วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2569

Login
Login

FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า พุ่งสู่เกณฑ์ ‘ร้อนแรง’ รับโฟลว์ ไหลเข้าหุ้นปลอดภัย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมิถุนายน 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 22-30มิถุนายน 2569)  พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 123.77 นักลงทุนมองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือแนวโน้มการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน  รองลงมาคือ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า พุ่งสู่เกณฑ์ ‘ร้อนแรง’ รับโฟลว์ ไหลเข้าหุ้นปลอดภัย

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมิถุนายน 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

▪ ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3เดือนข้างหน้า (กันยายน 2569) อยู่ในเกณฑ์“ร้อนแรง” (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 123.77

▪ ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล อยู่ในเกณฑ์“ทรงตัว” ในขณะที่ กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มนักลงทุนสถาบัน และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง

▪ หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพาณิชย์ (COMM)

▪ หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)

▪ ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  

▪ ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน

ผลสำรวจ ณ เดือนมิถุนายน 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับลด 11.7% อยู่ที่ระดับ 106.74 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 3.7% อยู่ที่ระดับ 133.33 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 14.3% อยู่ที่ระดับ 128.57 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลด 33.3% อยู่ที่ระดับ 133.33 

​ในเดือนมิถุนายน 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยแรงกดดันหลักมาจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่จบส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวสูงขึ้นและสร้างความกังวลต่อเงินเฟ้อโลก ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งแม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ยังส่งสัญญาณดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง 

ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง การเติบโตของเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัว ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ยูโรโซนเหลือประมาณ 0.8% ในปี 2569 และ 1.2% ในปี 2570 และ  ECB ได้ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมิถุนายนจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ 

โดย SET Index ณสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ปิดที่ 1,591.24 ปรับตัวเพิ่ม1.46% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 77,436 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 6,996 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ27,000 ล้านบาท

​ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง "โรดแมป 60 วัน" ในการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ รวมถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐและความคืบหน้าของการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า  แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ ECB หลังมีการส่งสัญญาณไปในทางเข้มงวดจากผลกระทบของสถานการณ์พลังงาน  

ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียน การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี