วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้บวก 5.17 จุด แกร่งสวนภูมิภาค โบรกชี้กลุ่ม Defensive เด่น รับมือเงินเฟ้อ

ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 5.17 จุด โบรกเผย สวนทางตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ปัจจัยที่ทำให้หุ้นไทยแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคคือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาค่อนข้างดี แนะลกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีความสามารถต้านทานความผันผวนจากภาวะเงินเฟ้อ

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 4.91 จุด สวนทางตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
  • ปัจจัยที่ทำให้หุ้นไทยแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคคือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาค่อนข้างดี
  • โบรกเกอร์แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีความสามารถต้านทานความผันผวนจากภาวะเงินเฟ้อ
  • กลุ่มหุ้น Defensive ที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารและประกัน (BBL, KTB, TLI), กลุ่มอุปโภคบริโภค (CPF, CPALL), และกลุ่มการแพทย์ (BDMS, PR9)

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 20 พ.ค.2569 บวก 5.17 จุด หรือ 0.34% อยู่ที่ 1,521.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7,422.66 ล้านบาท
 

หุ้นไทยเช้านี้บวก 5.17 จุด แกร่งสวนภูมิภาค โบรกชี้กลุ่ม Defensive เด่น รับมือเงินเฟ้อ

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวลดลงถ้วนหน้า ท่ามกลางแรงกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือ Bond Yield ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 4.6% ขณะที่ตลาดหุ้นหลายประเทศทั่วโลกในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญแรงขายจนดัชนีปรับตัวลงมากกว่า 5%

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนทั่วโลกในขณะนี้กำลังจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed Minutes ในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป ทั้งนี้ จากข้อมูลการประชุมครั้งล่าสุด พบว่า คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ มีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจนมากที่สุดในรอบ 34 ปี โดยมีกรรมการ 3 รายเสนอให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 รายเสนอให้ลดดอกเบี้ย และอีก 8 รายเสนอให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม สะท้อนความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

สำหรับ ตลาดหุ้นไทย มองว่ายังคงมีความแข็งแกร่งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค จากแรงสนับสนุนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและถ้อยแถลงด้านนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งส่งผลให้ภาวะการลงทุนผันผวนต่อเนื่อง

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นที่มีลักษณะ Defensive หรือมีความสามารถต้านทานความผันผวนจากภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มธนาคารและประกัน ที่ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยและมีความสามารถป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ เช่น BBL, KTB และ TLI

ขณะที่กลุ่มอุปโภคบริโภคและอาหาร หรือ Domestic Play ที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น โครงการ คนละครึ่ง ได้แก่ CPF และ CPALL และกลุ่มการแพทย์และโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นหุ้นปลอดภัยในภาวะตลาดผันผวน เช่น BDMS และ PR9

อย่างไรก็ตาม นักลงทุน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในช่วงนี้ เน้นเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกในระยะสั้น