ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ “กลุ่ม PTT” ออกมาโดดเด่นกว่าที่ตลาดคาด โดยเฉพาะกลุ่มต้นน้ำและปิโตรเคมีที่ได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าไตรมาส 2 ปี 2569 ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง และมองว่าในครึ่งปีแรกของปี 2569 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
“จักรพงศ์ เชวงศรี” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 หุ้นในกลุ่ม PTT ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะแรงหนุนจาก PTTEP และ PTTGC ที่ช่วยผลักดันกำไรโดยรวมให้ดีกว่าประมาณการราว 10% แม้แนวโน้มในระยะถัดไปยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่หุ้นพลังงานและปิโตรเคมียังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เพื่อใช้รับมือกับความผันผวนของตลาด
สำหรับ แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มองว่า หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มอาจเห็นกำไรชะลอลงเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ทว่ายังมีหุ้นเด่น 3 ตัวที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ PTTEP, PTTGC และ PTT
ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนจากทยอยรับรู้ผลบวกราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว รวมถึงภาระขาดทุนการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงที่ลดลง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้นเทียบกับไตรมาสก่อน
“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่ม PTT ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่คาดว่า กำไรของหลายบริษัทจะยังทรงตัวในระดับสูง หรือบางแห่งอาจเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ทำให้บริษัทในเครือ ปตท. หลายแห่งได้รับอานิสงส์โดยตรง แม้ราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 2 ปี 2569 อาจไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงเหมือนไตรมาสแรก แต่หลายบริษัทในกลุ่มยังมีโอกาสสร้างผลกำไรได้ดีกว่าเดิม เนื่องจากผลขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงที่เคยกดดันผลประกอบการในไตรมาสแรกเริ่มลดลง ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาพรวมกำไรของกลุ่ม ปตท. ในครึ่งปีแรกยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง
“มุมมองผลประกอบการครึ่งปีหลังยังขึ้นอยู่กับทิศทางความขัดแย้งในต่างประเทศเป็นสำคัญ หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันและผลประกอบการของกลุ่มพลังงานก็อาจทยอยปรับลดลงตามลำดับ ส่งผลให้โมเมนตัมเชิงบวกของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเริ่มชะลอตัวลงได้ในระยะถัดไป”
“กรรณ์ หทัยศรัทธา”, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานกลุ่ม PTT ในปี 2569 มีแนวโน้มแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ทั้งต้นน้ำ ปิโตรเคมี และโรงกลั่น โดยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลกยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไป
ส่วนธุรกิจต้นน้ำ PTTEP ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยไตรมาส 2 ปี 2569 คาดจะยังสามารถรักษาระดับผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้ต่อเนื่อง จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาก๊าซธรรมชาติที่ขยับขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งยังยืนอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ กลุ่มโรงกลั่นเริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น โดยไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มได้รับผลกระทบค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกดดันกำไรโดยตรง อีกทั้งยังต้องติดตามมาตรการรัฐที่เริ่มเข้ามาแทรกแซงราคาน้ำมันและโรงกลั่นมากขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป

