เปิดพอร์ต “สุชาติ เจียรานุสสติ” นักลงทุนอสังหาฯ แสนล้าน ผู้ก่อตั้ง SC Capital Partners ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ปั้นอาณาจักรโรงแรมทั่วเอเชีย ก่อนทุ่ม 5,300 ล้านบาท คว้าสิทธิ์โรงแรม “รอยัล ออคิด เชอราตัน” พร้อมเจาะเครือข่ายถือหุ้น 37 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม อสังหาฯ และการลงทุน
การขายทรัพย์สินหลักของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพิทาลิตี้ (GROREIT) กลายเป็นดีลใหญ่ที่น่าจับตา หลังบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ไม่สามารถซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ได้เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ส่งผลให้ บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ต้องเปิดทางเลือกใหม่ในการขายทรัพย์สินให้ผู้ถือหน่วยพิจารณา โดยมีเป้าหมายรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุน นำเงินมาชำระภาระหนี้ และคืนเงินส่วนที่เหลือให้ผู้ถือหน่วยก่อนปิดกองทรัสต์
กระทั่งการประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 มีมติไม่อนุมัติข้อเสนอขายทรัพย์สินคืนให้ ROH ในราคา 4,873 ล้านบาท แต่เห็นชอบให้ขายแก่บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด ในราคา 5,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่า 427 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% คือ "สุชาติ เจียรานุสสติ" ผู้ก่อตั้งและประธาน SC Capital Partners นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีเครือข่ายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้จึงไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนมือโรงแรมระดับแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยังทำให้ชื่อของ "สุชาติเจียรานุสสติ" กลับมาได้รับความสนใจในฐานะนักลงทุนที่มีพอร์ตธุรกิจครอบคลุมทั้งโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในบริษัทหลากหลายประเภทธุรกิจ
เปิดโปรไฟล์ “สุชาติ” นักลงทุนอสังหาฯ แสนล้าน
สุชาติก่อตั้ง SC Capital Partners ในปี 2547 เป็นบริษัทจัดการการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 202,224 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33.704 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 30 ต.ค. 2569
โดยมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีฐานนักลงทุนสถาบันที่หลากหลายกว่า 60 แห่งทั่วโลก ด้วยการดำเนินงานใน 8 สถานที่ทั่วภูมิภาค (สิงคโปร์ (สำนักงานใหญ่), ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไทย และเวียดนาม) จุดแข็งของเรามาจากการที่เรามีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวัฒนธรรมและกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งทำให้เรามีทรัพยากรและเครือข่ายที่จำเป็นต่อการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จในภูมิภาคนี้
บริษัทฯ ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการตลาดทุนที่ออกโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ เพื่อดำเนินกิจกรรมการบริหารจัดการกองทุนในฐานะบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตสำหรับนักลงทุนที่ได้รับการรับรองและนักลงทุนสถาบัน
เส้นทางสู่ธุรกิจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของ “สุชาติ เจียรานุสสติ” ไม่ได้เริ่มต้นจากภาคอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่ผ่านประสบการณ์ในสถาบันการเงินและบริษัทลงทุนระดับนานาชาติ โดยเริ่มต้นทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2541 ก่อนเข้าร่วมงานกับ Temasek Holdings บริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์
นอกจากนี้ ในปี 2541 สุชาติยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการปรับโครงสร้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทย ก่อนย้ายไปร่วมงานกับ JPMorgan ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยทำงานอยู่ประมาณ 7 ปี ในตำแหน่งรองประธาน (Vice President) ทั้งในกลุ่ม Proprietary Investment และ Investment Banking รับผิดชอบดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประสบการณ์จากสถาบันการเงินและบริษัทลงทุนระดับโลก ทำให้สุชาติสั่งสมความรู้ด้านการลงทุน การเงิน และตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับภูมิภาค ก่อนต่อยอดสู่การก่อตั้ง SC Capital Partners ในปี 2547 เพื่อดำเนินธุรกิจจัดการการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ด้านการศึกษา "สุชาติ" จบปริญญาตรีเกียรตินิยมสาขาเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics and Political Science (LSE) และปริญญาโทสาขา Management Science จาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ
สำหรับแนวทางการลงทุน "สุชาติ" ให้ความสำคัญกับการเลือกจังหวะและคุณภาพของสินทรัพย์ มากกว่าการแข่งขันเข้าลงทุนก่อนผู้อื่น โดยมองหาโอกาสจากทรัพย์สินที่มีพื้นฐานดี แต่เจ้าของเดิมกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านธุรกิจหรือสภาพคล่อง แนวคิดดังกล่าวเปิดโอกาสให้เข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในช่วงที่ตลาดหรือเจ้าของสินทรัพย์ต้องการปรับโครงสร้าง
ปัจจุบันการลงทุนของ SC Capital Partners ยังเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงแรมและการบริการในหลายตลาดของเอเชีย ผ่านแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง อาทิ Hotel Management Japan และ Topotels Hotels & Resorts รวมถึงการเข้าซื้อ Fusion Hotel Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายธุรกิจ Hospitality ในภูมิภาค
ทั้งนี้ ดีลโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน จึงเป็นอีกกรณีที่ทำให้เห็นบทบาทของ "สุชาติ" ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย จากนักลงทุนที่มีฐานธุรกิจในระดับภูมิภาค เข้ามามีส่วนในธุรกรรมสินทรัพย์โรงแรมสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เจาะพอร์ตถือหุ้น 37 บริษัท ครอบคลุมโรงแรม-อสังหาฯ-ธุรกิจลงทุน
นอกจากบทบาทใน SC Capital Partners แล้ว ข้อมูลจาก CredenData การถือหุ้นในนิติบุคคลของ "สุชาติ" ยังสะท้อนการเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลากหลายประเภท โดยมีรายชื่อบริษัทที่ถือหุ้นรวม 37 แห่ง ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท อสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การให้เช่าพื้นที่ ตลอดจนธุรกิจอาหารและบริการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มบริษัทที่ยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท อีเอสบี โฟร์ จำกัด (ESB FOUR COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และสถานพักตากอากาศ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 179,998 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้น 52,822,744 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท เอ็มอาร์ สุขุมวิท จำกัด (MR SUKHUMVIT LTD.) ประกอบธุรกิจให้เช่า ซื้อ ขาย และดำเนินการด้านอสังหาริมทรัพย์ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 3,049,995 หุ้น คิดเป็น 61% มีมูลค่าหุ้น 51,619,137 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท เอสซีซีพี รีทส์ จำกัด (SC REIT (THAILAND) COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 999,999 หุ้น คิดเป็น 100% มีมูลค่าหุ้น 23,256,568 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท คาราเมลคริสพ์ (ประเทศไทย) จำกัด (CARAMELCRISP (THAILAND) COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจผลิตอาหารพร้อมปรุงและอาหารที่เน่าเสียง่าย ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 10,018 หุ้น คิดเป็น 50.09% มีมูลค่าหุ้น 18,756,132 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ปริ๊นเซส เฮลท์ แอนด์ สปา บีช รีสอร์ท จำกัด (PRINCESS HEALTH & SPABEACH RESORT COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และบาร์ไนท์คลับ ถือหุ้นอันดับ 4 จำนวน 199,999 หุ้น คิดเป็น 10% มีมูลค่าหุ้น 12,924,708 บาท สถานภาพคืนสู่ทะเบียน
บริษัท เอสซีซีพี ทู จำกัด (SCCP TWO COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 120,000 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้น 8,612,005 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท เจียรานุส โฮลดิ้งส์ จำกัด (CHIARANUS HOLDINGS COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 9,670 หุ้น คิดเป็น 96.70% มีมูลค่าหุ้น 829,259 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ไทยสตีลบาร์ส จำกัด (THAI STEEL BARS CO., LTD.) ประกอบธุรกิจผลิตเหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐานขั้นต้นและขั้นกลาง ถือหุ้นอันดับ 23 จำนวน 5,000 หุ้น คิดเป็น 0.24% มีมูลค่าหุ้น 744,940 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท พีวายเอสซี ฮอสพิแทลลิที (ประเทศไทย) จำกัด (PYSC HOSPITALITY (THAILAND) CO., LTD.) ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการอื่น ๆ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 30,600 หุ้น คิดเป็น 51% มีมูลค่าหุ้น 140,050 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ณัฐภูมิ เพื่อสังคม จำกัด (NUTTABHUM FOR SOCIETY CO., LTD.) ประกอบธุรกิจงานสังคมสงเคราะห์ ถือหุ้นอันดับ 60 จำนวน 50 หุ้น คิดเป็น 0.04% มีมูลค่าหุ้น 20,232 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ภูเก็ตสแควร์ จำกัด (PHUKET SQUARE COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจให้เช่าและให้บริการพื้นที่ศูนย์การค้า รวมถึงให้บริการโรงแรม ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 5 หุ้น คิดเป็น 0.00% มีมูลค่าหุ้น 1,423 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท กรุงเทพริมน้ำ จำกัด (KRUNGTHEP RIMNAM CO., LTD.) ประกอบธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 7 หุ้น คิดเป็น 0.00% มีมูลค่าหุ้น 65 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด (ORCHID HOSPITALITY COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทที่ประกอบกิจการโรงแรม รวมถึงซื้อ จัดหา รับ เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง ปรับปรุง และจัดการทรัพย์สิน ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 9,999 หุ้น คิดเป็น 99.99% มีมูลค่าหุ้น 0 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่ โดยเป็นบริษัทที่ยื่นข้อเสนอซื้อทรัพย์สินโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ในราคา 5,300 ล้านบาท
บริษัท ออร์คิด ลีฟวิ่ง วอเทอร์ จำกัด (ORCHID LIVING WATER CO., LTD.) ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทที่ประกอบกิจการโรงแรม รวมถึงซื้อ จัดหา เช่า ถือกรรมสิทธิ์ และจัดการทรัพย์สิน ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 119,999 หุ้น คิดเป็น 100% มีมูลค่าหุ้น 0 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท นภาพรทิพย์ จำกัด (NAPAPORNTHIP CO., LTD.) ประกอบธุรกิจบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 5,100 หุ้น คิดเป็น 51% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 3,133,147 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท เอสซีซีพี วัน จำกัด (SCCP ONE COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และสถานพักตากอากาศ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 60,000 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 153,729,719 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท อีเอสบี วัน จำกัด (ESB ONE COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และสถานพักตากอากาศ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 60,000 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 186,425,550 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ร็อกซี่ ฉลอง รีสอร์ท จำกัด (ROXY CHALONG RESORT COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 368,000 หุ้น คิดเป็น 46% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 199,230,597 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท วิคทอรี (ประเทศไทย) จำกัด (VICTORY (THAILAND) COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 599,999 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 263,322,744 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท เอเพ็กซ์ ทรี จำกัด (APEX THREE COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจเช่าและดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 60,000 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 393,550,004 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท อีเอสบี ทู จำกัด (ESB TWO COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และสถานพักตากอากาศ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 120,000 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 403,044,089 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท เอสซีซีพี (ประเทศไทย) จำกัด (SCCP (THAILAND) COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจการลงทุน ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 59,999 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 462,223,902 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
บริษัท ดลฤทัย จำกัด (DOLRUETAI COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจลงทุน ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 2,549,995 หุ้น คิดเป็น 51% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 660,268,677 บาท สถานภาพยังดำเนินกิจการอยู่
กลุ่มบริษัทที่เสร็จการชำระบัญชี เลิกกิจการ หรือควบรวมกิจการ
บริษัท โฮเทล แมนเนจเม้นท์ เขาหลัก วัน จำกัด (HOTEL MANAGEMENT KHAO LAK 1 COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 11,998 หุ้น คิดเป็น 59.99% มีมูลค่าหุ้น 1,099,400 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท เอสซีแคปปิตอลพาร์ทเนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (SC CAPITAL PARTNERS (THAILAND) COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 9,998 หุ้น คิดเป็น 99.98% มีมูลค่าหุ้น 837,504 บาท สถานภาพเลิกกิจการ
บริษัท โฮเทล แมนเนจเม้นท์ สุรินทร์ จำกัด (HOTEL MANAGEMENT SURIN COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และห้องชุด ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 59,998 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้น 499,280 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท โฮเทล แมนเนจเม้นท์ เขาหลัก ทู จำกัด (HOTEL MANAGEMENT KHAO LAK 2 COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 59,998 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้น 497,516 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท โฮเทล แมนเนจเม้นท์ สมุย จำกัด (HOTEL MANAGEMENT SAMUI COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 59,998 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้น 288,451 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท หาดสบาย จำกัด (HAADSABAI COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 365,998 หุ้น คิดเป็น 61% มีมูลค่าหุ้น 119,495 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท ลากูน่า (1) จำกัด (LAGUNA COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจให้เช่าที่ดิน ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 40 หุ้น คิดเป็น 0.00% มีมูลค่าหุ้น 442 บาท สถานภาพควบรวมกิจการ
บริษัท ลากูน่า บีช คลับ จำกัด (LAGUNA BEACH CLUB LIMITED) ประกอบธุรกิจโรงแรม ถือหุ้นอันดับ 3 จำนวน 10 หุ้น คิดเป็น 0.00% มีมูลค่าหุ้น 70 บาท สถานภาพควบรวมกิจการ
บริษัท เจียรานุสอิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ประกอบธุรกิจให้เช่าทรัพย์สิน ถือหุ้นอันดับ 6 จำนวน 500 หุ้น คิดเป็น 10% มีมูลค่าหุ้น 0 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท เพอร์เฟ็ค โพรฟิท เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด (PERFECT PROFIT ENTERPRISE CO., LTD.) ประกอบธุรกิจร่วมลงทุนในนิติบุคคลอื่น ถือหุ้นอันดับ 8 จำนวน 10,000 หุ้น คิดเป็น 11.11% มีมูลค่าหุ้น 0 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท เอเชีย ฮอสพิแทลลิที รีท แอดไวเซอร์ส จำกัด (ASIA HOSPITALITY REIT ADVISORS COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจทรัสต์ ถือหุ้นอันดับ 4 จำนวน 1 หุ้น คิดเป็น 0.00% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 45 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท เกรท แฮริทิจ จำกัด (GREAT HERITAGE COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจการลงทุน ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 9,993 หุ้น คิดเป็น 99.93% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 103,027 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท นันทสุวรรณ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (NUNTASUWAN ENTERPRISE COMPANY LIMITED) ประกอบธุรกิจการลงทุน ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 6,098 หุ้น คิดเป็น 60.98% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 272,084 บาท สถานภาพเสร็จการชำระบัญชี
บริษัท บางกอก เอสซีแซด จำกัด (BANGKOK SCZ CO., LTD.) ประกอบธุรกิจบริการจัดการและให้เช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 59,998 หุ้น คิดเป็น 60% มีมูลค่าหุ้นติดลบ 3,597,526 บาท สถานภาพเลิกกิจการ
จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า พอร์ตการถือหุ้นของ "สุชาติ" ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจโรงแรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทลงทุน บริษัทโฮลดิ้ง ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ตลอดจนธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยมีทั้งบริษัทที่ยังดำเนินกิจการอยู่และบริษัทที่สิ้นสุดสถานะทางธุรกิจไปแล้ว สะท้อนการใช้โครงสร้างนิติบุคคลที่หลากหลายในการดำเนินธุรกิจและลงทุน
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ บลจ.วรรณเตรียมเร่งดำเนินการจำหน่ายทรัพย์สินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พ.ย. 2569 ก่อนนำเงินที่ได้รับมาจัดสรรคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ และดำเนินการเลิกกอง GROREIT ต่อไป
ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอให้บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ชี้แจงผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ หลังการขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้จากค่าเช่าเพียงแห่งเดียวของบริษัท พร้อมเปิดเผยแนวทางดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ รวมถึงแผนหารายได้หรือธุรกิจใหม่ ภายในวันที่ 4 พ.ย. 2569 เพื่อให้นักลงทุนประเมินทิศทางและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทได้ชัดเจนขึ้น




