สหรัฐฯ ประกาศเหล็กและอะลูมิเนียม มีผล 4 มี.ค.: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้เก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% ซึ่งเป็นการเพิ่มมาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมสำคัญของสหรัฐฯ
ภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้กับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมทั้งหมด รวมถึงจากแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักสองรายของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังครอบคลุมผลิตภัณฑ์โลหะสำเร็จรูป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศต่าง ๆ เช่น รัสเซียและจีน หลีกเลี่ยงภาษีที่มีอยู่ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุอาจมีการผ่อนปรนให้ออสเตรเลียเนื่องจากนำเข้าเครื่องบินที่ผลิตโดยสหรัฐฯ // การขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมที่ครอบคลุมโลหะสำเร็จรูป อาจเป็นหนึ่งในมาตรการสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตในสินค้าไม่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มการจ้างงานในประเทศ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อฐานการผลิตอย่างประเทศไทย
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนปรับขึ้น เป็นโอกาสลงทุน/เก็งกำไรใน DR อ้างอิงหุ้นจีน: ดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ (Nasdaq Golden Dragon China Index) ปรับขึ้นกว่า 18% จากจุดต่ำสุดช่วงม.ค. เป็นผลจากมาตรการต่อตลาดทุนที่เป็นมิตรมากขึ้นของรัฐบาลจีน, Valuation ที่อยู่ในระดับต่ำ และความคาดหวังเชิงบวกต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนที่น่าจะเป็นคู่แข่งของสหรัฐ หลังการเปิดตัว DeepSeek และ Qwen ปัจจัยดังกล่าวทำให้ DR อ้างอิงหุ้นจีนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดย DR ที่อิงหุ้นจีน (ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง) ได้แก่ BABA80, TENENT80, XIAOMI80, BYDCOM80, BIDU80, NETEASE80, PINGAN80 // สำหรับ DR ที่อิง ETF ได้แก่ CNTECH01, HK01, HKCE01, NDX01, STAR5001
ในเชิงกลยุทธ์ยังระวังแรงทำกำไรกลุ่มธนาคาร ติดตามการรายงานผลประกอบการสัปดาห์นี้: ในทางกลยุทธ์มองเป็นจังหวะขายทำกำไรกลุ่มพลังงาน ซึ่งรับปัจจัยบวกทั้งจากผลประกอบการและการจ่ายปันผลที่จะประกาศช่วงปลาย ก.พ. ไปพอสมควรแล้ว ขณะที่การประกาศ GDP ไตรมาส 4/67 วันที่ 17 ก.พ. อาจกดดันต่อการปรับลดประมาณการ GDP ปี 2568 // หุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่คาดรายงานผลประกอบการสัปดาห์นี้
ได้แก่ 11 ก.พ. – OR / 13 ก.พ. – AOT, GLOBAL, ITC, VGI / 14 ก.พ. – BTS, DELTA, MINT, TOP //
ภาพรวมกลยุทธ์ ลุ้นฟื้นตัวหลังวันก่อนลงมาถึงโซนลุ้นแถว 1,250 การปรับขึ้นสัปดาห์นี้ควรแบ่งทยอยขายทำกำไรธนาคารและสื่อสาร ซื้อเก็งกำไรรอบนี้เลือกหุ้นที่ลงมาเยอะในกลุ่มท่องเที่ยว, การแพทย์, ค้าปลีก และอาหาร (เนื้อสัตว์) กลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่และหุ้นปันผลสูงเริ่มกลับมาน่าสนใจ // DR หุ้นจีนหลายตัวน่าสนใจ
แนวรับ: 1,265 แนวต้าน : 1,282-1,310 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
หุ้นแนะนำ (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ)
• SAMART (8): ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 คาดฟื้นตัวต่อเนื่อง และปี 67 กลับมามีกำไรเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี ราคาซื้อขายต่ำ NAV ที่ 8-10 บาท ตัดขาดทุน 6.85 บาท
• BAM* (6.50): ราคาปัจจุบันซื้อขายเพียง 0.43x PBV และ 12x PER คาดผลตอบแทนปันผลที่ 5.5% ตัดขาดทุน 5.35 บาท
• CPN (60) : ราคาปรับลดลงจนซื้อขายเพียง 13.81x PER ขณะที่ผลประกอบการ ตัดขาดทุน 50 บาท
• STAR5001 (34) : DR อ้างอิง Premia China STAR50 ETF ตัดขาดทุน 28 บาท
ประเด็นที่น่าสนใจ
- EU ลั่นพร้อมตอบโต้ หลัง "ทรัมป์" เล็งขึ้นภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมอีก 25%
- ตลท. เตรียมหารือคลัง-FETCO พลิกฟื้น ตลาดทุนไทย ดัน TESG-Jump+ ดึงดูดนักลงทุน
- “พิชัย” พบผู้บริหาร Google ที่กรุงวอชิงตัน หนุนลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทย
- พิชัย ชงชื่อ ‘ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ’ แล้ว รับตามข่าว ‘สมชัย’ อดีตปลัดคลัง
- CPAXT ยันไม่มีแผนร่วมทุนบริษัทค้าปลีกญี่ปุ่น
- GULF ปี 67 กำไรที่ 1.82 หมื่นลบ. เทียบกับปี 66 กำไรที่ 1.49 หมื่นลบ.
- INTUCH และบ.ย่อยปี 67 กำไรที่ 1.35 หมื่นลบ. เทียบกับปี 66 กำไรที่ 1.31 หมื่นลบ.
- บทวิเคราะห์วันนี้ : PROPERTY อนะนำ MARKET WEIGHT/ IRPC แนะนำ ซื้อ เป้า 1.25 บาท/ AMATA แนะนำ ซื้อ เป้า 35 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
12 ก.พ. – US Inflation Rate (Jan)
13 ก.พ. – US PPI (Jan)
14 ก.พ. – US Retail Sales (Jan)









