตเพียงเล็กน้อย ก็สามารถผลักดันกำไรให้เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ การบริหารเงินทุนเชิงรุก เช่น การจ่ายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และเงินปันผลพิเศษ จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนราคาหุ้น

เมื่อเปรียบเทียบกับ กลุ่มธนาคารสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน แม้ว่าธนาคารสิงคโปร์จะมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สูงกว่า แต่ก็สะท้อนอยู่ในมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายมากกว่า 2 เท่า PBV และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่ำกว่า 5%

ในทางกลับกัน ธนาคารไทยยังซื้อขายที่ส่วนลดอย่างมีนัยสำคัญ แม้แนวโน้มกำไรจะมีความชัดเจนมากขึ้น จึงยังมีโอกาสในการ Re-rating สูงกว่า หากประเมินด้วยสมมติฐานว่านักลงทุนต้องการอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 5% เงินปันผลที่ KKPS คาดการณ์ไว้บ่งชี้ว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก 11%-38% จากระดับราคาเป้าหมายปัจจุบัน

KKPS ยังคงเลือก KTB และ KBANK เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ขณะที่การปรับตัวขึ้นของหุ้นธนาคารอื่น ๆ ที่ไม่โดดเด่นเท่า เช่น BBL และ TISCO สะท้อนให้เห็นว่าการปรับมูลค่าของกลุ่มธนาคารกำลังขยายตัวในวงกว้าง

"หุ้นไทย" รับอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน โบรกชี้ "กลุ่มแบงก์" คือเป้าหมายแรก