background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

หุ้นกู้ CoCo Bond คืออะไร …ความเสี่ยงมีแค่ไหน?

หุ้นกู้ CoCo Bond คืออะไร …ความเสี่ยงมีแค่ไหน?

ผู้ถือหุ้นกู้ Coco ของธนาคาร Credit Suisse สูญเงินลงทุนทั้งหมด เหตุธนาคารฯ ระบุเงื่อนไขชดเชยความเสียหาย (Loss Absorbsion) กรณีเกิดอุบัติเหตุการเงินไว้ว่าเป็น ‘Permanent Write-down’ ขณะที่ผู้ถือหุ้นกลับได้รับเงินคนละประมาณ 1.07 แสนล้านบาท

Key Points

  • ธนาคาร Credit Suisse ลดมูลค่าหุ้นกู้ Coco ลงราว 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์ ประมาณ 5.709 แสนล้านบาท จนเหลือต่ำศูนย์ ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นกู้ไม่พอใจ เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน
  • หุ้นกู้ CoCo คือหุ้นกู้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์เพื่อนับเป็นเงินกองทุนของธนาคารตามหลักเกณฑ์สากล ซึ่งอยู่ใต้ร่มใหญ่คือหุ้นกู้แบบ ‘Basel lll Bond’
  • หุ้นกู้แบบ ‘Basel lll Bond’ ประกอบด้วยชนิดย่อย AT1 และ AT2 โดย โดยหุ้นกู้ CoCo อยู่ในแบบ AT1
  • หุ้นกู้ประเภท AT1 เข้ามาในยุโรปครั้งแรกเพื่อทำหน้าที่เป็นโช้คอัพหลังจากเกิดวิกฤติการเงินโลกช่วงปี 2007  
  • นักลงทุนในหุ้นกู้ Coco ของธนาคาร Credit Suisse สูญเงินลงทุนทั้งหมดเพราะธนาคารฯ ระบุเงื่อนไขชดเชยความเสียหาย (Loss Absorbsion) กรณีเกิดอุบัติเหตุการเงินไว้ว่าเป็น ‘Permanent Write-down’

การล่มสลายของธนาคาร Silicon Valley Bank (SVB) สหรัฐลุกลามจนทำให้ภาคธนาคารพาณิชย์ของหลายภูมิภาคอยู่ในสภาวะปั่นป่วนอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในทวีปยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสวิตเซอร์แลนด์ที่ล่าสุด UBS Group AG ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของสวิตเซอร์แลนด์ประกาศเข้าซื้อกิจการธนาคาร Credit Suisse ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ด้วยมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.089 แสนล้านบาท) เพื่อหวังพยุงไม่ให้ภาคการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ประสบวิกฤติแบงก์รันคล้ายสหรัฐ

ในช่วงเวลาเดียวกันธนาคาร Credit Suisse ประกาศลดมูลค่าหุ้นกู้ชนิดพิเศษลงประมาณ 1.6 หมื่นล้านฟรังก์สวิส ราว 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.709 แสนล้านบาท) จนเหลือ ‘ศูนย์’ จากปัญหาการเงินภายในบริษัทฯ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายฝ่ายเห็นในทำนองเดียวกันว่าเป็นตัวเลขการย่อตัวที่มากเป็นประวัติการณ์

หุ้นกู้ชนิดพิเศษนี้คืออะไร (?)

หุ้นกู้ชนิดนี้คือ ‘หุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข’ (Contingent Convertible Bonds) หรือที่บุคลากรทางการเงินรู้จักกันในชื่อ ‘หุ้นกู้ CoCo’ โดยเมื่อใดก็ตามที่บริษัทมีปัญหาตามเงื่อนไขที่ธนาคารกลางกำหนด เช่นบริษัทขาดสภาพคล่อง เงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หุ้นกู้ดังกล่าวจะกลายสภาพไปเป็นหุ้นสามัญลดมูลค่า หรือตัดเป็นหนี้สูญได้โดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งจึงมองว่าหุ้นกู้ชนิดนี้ 

“ไม่ต่างกับหุ้นกู้ที่มีระเบิดมือติดไปด้วย และสามารถแกะสลักที่ระเบิดได้ตลอดเวลาหากสภาพการณ์เหมาะสม”

โครงสร้างและคุณสมบัติของหุ้นกู้ Coco  

หุ้นกู้ CoCo คือหุ้นกู้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์เพื่อนับเป็นเงินกองทุนของธนาคารตามหลักเกณฑ์สากล โดยอยู่ใต้ร่มใหญ่ของหุ้นกู้แบบ ‘Basel lll Bond’ ซึ่งประกอบด้วย 2 ประเภทคือ 

1. Basel lll Additional Tier 1 (AT1) หรือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์เพื่อนับเป็นเงินกองทุนชั้น 1

  • ไม่กำหนดอายุไถ่ถอน
  • ธนาคารมีสิทธิ์ไถ่ถอนหลังปีที่ 5 เมื่อได้รับความเห็นจากธนาคารกลาง
  • ธนาคารยกเลิกหรือเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้ โดยไม่มีการสะสมดอกเบี้ยที่ถูกเลื่อนจ่ายไปสมทบจ่ายในครั้งถัดไป
  • สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญลดมูลค่าหรือตัดเป็นหนี้สูญได้ เมื่อเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 

2. Basel lll Additional Tier 2 (AT2) หรือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์เพื่อนับเป็นเงินกองทุนชั้น 2

  •  กำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 5 ปี
  •  ธนาคารมีสิทธิ์ไถ่ถอนหลังปีที่ 5 เมื่อได้รับความเห็นจากธนาคารกลาง
  • สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญลดมูลค่าหรือตัดเป็นหนี้สูญได้ หากทางการเข้าให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ธนาคารนั้น

ทั้งนี้ นักวิชาการจัดกลุ่มให้หุ้นกู้ Coco อยู่ในประเภท AT1 โดยหุ้นกู้ชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์หนี้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ผ่านการจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่สูงเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้าลงทุนในยามที่สภาพตลาดไม่เป็นใจ อนึ่งในอดีตอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ชนิดนี้เคยสูงถึง 6%-7% ต่อปีในขณะที่หุ้นกู้ทั่วไปอยู่เพียง 1% ต่อปีเท่านั้น

ที่สำคัญหุ้นกู้ประเภท AT1 เข้ามาในยุโรปครั้งแรก เพื่อทำหน้าที่เป็นโช้คอัพหลังจากเกิดวิกฤติการเงินโลกช่วงปี 2007  เพราะธนาคารพาณิชย์จำนวนมากเสี่ยงล่มสลาย 

โดยหากสถาบันการเงินมีเงินกองทุนต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในเงื่อนไข หุ้นกู้ชนิดนี้จะถูกบังคับให้แปลงสภาพเป็น ‘หุ้นบางส่วนหรือทั้งหมด’ ขึ้นอยู่กับว่าสถาบันการเงินนั้นขาดเงินกองทุนมากน้อยเพียงใด ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหุ้นกู้ชนิดนี้มีความเสี่ยงและซับซ้อนกว่าหุ้นกู้ทั่วไปเนื่องจากผู้ลงทุนอาจต้องร่วมรับผลขาดทุนของธนาคารผู้ออกหุ้นกู้ชนิดดังกล่าวด้วย

สถานการณ์ตัวอย่าง

นางดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นกู้ดังกล่าวผ่านบทความ ‘ตราสารหนี้ CoCos’ บนเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจไว้ว่า ในเหตุการณ์ปกติหากบริษัทหนึ่งซึ่งดำเนินธุรกิจด้วยเงิน 2 ส่วนคือจากผู้ก่อตั้งและเงินกู้กำลังจะล้มละลาย สิ่งที่เจ้าของบริษัทจะสูญเสียอย่างแรกคือ ‘เงินทุน’ ในขณะเดียวกันเจ้าของบริษัทก็จำเป็นต้องเจรจากับ ‘เจ้าหนี้’ ที่ปล่อยกู้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากการกู้ยืมเงินมาดำเนินธุรกิจ

“ทั้งนี้ หนึ่งทางเลือกในการหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีคือการ ‘ขอแปลงหนี้เป็นทุน’ ซึ่งเจ้าหนี้ของจะกลายสภาพมาร่วมเป็น ‘เจ้าของ’ กับเราไปด้วย เจ้าหนี้ซึ่งเดิมมีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ย และเงินต้นคืนจากบริษัท ก็จะต้องมาร่วมชะตากรรมกับเราในฐานะเจ้าของบริษัท และไม่สามารถเรียกร้องขอคืนหนี้จากบริษัทได้อีก และหากผลประกอบการในอนาคตของบริษัทไม่ดีก็จะได้ปันผลน้อย หรือไม่ได้เลยนั่นเอง ในทางกลับกัน หากผลประกอบการดี ผู้ถือหุ้นก็มีโอกาสที่จะได้อัตราเงินปันผลสูงกว่า อัตราดอกเบี้ยที่เคยได้รับสมัยเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน”

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ขั้นตอนการเจรจากับเจ้าหนีอาจใช้เวลานานเนื่องจากลำดับชั้นการบริหาร ดังนั้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอดีตจึงคิดกลไกของหุ้นกู้ Coco ขึ้นมาเพื่อ ‘แปลงหนี้เป็นทุนแบบอัตโนมัติ’ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ 

สถานการณ์ของธนาคาร Credit Suisse

ณ วันที่ 20 มี.ค. ธนาคาร Credit Suisse มีหุ้นกู้ CoCo อยู่ทั้งหมด 13 หน่วย ซึ่งตามข้อมูลของ สำนักข่าวบลูมเบิร์กหุ้นกู้ทั้งหมดมีมูลค่าพาร์ประมาณ 17.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.709 แสนล้านบาท) โดยออกเป็นเงินหลายสกุล เช่น สวิสฟรังส์ ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์สิงคโปร์ 

อนึ่งในกรณีที่ธนาคาร UBS Group AG เข้าซื้อ ธนาคาร Credit Suisse ท่ามกลางความช่วยเหลือจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์นั้น นักวิชาการส่วนหนึ่งชี้ว่าเข้าข่ายเงื่อนไข ‘Complete Write-down’ ดังนั้นหุ้นกู้ทั้งหมดจึงต้องถูกตัดจำหน่ายเพื่อเพิ่มเงินเข้ากองทุน AT1 ทันที รวมทั้งธนาคาร Credit Suisse กำหนดเงื่อนไขในส่วนของการชดเชยการสูญเสีย (Loss Absorbsion) ไว้ว่าเป็น ‘Permanent Write-down’ คือผู้ถือหุ้นกู้มีโอกาสสูญเงินลงทุนทั้งหมดหากเกิดวิกฤติหนักเหมือนครั้งนี้

หุ้นกู้ CoCo Bond คืออะไร …ความเสี่ยงมีแค่ไหน? จากเหตุผลข้างต้นผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวของธนาคาร Credit Suisse จำนวนหนึ่งแสดงความไม่พอใจ พร้อมให้เหตุผลว่าหากคำนึงจากฉากทัศน์ปกติของกระบวนการตัดเป็นหนี้สูญ (Write Down) ผู้ถือหุ้นควรเป็นผู้รับความเสี่ยงและได้รับผลกระทบก่อนเป็นลำดับแรก ทว่าในกรณีนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรกจากการตัดมูลค่าหุ้นกู้ Coco เป็นศูนย์ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นของธนาคารกลับได้รับเงินคนละ 3 พันล้านฟรังก์ หรือประมาณ 3.24 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.0692 แสนล้านบาท)